0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
[agrikon_wc_ajax_search]

ข้าวริมนากับข้าวกลางนา…อย่างไหนให้ผลผลิตมากกว่ากัน

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องของการปลูกข้าวโดยตั้งเป็นลักษณะของคำถามแบบว่าข้าวริมนากับข้าวกลางนา อย่างไหนให้ผลผลิตดีกว่ากัน หรือว่ามากกว่ากัน ซึ่งวันนี้ก็อยากจะเชิญชวน พี่ ป้า น้า อา ที่ปลูกข้าวมีประสบการณ์ผมคิดว่ารู้อยู่แน่นอน แต่ต้นเหตุและสาเหตุ ทำไมมันดีหรือไม่ดีกันยังไงไม่แน่ใจ ถ้าใครรู้ก็ลองมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

                วันนี้เราจะคุยกันถึงเรื่องของการทำนา ปลูกข้าว ริมนากับข้าวกลางนาแบบไหนให้ผลผลิตดีกว่ากัน เพื่อนๆที่รู้แล้วก็ลองมาแชร์ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าเหตุผลตรงกันไหม ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเห็นพื้นที่ในเขตภาคกลางก็เริ่มที่จะเตรียมแปลงกัน แม้ว่าน้ำ สถานการณ์ ฤดูฝน เข้ามาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ดังที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาบอก แต่ฝนก็ยังไม่ได้มาแบบเป็น 100 กับตรงกันข้ามในพื้นที่ภาคกลางประเทศเรานั้นก็ยังประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่ ก็ต้องใช้บ่อบาดาล และมีการเลื่อนกำหนดให้มีการทำนา แต่ก็มีหลายพื้นที่ ที่สามารถที่จะเตรียมเทือกทำนาเป็นฤดูทำนาโดยปกติของคนไทยเป็นส่วนใหญ่ คือช่วงต้นฤดูฝนหรือสู่ฤดูฝน เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่า ถ้าจะปลูกข้าวทั้งที ราคาก็ถูก ปุ๋ยก็แพง เศรษฐกิจก็ไม่ดี ถ้าไม่คิดก่อนทำ กำไรก็จะไม่เหลือ เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูว่าการจะปลูกข้าวเราต้องวิเคราะห์ดูว่าข้าวในร่มกับข้าวกลางแจ้ง ข้าวริมนา ข้าวกลางนา หรือข้าวที่มันหล่นอยู่กลางคันนา ทำไมเขาถึงได้แตกกอใหญ่โตมากกว่าข้าวที่อยู่ในแปลงปลูก การตัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเตรียมดิน การทำความอุดมสมบูรณ์ ให้พร้อมต่อการที่จะให้เมล็ดข้าวนั้นงอกออกมาสร้างรากและรากสามารถเดินทำมาหากินได้ ผมคิดว่าในตอนนี้เราก็จะมาดูว่าการปลูกข้าวจะให้มันคุ้มค่า ผมก็เลยเอาประเด็นหลักๆว่าข้าวริมนากับข้าวกลางนา อันไหนดีกว่ากัน ผมคิดว่าลุง ป้า น้า อา ที่ทำนามา 20-30 ปี ทราบอยู่แล้ว ว่าข้าวริมนาจะมีการเจริญเติบโตที่ดีมาก ข้าวจะแกร่ง สูง รวงเยอะ แต่ข้าวกลางนาบางทีก็ต้นผอม เล็ก ลีบ มีแต่ฟาง มีแต่ซัง แต่รวงน้อย ก็จะเฉลยว่าข้าวริมนาดีกว่าข้าวกลางนา ข้าวริมนาที่ให้ผลผลิตดีกว่าเพราะเขาได้รับแสงแดด เขาเรียกรับแสงแดดที่มากกว่า เขาได้รับออกซิเจน ได้มีระบบการระบายถ่ายเทอากาศดีกว่าข้าวที่แออัด ยัดเยียดกันอยู่กลางนา เมื่อเรารู้ว่าข้าวอยู่ริมคันนาเป็นช่องว่างระหว่างแปลง ข้าวอยู่ริมคันนาระหว่างแปลงเขาให้ผลผลิตดี แต่ข้าวกลางนาให้ผลผลิตไม่ดี ส่วนหนึ่งต้นเหตุก็คือว่าใช้เมล็ดพันธุ์มากเกินไป ปัจจุบันนี้เราสามารถที่จะลดเมล็ดพันธ์ลงมา ต่อให้เพื่อนๆทำอาชีพเกษตรไม่เป็นเลย ไม่เก่งเลย สามารถใช้เมล็ดพันธุ์แค่ 1 ถัง ต่อไร่พอ ถ้ายังงงอยู่ท่านต้องไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษว่าเขาทำกันยังไง ไม่เป็นไม่เก่งเลยสามารถที่จะปลูกข้าว 1 ถัง หรือ 10 กิโลกรัมต่อไร่ และปล่อยให้เพื่อนๆเขาหว่าน 2 ถัง 2 ถังครึ่ง 3 ถัง ท่านสามารถที่จะเข้าไปปรึกษาหารือที่ไทยกรีนอะโกรฟาร์ม จ.อ่างทอง เราทำมาแล้ว เก็บเกี่ยวแล้ว มาเป็นหลายสิบปีแล้ว

