การเกษตร, ข่าวเกษตร

34 ปี ศูนย์ศึกษาฯ ห้วยฮ่องไคร้ฯ แม่แบบการฟื้นฟูป่าจากเสื่อมโทรมสู่สมบูรณ์

                นายสุรัช ธนูศิลป์
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยกับคณะสื่อมวลชนในโครงการสื่ออาสาสืบสานพระราชดำริ
ที่จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(สำนักงาน กปร.)
ในโอกาสครบรอบการก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
34 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ได้ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช
ซึ่งมีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525
และวันนี้ทางศูนย์ได้ดำเนินการมาครบ 34 ปี
โดยน้อมนำแนวพระราชดำริในเรื่องของการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ 3 วิธีด้วยกัน

วิธีที่ 1 เรื่องการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก คือใช้วิธีปลูกป่าในใจคน
ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยไม่ให้ไปทำลายแม่ไม้ ลูกไม้ ที่เติบโตโดยธรรมชาติ
ไม่ให้เกิดไฟป่า เพราะฉะนั้นต้นไม้ก็จะฟื้นด้วยวัฏจักรของป่าไม้ด้วยตัวของเขาเอง
เรียกว่าวัฏจักรของป่าไม้ ภายใน 5 ปี 10 ปี วิธีที่ 2 การฟื้นฟูป่าด้วยระบบของฝายต้นน้ำลำธาร
หรือว่า
Check dam ก็สร้างฝายต้นน้ำลำธารตั้งแต่ยอดเขาลงมา ลดหลั่นลงมา เพื่อกักความชุ่มชื้น
ให้กับลูกไม้หรือกล้าไม้ที่เราไปปลูกก็จะช่วยให้กล้าไม้เจริญเติบโตเร็วขึ้นและ
วิธีที่ 3 พระองค์พระราชทานพระราชดำริ เรื่องของการนำน้ำชลประทานมาเสริมในการปลูกป่า
ก็คือการ ต่อจากอ่างระดับบนโดยระบบ
gravity แล้วก็มาปล่อยลงร่องห้วยที่เราสร้างฝายต้นน้ำลำธารไว้
นอกจากนี้พระองค์ยังพระราชทานแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูป่าด้วยกุศโลบาย ก็คือ
ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ อย่างที่ 1 ก็คือ ไม้ใช้สอย หรือไม้เศรษฐกิจ
ใช้สร้างบ้านสร้างเรือนได้ อันที่สองก็เป็น ไม้ผลก็เป็นอาหาร ตั้งแต่ผักหวาน
หรือผลไม้ ลำไย ลิ้นจี่ มะไฟป่า หรือจะเป็นสมุนไพร เป็นเห็ดอันนี้ก็เป็นไม้ผล อย่างที่
3 ก็เป็น ไม้ฟืน เนื่องจากว่าประ ชาชนในชนบทก็ยังใช้ฟืนในการประกอบอาหารอยู่
เมื่อประชาชนเข้าใจว่าป่ามีคุณประ โยชน์ก็จะให้ความสนใจในการอนุรักษ์
แล้วก็ปลูกป่าเพิ่มเติม ก็จะได้ประโยชน์อย่างที่สี่ ก็คือ
ช่วยในการอนุรักษ์ดินและน้ำ และช่วยกันบำรุงรักษาป่า ปลูกป่าขึ้น
เหมือนกับว่าประชาชนได้มีความเข้าใจ มีความรักในป่าไม้ ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4
อย่าง ป่าชุมชนก็จะกลายเป็นเหมือนซูเปอร์ มาร์เกต ที่ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์
มีทั้งอาหาร มีทั้งไม้ใช้สอย มีทั้งไม้เชื้อเพลิง
ก็จะร่วมกันอนุรักษ์และก็รักในการที่จะฟื้นฟู
และสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูล หลังจากดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ณ ปัจจุบันนี้
สภาพของห้วยฮ่องไคร้ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากพื้นที่หินกรวดแห้งแล้ง
ที่พระองค์ทรงเลือกพื้นที่ 8,500 ไร่ สมัยก่อนกันดารมาก
จากอดีตมีพืชพันธุ์ไม้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพบเพียง 57 ชนิด
แต่ปัจจุบันมีถึง 290 ชนิด นอกนั้นในระบบนิเวศวิทยาก็สมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกยูง จะสามารถพบเห็นอยู่ทั่วไปในศูนย์ซึ่งมีประมาณ 200-300 ตัว
เป็นนกยูงไทย ไปจนถึงไก่ป่า หมูป่า กล้วยไม้ป่านานาชนิดก็มีเกิดขึ้นตามธรรมชาติมากมายหลายชนิด
ระบบนิเวศวิทยาเมื่อวัฏจักรของป่าฟื้นฟู
นับเป็นความเปลี่ยนแปลงของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้
ที่สามารถเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ให้กับพื้นที่อื่น ๆ
ที่ต้องการการฟื้นฟูได้เป็นอย่างดี
นายสุรัช
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดเชียงใหม่

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ฉบับวันที่26/12/59

เว็บที่มา :  http://www.dailynews.co.th/agriculture/544983