เบนโธไนท์Bentonite

100฿

ดินเบนโทไนท์Bentonite clayจัดเป็นหินเถ้าภูเขาไฟที่แปรเปลี่ยนเบื้องต้นไปเป็นเนื้อดินถูกแช่ในน้ำมาเป็นเวลา200ล้านปีอยู่ในกลุ่มแร่เสม็คไทท์( Smectite )หรือมอนต์มอริลโลไนท์( Montmorillonite )เป็นองค์ประกอบหลัก

ขนาดบรรจุ1กระสอบ/20 กิโลกรัม

รายละเอียด

มีส่วนประกอบรองลงมาคือซิลิคอนอลูมิน่าเหล็กแคลเซียมควอร์ทแมกนีเซียมNa2O K2O TiO2P2O5 MnO Cr2O3 Geฯลฯอีก20กว่าชนิด
ดินเบนโทไนท์Bentonite clayไม่ได้ประกอบด้วยดินเกาลินแต่เป็นผลึกดินมีโครงสร้างเป็นผลึกตาข่ายที่มีขนาดอนุภาคเล็กละเอียดมากมีพื้นที่ผิวจำเพาะปฐมภูมิ( Primary specific Surface )สูงมากระหว่าง50ถึง120ตารางเมตรต่อกรัมและพื้นที่ผิวจำเพาะทุติยภูมิ( Secondary specific Surface )สูงได้ถึง840ตารางเมตรต่อกรัมเรียกว่าดินเบนโทไนท์เพียง100กรัมจะสามารถคลอบคลุมสนามฟุตบอลได้เต็มสนามอย่างสบายๆด้วยขนาดอนุภาคที่เล็กละเอียดดังนี้จึงทำให้พืชจึงสามารถที่จะดูดซับธาตุอาหารจากดินเบนโทไนท์ไปใช้ได้ทันที

ดินเบนโทไนท์มีคุณสมบัติการดูดซับที่ดีสามารถดูดน้ำไว้ได้มากซึ่งเป็นผลให้ดินมีลักษณะขยายตัว( Swell ability )สูง5 – 20เท่าของปริมาตรดินแห้งหรือเกิดการพองตัวบวมเมื่ออุ้มน้ำไว้ได้มากๆคล้ายกาวจึงจัดเป็นตัวเคลือบปุ๋ยยึดเกาะเม็ดปุ๋ย( Blender )ที่ดีที่สุด

ดินเบนโทไนท์มีสูตรAl2O3 * 4SIO2 * 2H2Oแร่ดินชนิดนี้สามารถเกิดการแลกเปลี่ยนประจุไอออนกับเชื้อโรคและดูดซับกลิ่นได้ดีเมื่อเปียกน้ำจะดูดซับสารที่มีประจุบวกได้ดีจำพวกเชื้อโรคต่างๆไว้ทำให้สามารถช่วยป้องกันอาการของโรคเน่าในพืชและดินได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นโรคเชื้อราโรครากเน่าโคนเน่าฯลฯมีเกษตรกรหลายรายนำดินเบนโทไนท์ไปช่วยดูดซับกลิ่นของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายของสัตว์ได้ผลชัดเจน

ด้วยคุณสมบัติคล้ายกาวของดินเหนียวภูเขาไฟชนิดนี้ในอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยขึ้นรูปเม็ดปุ๋ยจะนิยมใช้ดินเบนโทไนท์เพื่อเพิ่มความเหนียวให้วัตถุดิบผลิตปุ๋ยปั้นเม็ดได้ง่ายต่อการขึ้นรูปจึงจัดเป็นตัวเคลือบปุ๋ย(Blender)ที่ดีที่สุดซึ่งสามารถช่วยขึ้นรูปงานปั้นเม็ดปุ๋ยได้รวดเร็วสะดวกดีกว่าโดยการใช้ดินเบนโทไนท์10% – 20%ในสูตรเดิมทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณภาพให้แก่ปุ๋ยอีกด้วย

