ข้อมูลเกี่ยวข้องปลาสวยงาม, ปลาสวยงาม

ไรน้ำนางฟ้า ” สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

NULL

“ ไรน้ำนางฟ้าไทย ” หรือ “ แม่อ่อนช้อย ” แหล่งอาหารเสริมโปรตีนของชาวอีสานบ้านเฮาเวลานี้ กำลังจะได้ขึ้นทำเนียบสัตว์เศรษฐกิจอีกตัวแล้ว หลังจากที่ นายนุกูล แสงพันธุ์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) วึ่งได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศึกษาการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยให้มีอัตรารอดตายสูง ได้เป็นผลสำเร็จ โดยมี รศ. ดร. ละออศรี เสนาะเมือง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

fiogf49gjkf0d

          นายนุกูลกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเราต้องนำเข้าไข่อาร์ทีเมียเพื่อนำมาเลี้ยงลูกกุ้งลูกปลา รวมทั้งสัตว์น้ำวัยอ่อนจำนวนปีละไม่ต่ำกว่า 200-600 ตัน มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และที่ต้องนำเข้าก็เพราะไทยเรายังไม่สามารถผลิตได้เอง จึงมองหาสัตว์น้ำอื่นเพื่อทดแทนและเห็นว่า “ ไรน้ำนางฟ้า ” เป็นสัตว์กลุ่มเดียวกับ “ อาร์ทีเมีย ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบน้ำเค็ม

          สำหรับไรน้ำนางฟ้าในประเทศไทยที่ค้นพบมีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร, ไรน้ำนางฟ้าไทย และไรน้ำนางฟ้าสยาม (ทั้ง 3 ชนิดมักอาศัยอยู่ในบ่อที่มีน้ำขังชั่วคราว โดยเฉพาะพื้นที่แห้งแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) แต่จากการศึกษาพบว่า ชนิดที่มีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงคือ “ ไรน้ำนางฟ้าไทย ” เนื่องจากเป็นชนิดที่โตเร็วกว่าไรน้ำนางฟ้าชนิดอื่น

          กล่าวคือจะฟักเป็นตัวอ่อนเมื่ออายุราว 1 สัปดาห์ และวางไข่ครอกแรก จากนั้นจะวางไข่อีกทุก ๆ 27 ชั่วโมง ประมาณ 16 ครั้ง เฉลี่ยวางไข่ทั้งหมดประมาณ 6,000 ฟอง โดยจากการทดลองเลี้ยง น้ำ 1 ลิตร ต่อไรน้ำฯ 50 ตัว ใช้เวลา 2 สัปดาห์ จะให้ผลผลิต 1.5-1.7 กก. เวลานี้สามารถเลี้ยงให้มีอัตรารอดตายกว่า 90% นอกจากนี้ยังพบว่าไรน้ำชนิดนี้มีโปรตีนสูงถึง 64-69% ขณะที่อาร์ทีเมียมีแค่ 56% เท่านั้น

          สำหรับอาหารของไรน้ำนางฟ้าไทยเป็นสาหร่ายเซลล์เดียว อินทรียวัตถุขนาดเล็ก รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราที่อยู่ในน้ำ จึงเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ไม่ยุ่งยากในการดูแล แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยความชำนาญพอตัวเหมือนกัน ส่วนด้านต้นทุนการเตรียมบ่อเพาะเลี้ยงก็ไม่สูงนัก และสามารถเลี้ยงจนเพิ่มปริมาณได้อย่างรวดเร็ว สะดวกที่จะนำตัวเต็มวัยมาแช่แข็งส่งไปขายเป็นอาหารกุ้งกุลาดำที่มีการเพาะเลี้ยงอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล และยังเป็นอาหารเลี้ยงปลาสวยงามหรือปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม

          นอกจากนี้ ไข่ของไรน้ำนางฟ้าไทย ยังสามารถเก็บได้ในสภาพแห้งเป็นระยะเวลานาน เหมาะที่จะนำไปเพาะฟักได้เอง หรือนำไปใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการเรียนการสอนได้อีกด้วย ส่วนตัวเต็มวัยของไรน้ำนางฟ้า ก็สามารถใช้เป็นสัตว์ทดลองในการทดสอบคุณสมบัติของสารพิษต่าง ๆ ได้ หากเปรียบเทียบราคาอาร์ทีเมียตัวเต็มวัยขายกันอยู่ที่ 50-100 บาท/กก. ส่วนไข่อาร์ทีเมียราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อ 6 กก. (12 กระป๋องนม) และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ

          ฉะนั้น หากเราสามารถเพาะเลี้ยงไรน้ำตัวนี้ในระดับการค้าได้ ไม่เพียงช่วยลดการนำเข้าได้มหาศาลแล้ว ยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทยเราอีกด้วย ท่านที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-9861-9159, 0-1480-1165

ที่มา : ดวงแก้ว ผุงเพิ่มตระกูล. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, ปีที่ 55 ฉบับที่ 16,918 วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2547 หน้า 7.