อันแรกเลยคือเมล็ดพันธุ์ ท่านต้องลดเมล็ดพันธุ์ให้น้อย และก็เตรียมดินวัดค่าความเป็นกรดและด่างให้ดี แต่หัวใจของมันก็คือข้าวริมนาโปร่ง ใบตั้งชูสู้แสง อากาศถ่ายเทดี ในนาก็ต้องอย่าแน่น ถ้าคนที่ใช้เมล็ดพันธุ์เยอะ เวลามันแตกกอช่วงอายุ 30 วัน พอแตกกอปุ๋ยก็ต้องอัดเยอะ คนที่หว่าน 10 โลหรือ 1 ถังต่อไร่ปุ๋ยก็ใช้น้อยกว่า ใช้ปุ๋ยอาจจะแค่ 10 โล 20-30 โล คือปุ๋ยมันหนัก 50 โล อาจจะใช้แค่ครึ่งลูกต่อไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์เยอะสมมุติใช้ 3 ถัง หรือ 2 ถังครึ่ง ถังละ 300 หรือ ถังละ 250 แต่ผมอยากจะพูดตัวเลขกลมๆให้เพื่อนๆได้เห็นภาพ สมมุติถังละ 300 ใช้ 3 ถัง ก็ไร่ละ 900 บาท ถ้าเพื่อนๆทำนา 10 ไร่ก็ 9000 บาท แต่ถ้าท่านใช้เทคนิคและวิธีการแบบไทยกรีนอะโกรหรือชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เหลือถังเดียวพอ เหลือถังเดียวต้นทุนหายไป 2 ถัง ถ้าถังละ 300 ของเมล็ดพันธุ์ก็ลดต้นทุนไป 600 บาท 10 ไร่ก็ 6000 บาท ทำนายังไม่ทันเริ่มทำได้กำไร 6000 บาทแล้ว ทำไมต้องใช้เมล็ดพันธุ์น้อยก็ข้าวริมนาดีกว่าข้าวกลางนา ปุ๋ยก็ใช้น้อยเมื่อลดเมล็ดพันธุ์ แสงก็ส่องถึงเป็นข้าวริมคันนา แสงก็ส่องถึงได้ง่าย ใบไม่พันกันเหมือนกระท่อมทองกวาว ในนาเราถ้าใบหนาอวบอ้วนชนกัน เป็นกระท่อมทองกวาวให้กับเพลี้ยจักจั่น หนอน แมลงต่างๆเข้ามา เพลี้ยก็ชอบ แมลงก็ชอบ หนอนก็ชอบเดินใส่ปุ๋ยในนาใบข้าวพันติดแข้ง ติดขา เพราะอัดปุ๋ยเยอะ ก็ต้องซื้อยา ฆ่าเพลี้ย หนอน แมลง เพิ่มเงินอีกเป็นเท่าตัว แต่ถ้าใช้เมล็ดพันธุ์แค่ถังเดียว ปลูกให้บาง การที่หว่านเมล็ดพันธุ์บางจะมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่งเหมือนกันที่ไปส่งเสริมให้เพื่อนๆในอดีตที่ผ่านมา ปัญหาของการหว่านบางถ้าคนทำเป็นสามีคนเป็นเมียก็จะด่า แต่ถ้าคนทำเป็นภรรยาผัวก็บ่น เพราะ 20-30 วันแรกมันจะมีแต่ดินข้าวหล่อมแหลม มันบางมาก เพราะว่าข้าวจะแตกกอช่วงอายุประมาณ 28-30 วัน คนที่หว่านหนาใช้เมล็ดพันธุ์เยอะ ต้นทุนเยอะ หว่านหนาพอใบมันชนกันมันหยุดการแตกกอ มันเลยทำให้คนที่หว่านหนาก็จะเป็นข้าวต้นเดียว แต่ถ้าใครหว่านบางก็จะเหมือนข้าวริมคันนา หรือข้าวตกกลางนา 1 เม็ด จะแตกกอเป็นพุ่ม มีไม่รู้กี่ต้น แต่ถ้าหว่านหนาแน่นทุนเมล็ดพันธุ์ก็เยอะ ทุนปุ๋ยก็แยะ ทุนยาฆ่าแมลงปราบศัตรูพืชก็มากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นข้าวริมนากับข้าวกลางนา ต้องจำเอาไว้ว่า หว่านบาง หว่านน้อย ให้เหมือนข้าวริมคันนา ต้นทุนลด ต้นทุนเมล็ดพันธุ์ลดทุนปุ๋ยยาลด ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อนๆลองสังเกตคนที่ปลูกข้าวมานานแล้วเจอกับฤดูกาลที่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ระบาดหนักมากในช่วงปี 2554 ที่มีหลวงพ่อแถว  อ.สองพี่น้อง แถวบางปลาม้า ที่สร้างบูชา วัตถุมงคล ยันต์กันเพลี้ย รู้ว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เขาจะเข้าทำลายแปลงนาที่อวบอ้วน อ่อนแอและลำต้นแน่น ไม่ใช่ลำต้นแข็ง คือกอข้าวหนาแน่น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือลองใช้วิธีการหว่าน วางแผนการคิดก่อนปลูก ถ้ายังไม่รู้ ไม่เข้าใจลองปรึกษากับทางนักวิชาการของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ว่าวิธีการปลูกข้าวใช้เมล็ดพันธุ์ถังเดียวทำยังไง หว่านได้ยังไงและการดูแลบำรุงรักษา เรามีความเป็นมืออาชีพ ทั้งจากประสบการณ์ตรง ทั้งจากตำราวิชาการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราค่อนข้างที่จะมีองค์ความรู้ได้พอสมควร

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปอลดสารพิษ www.thaigreenagro.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line Official: https://lin.ee/3M1NXzf
ช่อง Youtube: https://bit.ly/3o1LAhK
เพจ Facebook: Thai Green Agro
Call Center: 084-5554205-9
ฝ่ายวิชาการ : 02-9861680-2
ไอดีไลน์: tga001-tga004
เว็บไซต์: www.thaigreenagro.com

My wishlist

Product name Unit price Stock status
No products added to the wishlist
×