แร่ดินเบนโทไนท์มี2ชนิดคือ
1.โซเดียมเบนโทไนท์เหมาะสำหรับใช้เพื่องานอุตสาหกรรม( Sodium bentonite use for industrial )
2.แคลเซียมเบนโทไนท์เหมาะสำหรับใช้กับการทำเกษตรแบบพึ่งอิงธรรมชาติ( Calcium bentonite use for life )ซึ่งเป็นชนิดที่เรานำมาบริการจะปลอดภัยต่อคนพืชสัตว์สิ่งแวดล้อมทั้งยังเป็นประโยชน์มากต่อการเกษตร

องค์ประกอบของธาตุต่างๆทางเคมี:
SiO2 74.25
Al2O3 13.56
Fc2O3 3.90
TiO2 0.87
K2O 0.53
CaO 0.38
MgO 0.33
P2O5 0.02
MnO 0.01
H2O 0.67
Cr 42 ppm
Zn 23 ppm
Ge ( Germanium ) 4.5 ug/g.

ลักษณะการขยายตัว5 – 20เท่า
มีแร่ธาตุเสริมอื่นๆอีกกว่า20ชนิด

คุณสมบัติ

ดินเบนโทไนท์มีธาตุซิลิคอนโครงสร้างเนื้อดินเป็นผลึกตาข่ายมีค่าความเป็นกรดอ่อนๆค่าPH = 5จากธรรมชาติได้มาจากการแตกตัวของสารประกอบที่เรียกว่ากรดซิลิซิคSilicic Acidซึ่งแปลว่าซิลิเคทที่อมน้ำสูงสามารถละลายน้ำได้ง่ายและมีปฎิกริยาเร็วกว่าหินถึง3เท่าแม้ว่าชนิดหินจะถูกบดละเอียดกว่า300เมซก็ไม่สามารถจะแตกตัวปล่อยธาตุอาหารได้รวดเร็วเท่าดินเบนโทไนท์ประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กละเอียดมากทำให้ประจุของซิลิเคทที่ปะปนอยู่เมื่อถูกน้ำแล้วจะแตกตัวสามารถให้ธาตุซิลิคอนกระจายตัวเพื่อให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารซิลิคอนไปใช้ได้ทันทีเพื่อทำให้พืชมีความแข็งแรงเสมือนพืชติดเกราะเหล็กมีความต้านทานต่อโรคและแมลงหนอนเพลี้ยได้ดียิ่งขึ้นช่วยในการเพิ่มคุณภาพและปริมาณของผลผลิตได้อย่างดีเยี่ยม

กลไกการทำงานของแร่ธาตุซิลิคอนในดินเบนโทไนท์

เมื่อพืชได้รับธาตุอาหารเสริมโดยเฉพาะธาตุซิลิคอนเมื่อพืชดูดซึมธาตุซิลิคอนผ่านทางรากแล้วก็จะกระจายไปทั่วทั้งลำต้นและใบทั่วทุกผนังเซลส์ผิวลำต้นและใบขึ้นไปพร้อมน้ำและธาตุอาหารต่างๆต่อมาน้ำจะระเหยออกทางผิวแต่ธาตุซิลิคอนไม่ระเหยจึงสะสมอยู่ที่ผิวมากขึ้นก็กลายเป็นผลึกควอร์ทโอปอลหรือเปลี่ยนเป็นซิลิเกตเคลือบที่ใบพืชที่มีธาตุซิลิคอนเคลือบอยู่จะมันเงาและมีความแข็งแรงสูงทนทานต่อโรคและแมลงเกษตรกรควรจะนำปุ๋ยที่มีธาตุซิลิคอนเข้ามาเป็นตัวเสริมด้วยจะทำให้ผลผลิตดียิ่งขึ้น

เบนโทไนท์มีธาตุอะลูมิน่า,แคลเซียม,โซเดียมฯลฯ
ธาตุเสริมจำพวกอลูมิโนซิลิเกตและธาตุเสริมอื่นๆมีประโยชน์สำหรับพืชช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดินช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารเสริมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเยี่ยม

