ซิงค์อะโกร

250฿

ปุ๋ยเคมี ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม

รายละเอียด

คุณสมบัติ  เป็ยปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม ประกอบไปด้วย

ปริมาณธาตุอาหารรอง

แมงกานีส(Mgo)……………………………………….8%

ปริมาณธาตุอาหารเสริม

แมงกานีส(Mn)………………………………………..2%

สังกระสี(Zn)…………………………………………..13%

ประโยชน์ ช่วยในการสร้างตาดอกของพืช เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์

แลง ทำให้พืชสร้างแป้งและน้ำตาลมากขึ้น เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์ทำให้ใบเขียวเข้ม ใบหนาช่วยให้พืชทนหนาวได้ดี

ช่วยสังเคราะห์โปรตีน แก้อาการใบอก้ว ใบลายในส้ม มะนาว และแก้ปัญหาการขาดธาตุอาหารสังกะสี

พืชที่แนะนำให้ใช้

ปุ๋ยเคมี                                                                                           ชนิดพืช

ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม                 พืชกลุ่มที่ 1                                                               พืชกลุ่มที่ 2                                                พืชกลุ่มที่ 3

Mgo 8%                                                    แตงต่างๆ ถั่วฝักขาว ถั่วลันเตา                                  พืชผัก                                                        พืชหัว หอม แครอท

Mn 2%                                                     มะเขือต่างๆ ผักกาดหอม                                            ตระกูลกะหล่ำ                                            มันปรั่ง สับปะรด

Zn 13%                                                    ไม้ดอกไม้ประดับ และไม้ผล

อัตราปุ๋ยที่ใช้

ซี.ซี/น้ำ 20 ลิตร                                                          3-5                                                                       3-5                                                            3-5

วิธีการใช้      ควรพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ พอเปียกทั่วใบและทุกๆส่วนของพืชทุกๆ 7-10 วัน

คำแนะนำ : ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนทุกครั้ง หากไม่เข้าใจหรือมี

ปัญหา สงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมเกษตรในท้องถิ่นเพื่อให้การ

ใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนค เพราะจะเป็นอันตรายกับพืช

ข้อควรระวัง :

1.โดยทั่วไปแล้วปุ๋ยเคมีพ่นทางใบ พืชใช้ผลประโยชน์ได้น้อย ควรใช้เป็นปุ๋ยเคมีเสริมกับการให้ปุ๋ยเคมีทางดิน

2.ควรพ่นในช่วยเวลาเช้าหรือเย็น ในเวลาที่อากาศไม้ร้อน ลมไม่พัดแรง และคาดว่าฝนไม่ตก

3.ขณะที่พ่น พืชต้องไม่เหี่ยวเฉาหรือขาดน้ำ

4.การพ่น อย่าให้ถึงเปียกโชค เพราะจะทำให้เสียค่าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพปุ๋ยเคมีที่ใช้พ่นทาง

ใบเมื่อตกลงดินจะมีประสิทธิภาพเท่ากับปุ๋ยเคมีที่ใส่ทางดิน

5.ควรเก็บรักษาปุ๋ยเคมีในที่มิดชิดในร่มและแห้งและควรเก็บปุ๋ยเคมีไว้ในภาชนะที่ปลอดภัยห่างไกลจากมือเด็ก