0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
[agrikon_wc_ajax_search]

เทคนิคการกระตุ้นยอดชะอมให้เขียวชอุ่มพุ่มไสว ไร้หนอนรบกวน

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องของชะอม เดี๋ยวเราจะมาดูว่าเทคนิคและวิธีการทำให้ชะอมนั้นแตกกอต่อยอดให้เขียวชอุ่มเป็นพุ่มไสว ไร้หนอนโรคแมลงรบกวน และอาจจะรวมไปถึงหน้าแล้ง หน้าหนาว จะทำยังไงให้ชะอมเรามีผลผลิตได้ทั้งปี เดี๋ยวเราก็จะพูดคุยกัน

               กระบวนการที่จะทำให้ชะอมมียอดอ่อนอย่างมากมาย ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องวิเศษมหัศจรรย์ใดๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ชะอมนั้นมีความอุดมสมบูรณ์พร้อม เขาก็สามารถที่จะผลิตยอดออกมาให้เราได้อย่างเป็นที่พึงพอใจเพียงแต่ว่าเราปลูกชะอม เรารู้หรือยังว่าชะอม ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อเขามีอะไรบ้าง ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ธาตุพิเศษ เพื่อนๆรู้กันหรือยัง เพราะว่าถ้าเราให้แต่ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกอย่างเดียว บางทีก็ใช่ว่าจะมีแต่ยอดออกมาได้ ถ้าให้ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 เป็นอาจินไม่แน่ดินที่มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง เปลี่ยนแปลงไปก็ชะอมก็ไม่ได้ไนโตรเจนจากดินที่เป็นกรด หรือให้ปุ๋ยให้น้ำให้อะไรต่างๆ แต่ความชื้นไม่พอ อย่างเช่นช่วงหน้าแล้ง ให้ปุ๋ยอย่างเดียวแต่เรื่องระบบน้ำไม่ดี อันนี้ก็เป็นปัจจัยเหมือนกัน ส่วนสำหรับใส่ทั้ง 46-0-0 ใส่ทั้ง 15-15-15 สูตรเสมอก็ยังไม่แตกใบอ่อนอันนี้ก็ต้องมาเรียนรู้ธาตุรองกับธาตุเสริมคืออะไร เพราะฉะนั้นเทคนิคต่างๆเหล่านี้ต้องหมั่นศึกษาแล้วก็เรียนรู้ การที่เราจะใส่แต่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องที่จะตอบโจทย์ หรือตอบโจทย์แต่ไม่ตอบรายได้คือขายไปได้เยอะจริงแต่ต้นทุนหรือกำไรหดไปกับต้นทุนที่สูงเกินควร การให้ปุ๋ยเคมีจึงมีความสำคัญโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียเขาค่อนข้างสูญเสียง่ายละลายเร็ว การที่เอาปุ๋ยที่ละลายง่ายไปหว่านโคนต้น รดน้ำ เขาก็จะระเหิดไปในอากาศ ชะอมเราก็กินได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ใส่ไป 100% กินแค่ 20-30% แล้วเขาก็ต้องการพลังงานในการแตกช่อเยอะ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญถ้าเราสามารถทำให้ปุ๋ยที่ละลายสูญเสียได้ง่ายเหล่านี้ เป็นปุ๋ยละลายช้า ด้วยการทำแบบง่ายๆคนไทยทำเอง Made in Thailand มันจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการเก็บรักษาปุ๋ยให้ชะอมดูดกินมีคุณค่า มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่สูญเสียน้อยลง เพื่อนๆที่เริ่มต้นใช้พวกนี้คือลองเอาปุ๋ยเคมี 5 ส่วน พรมน้ำพอชื้น ให้เป็นเม็ดเยิ้มๆ แฉะๆหน่อยแล้วก็เคลือบด้วยภูไมท์ หรือภูไมท์ซัลเฟต ถ้าเป็นภูไมท์ก็ 1 ต่อ 5 ถ้าเป็นภูไมท์ซัลเฟตก็เป็น 2 ต่อ 5 ก็จะช่วยทำให้ปุ๋ยของเรา จะสังเกตได้เลยว่าเขียวนาน เขียวทน เพราะว่าเป็นปุ๋ย คำว่าเป็นปุ๋ยละลายช้าไม่ได้ปุ๋ยละลายยาก แล้วถ้าไนโตรเจนจากปุ๋ย 46-0-0 มันทำให้ต้นอวบอ้วน แล้วชาวบ้านโดยทั่วไปส่วนใหญ่ก็จะแก้ด้วยปุ๋ยสูตรคือเอาเงินเติมเงิน ปุ๋ยยูเรียก็ใช้เงินอยู่แล้ว ไปซื้อปุ๋ยสูตรเสมอมาใส่อีก จริงๆแล้วไม่จำเป็นใช้แค่อาจจะเอาพวกหินภูเขาไฟ ภูไมท์หรือภูไมท์ซัลเฟตพรมสัก 1 หรือ 2 กำมือ ความจริงแล้ว 2-3 ช้อนแกงก็ได้ เมื่อเทียบกับปุ๋ยสูตรเสมอ ฟ้ากับเหว ในเรื่องของต้นทุนแต่คุณค่าทางสารอาหารมหาศาล เพราะว่าลาวาภูเขาไฟหลอมละลายพวกหินและแร่ธาตุ แร่ธาตุรอง ธาตุเสริมที่พร้อมต่อการให้ชะอมเขาแตกยอด การแตกยอดอ่อนชะอมไม่ใช่ไนโตรเจนอย่างเดียว ต้องใช้พวกเหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าดั้งเดิม หรือเป็นสมาชิกของเราเก่าแก่ จะใช้ซิลโคเทรชกับพวกไคโตซาน MT ฉีดพ่นทางใบ ก็เติมจุลธาตุแต่ถ้าเราไม่ต้องการจะฉีดหรือไม่มีเวลาฉีดก็อาจจะต้องลองมาเป็นเอาปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ทำดินให้เป็นดินที่มีชีวิตชีวาเพราะปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ แต่เปอร์เซ็นต์ปุ๋ยก็ แม้ว่าไนโตรเจนจะไม่มาก ไม่เยอะเหมือนกับปุ๋ยเคมีแต่ในระยะยาว ทางกายภาพของดิน ดินจะดี อันนี้เป็นเรื่องของเทคนิค เป็นเรื่องของการให้ปุ๋ย แต่การใช้ภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟต มันมี 2 กรณี คือเอาไปผสมปุ๋ย วัตถุประสงค์อย่างเดียวคือให้ปุ๋ย เหมือนเก็บเนื้อเก็บหมูไว้ในตู้เย็น ถ้าใส่ยูเรียอย่างเดียว ปุ๋ยสูตรเสมออย่างเดียว รดน้ำมันอาจจะกินเต็มที่ก็ 3-4 วัน 5 วัน หรือกินเขียวไปได้สักพักหนึ่งแล้วก็หายหมดแล้ว แต่ถ้าใส่ 5 ส่วนผสมกับภูไมท์ 1 ส่วน เขาจะเขียวเขาจะเขียวได้เป็นเดือนหรือ 2 เดือนขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของดินคืออยู่นาน แต่ถ้าต้องการให้ใช้ยูเรียและใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ แล้วเฝือใบ งามใบ แต่ไม่ง่ายต่อการเข้าทำลายของหนอน เพราะว่าชะอมเมื่อมียอดอ่อนก็แน่นอนต้องมีหนอนแล้วก็แมลงมารบกวน ตัวที่จะช่วยก็คือในเรื่องของหินแร่ภูเขาไฟที่เขามีซิลิก้าที่ละลายน้ำได้มากถึง 70% ซิลิก้าจากหินแร่ภูเขาไฟ หินแร่ภูเขาไฟทางสากล หรือ ในระดับโลกก็หมายความว่าเป็นพวกซีโอไลท์ ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นตัวเลขที่ขึ้นมาลอยๆ สามารถไปค้นคว้าที่ห้องสมุด กรมทรัพยากรธรณีได้ หรือ ในอินเตอร์เน็ตเว็ปไซต์ได้ โดยสากลเลยถ้าเป็นหินแร่ภูเขาไฟก็จะมีตัวเลขบอกเลยว่าซิลิก้าที่ละลายได้มีประมาณ 69% หรือ 70% บางคนก็บอกว่าทรายก็มี หินก็มี แกลบก็มีตัวนี้มันมีซิลิก้าเยอะแต่มันไม่ละลาย เพราะฉะนั้นเวลาดูสินค้าที่เลียนแบบ หรือใกล้เคียง หรือแอบอ้าง ต้องดูใบเซอร์ว่ามีคำว่า dissol ที่แปลว่าละลายได้หรือไม่ หรือพวกโซโรบอนซิลิก้อนด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็เหมือนเอาทรายไปถมที่ ไม่ได้ช่วยให้ชะอมนั้นแข็งแกร่ง แต่ถ้าชะอมที่ใช้ยูเรีย ใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ หรือใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพหมักเองแล้วไม่อยากให้เฝือใบงามใบ จนอวบอ้วนอ่อนแอง่ายต่อการเข้าทำลายของโรคแมลงศัตรูพืชก็ต้องใช้ตัวพวกภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟต รองพื้นหรือพรมบนผิวดินหรือรอบโคนต้น ใต้ทรงพุ่ม แต่มันยากขนาดนั้นไหมก็ไม่ง่ายก็ต้องสังเกตดูว่าใส่ทางดินแล้วการชู๊ตของยอดนั้นมีปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ที่แน่ๆอุ่นใจได้เลยก็คือการใช้พวกหินแร่ภูเขาไฟ ซีโอไลท์ ซีโอแปลว่าเดือด ไลท์มาจากคำว่าลิกโทส แปลว่าหิน หินที่เดือดแล้ว บางคนไปเอาดินขาวปราจีนที่ทำเซรามิก ดินเบาลำปางที่ทำชามตาไก่ มันก็ไม่ได้ผลเหมือนพวกหินลาวาภูเขาไฟจริงๆ เพราะฉะนั้นน้ำหนักของชะอมได้ดีเพราะซิลิก้า มันเป็นแบบหน่วง กรอบ แข็ง เขาเรียกว่าแข็ง กรอบ ยากต่อการเข้าทำลายของหนอน แมลง แต่อร่อย รสชาติดีสำหรับมนุษย์ ยูเรียก็ถือว่าเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งแต่การเลี้ยงชะอมแม้ว่าเขาจะไม่มีดอกและผล เขาก็ยังกิน P และ K คือฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม และพวกธาตุรองแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบนอน โมริบดินัม อะไรต่างๆเหล่านี้ ถ้าเราใส่ทางดินแล้ว ปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่แล้วเขาเรียกว่ากระบวนการหมักที่ได้รูปแบบของแอมโมเนียมากที่สุด แอมโมเนีย วงจรของแอมโมเนียก็จากยูเรียแตกตัวไปเป็นแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท ไนโตรเจน เพราะฉะนั้น ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ก็จะมีแต่ไนโตรเจนค่อนข้างเยอะ P กับ K น้อย ถ้าเรานึกถึงถังไม้โอ๊คที่เป็นรูปหมักเบียร์เป็นซี่ๆ ถ้าเรามัวแต่มุ่งหวังว่าใช้ยูเรียเยอะๆ แต่ซี่ไม้ของ P และ K ต่ำ ยูเรียมันก็ขึ้นไปสูงไม่ได้ ที่จะกินดูดก็ตาม ตามกับตัวที่ต่ำที่สุด เพราะฉะนั้นต้องใส่ช่องของถังไม้อย่าให้มันรั่วตาม คำว่ารั่วตาม P และ K ก็ต้องเพียงพอ รวมถึงแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีสด้วย พูดแบบนี้หมายความว่าตัวที่ช่วยทดแทนปุ๋ยเคมีราคาแพงก็คือชื่อว่าภูไมท์ซัลเฟต และพูมิชซัลเฟอร์ถุงสีเหลืองๆ ในนั้นจะมีฟอสฟอรัส มีธาตุรอง ธาตุเสริม ค่อนข้างเยอะ และกิโลละ 7-8 บาท ไม่แพง ดินจะโปร่ง ฟู ร่วนซุย ระบายถ่ายเทน้ำดี แล้วถ้าใส่ทางดินแล้วปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก มันจุลธาตุไม่พอเราต้องฉีดทางใบ สมมุติได้ประมาณนี้แล้ว ตามที่ได้ฟังมา ในช่วงที่กระทบหนาว กระทบหนาวพืชที่ได้ซิลิก้า จะทนร้อนทนหนาวได้ดี ช่วงหน้าแล้ง หน้าหนาว ในเรื่องของจุลธาตุที่ช่วยเขาคือพวกสังกะสี ซัลเฟอร์ เหมือนกินข่า กินขิง กินกระวา ตรงนี้อาจจะต้องใช้พวกซิลโคเทรซ ทีจีเออะมิโน ไคโตซาน ซึ่งหรือบางคนถ้าดินขาดสังกะสีเยอะๆอาจจะเป็นพวกซิงค์อะโกรโดยตรง เดี่ยวๆ เข้าไปช่วย พวกสังกะสี พวกนิกเกิล เอามาเติมในช่วงหน้าหนาว แต่ถ้าพื้นมีภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟตช่วยได้เยอะ เรียกว่าแก้ปัญหาได้เยอะ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของธาตุอาหารและจุลธาตุเราต้องดูและสังเกต การทำเกษตร ไปเยี่ยม 100 สวน 100 ฟาร์ม ก็ได้ 100 สูตร มันไม่มีใครเหมือนกัน ต้องหาลายเซ็นของตนเองให้ได้ ถ้าหาลายเซ็นของตัวเองไม่ได้ ทำเกษตรยังไม่สำเร็จ ยังยากจนอยู่แน่นอน เพราะฉะนั้นเพื่อนๆต้องดูสังเกตว่าดินของเรานั้น ไนโตรเจนมากไปไหม ดินเหนียวโพแทสเซียมสูงอยู่ไหม ยังอ่อนแออยู่ไหม ต้องเติม ต้องปรุง ให้ทางดินและทางใบมีมีก็ต้องดูพวกจุลธาตุ ทีจีเออะมิโนจะมีอาหารที่สำเร็จรูปโดยตรง ช่วยในเรื่องของการต้านหนาว แต่หัวใจหลักอีกอย่างหนึ่งคือทำให้โคนต้นชะอมชุ่มแต่ไม่แฉะอยู่เสมอ ตรงนี้เป็นเคล็ดลับเลยที่จะทำให้ชะอม แตกยอดอย่างสม่ำเสมอ ทำยังไงให้เขาชุ่มฉ่ำเพราะเราต้องการตัดยอดทุกวัน ไทยกรีนอะโกรของเรามีสารอุ้มน้ำโพลีเมอร์ สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์กระป๋องละ 250 บาท แต่ไปแช่ในถัง 200 ลิตร มันจะพองขยายตัวได้ 2-400 เท่า พองแล้วมันจะเป็นวุ้นใสๆ เป็นเจล เราเอามาคลุกผสมกับปุ๋ยหมัก อาจจะ 1 ต่อ 10 หรือ 2 ต่อ 10 เอาปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกมา 10 ส่วน หรือ 8 ส่วนก็ได้แล้วก็เอาโพลิเมอร์ 2 ส่วนคลุกและคลุมต้น  จะไม่มีปัญหาเรื่อรากแฉะ ขาดอากาศ ดินมันจะ Flow น้ำในรูปของวุ้นเป็นเจลลี่ ชะอมได้รับความชื้นรับรองแตกใบอ่อนแล้วถ้ากระตุ้นพวกทีจีเออะมิโน สังกะสี ซิงค์อะโกร ซิลโคเทรซ ถ้าได้เงินเยอะ ราคาดีก็ต้องบำรุงหน่อย ไม่ใช่เอาแต่ยอด เอาแต่กำไรแล้วไม่ลงทุนให้เขากินให้อิ่ม ให้เพียงพอ ก็ไม่มียอดส่วนจะฉีดเยอะ ฉีดน้อยไม่ว่ากัน อยู่ที่ประสบการณ์ เราต้องสังเกตเอง ว่าถ้ามันแตกดีเราก็ไม่ต้องไปฉีดไปพ่นแต่ที่แน่ๆโพลิเมอร์ สารอุ้มน้ำ ซื้อไปโลเดียว กระป๋องละครึ่งกิโล 2 กระป๋อง 1 โล 500 บาท ถ้ามันพองขยายได้ 2-400 เท่า ก็ลองหารดู 100 เท่าก็เหลือโลละ 5 บาท 200 เท่าเหลือ 2.50 บาทต่อลิตร 2.50 ต่อลิตรเอาไปผสมปุ๋ยคอก จะเป็น 1 ต่อ 10 หรือ 2 ต่อ 10 ก็ลองดูความชื้น ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลารดน้ำด้วยถ้าดินดำน้ำชุ่ม แต่ช่วงหน้าแล้งทำให้ชะอมมียอดดีแน่นอน โดยที่ไม่ต้องรดน้ำบ่อย แล้วทำให้ชะอมไม่มีปัญหาในเรื่องของการช็อคจากการปิดปากใบที่อากาศมันร้อนจัด เพราะว่าน้ำที่อยู่โคนต้นอย่างสม่ำเสมอ เขาจะชิน สมูท หรือราบรื่นในการที่ไม่ช็อค แต่การรดน้ำรดเช้า แล้วมารดเย็นอีกทีบางทีมันช็อค แต่ถ้ามันเย็นอยู่ที่โคนต้นเหมือนเท่าเราจุ่มน้ำอยู่ตลอดทั้งวัน แต่เป็นน้ำที่ไม่แฉะ มันคลุกปน ละมุน เนียน กับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ ก็มีน้ำกินอยู่ตลอดเวลา รากก็สร้างรากใหม่ได้ตลอดเวลา ยอดก็ชู๊ตได้ตลอดเวลา โดยรวมก็ร้อนแล้ง ตัวช่วยคือสารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ จะพบหนาวจัด ร้อนจัด จุลธาตุพวกสังกะสี พวกทีจีเออะมิโน พวกไคโตซานและก็มีภูมิในการสร้าง ส่วนพื้นฐานก็ใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ แต่ไม่ใช่เฝือใบงามใบจนหนอนแมลงมารบกวนก็ต้องมีพวกหินแร่ภูเขาไฟเป็นตัวช่วย อันนี้ภาพรวมคร่าวๆให้เพื่อนๆไปปรับประยุกต์ใช้  


มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปอลดสารพิษ www.thaigreenagro.com

 

  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line Official: https://lin.ee/3M1NXzf
ช่อง Youtube: https://bit.ly/3o1LAhK
เพจ Facebook: Thai Green Agro
Call Center: 084-5554205-9
ฝ่ายวิชาการ : 02-9861680-2
ไอดีไลน์: tga001-tga004
เว็บไซต์: www.thaigreenagro.com
Shopee: https://shp.ee/kh94aiq

My wishlist

Product name Unit price Stock status
No products added to the wishlist
×