เบนโทไนท์มีธาตุโปแตสเซียม( K )มีธาตุโปแตสเซียมตามธรรมชาติซึ่งสามารถแตกตัวได้ดีเมื่อเปียกน้ำและจะทำปฎิกริยาเร็วกว่าหินถึง3เท่าแม้ว่าชนิดหินจะถูกบดละเอียดกว่า300เมซก็ไม่สามารถจะแตกตัวปล่อยธาตุอาหารได้รวดเร็วเท่าดินเบนโทไนท์เนื่องจากเนื้อดินมีอนุภาคที่เล็กละเอียดกว่าเนื้อหินทำให้การแตกประจุของธาตุอาหารKทำได้ดีกว่าการดูดซึมธาตุอาหารของพืชจึงได้รับอย่างเต็มประสิทธิภาพส่งผลทำให้ลำต้นผนังเซลส์แข็งแรงไม่หักโค่นหรือล้มง่ายช่วยในกระบวนการสร้างแป้งและน้ำตาลที่สะสมในพืชพืชมีความแข็งแรงต้านทานต่อโรคและแมลงติดดอกออกผลดีเป็นพิเศษ

ดินเบนโทไนท์มีธาตุเหล็ก( Fe )ธาตุสังกะสี( Zn )ธาตุรองอื่นๆ
ธาตุเหล็กFeช่วยในขบวนการหายใจและช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ในการปรุงอาหารของพืชและยังมีธาตุอาหารเสริมอื่นๆมี20กว่าชนิดที่พืชต้องการเป็นอย่างยิ่ง

ดินเบนโทไนท์ช่วยปล่อยปุ๋ยละลายช้า( Slow release )
โดยปกติพืชจะใช้ปุ๋ยเคมีที่เราใส่ลงไปในดินได้ไม่เกิน50 %ส่วนที่เหลือจะระเหยหรือถูกน้ำชะล้างไปนอกจากนี้สภาพดินที่มีปัญหาเช่นดินเปรี้ยวดินเค็มจะขัดขวางไม่ให้พืชดูดซับปุ๋ยจากดินไปใช้ได้ดินเบนโทไนท์มีค่าแลกเปลี่ยนประจุ( CEC )สูงซึ่งจะช่วยจับปุ๋ยไว้ไม่ให้ระเหยช่วยปล่อยปุ๋ยละลายช้าslow releaseช่วยเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยและช่วยประหยัดปุ๋ยเคมีได้

เบนโทไนท์นำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆมากมายอาทิ
•การทำโคลนเจาะต่างๆใช้ผสมกับน้ำเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงหัวเจาะในการเจาะบ่อน้ำบาดาลหรือเจาะบ่อน้ำมัน
•การขจัดสีในน้ำมันอุตสาหกรรมฟอกสี
•ใช้ผสมอาหารสัตว์ให้สัตว์กินเพื่อเพิ่มแร่ธาตุเสริม
•การผลิตเครื่องสำอางค์
•การขจัดคราบไขมันในบ่อบำบัดน้ำเสีย
•อุตสาหกรรมเซรามิก
•ทำบ่อเก็บกักน้ำในพื้นที่ที่เก็บกักน้ำไม่อยู่
•การเลี้ยงกุ้ง,ปลาช่วยดูดซับสารพิษช่วยให้กุ้งลอกคราบง่ายขึ้น
•บำบัดน้ำเสียรักษาคุณภาพน้ำขจัดแก็สพิษโลหะหนักกลิ่นไม่พึงประสงค์
•ช่วยปรับปรุงคุณภาพดินปรับสภาพดินทำให้ดินดีมีความอุดมสมบรูณ์
•ใช้ในฟาร์มปศุสัตว์ใช้ผสมกับมูลสัตว์เพื่อลดกลิ่นและลดปริมาณเชื้อโรคได้ดี
•ใช้ผสมดินหรือคอนกรีตในการก่อสร้างเขื่อนหรือคลองเพื่อป้องกันการรั่วซึม

Reviews (0)

รีวิวสินค้า

ยังไม่มีความเห็น

Be the first to review “เบนโธไนท์Bentonite”

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *