สารพันเห็ด, เห็ดมัยคอร์รัยซ่า

ไมคอร์ไรซากับไม้วงศ์ไม้ยางบางชนิด

NULL

กฤษณา พงษ์พาณิชย์


นักวิทยาศาสตร์ 7ว สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้


                ไมคอร์ไรซ่า (Mycorrhizas) เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อรา (fungi) กับระบบรากของพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชชั้นสูง เชื้อรานั้นต้องมิใช่เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืชส่วนรากพืชต้องเป็นรากที่มีอายุน้อย ๆ และยังทำหน้าที่หลักในการดูดน้ำและธาตุอาหารต่าง ๆ ให้กับพืช ซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัย หรือเอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน (Symbiotic associations) ต้นไม้ให้สารประกอบคาร์โบไฮเดรทและสารประกอบอื่น ๆ จากขบวนการเมตาบอลิซึมที่มีประโยชน์แก่รา และราช่วยเพิ่มธาตุอาหาร เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และธาตุอื่น ๆ ให้กับต้นไม้ นอกจากนี้เชื้อไมคอร์ไรซ่ายังช่วยปกป้องรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อโรค ตั้งแต่มีการค้นพบความสัมพันธ์แบบนี้เป็นต้นมา ได้มีการศึกษาค้นคว้ากันอย่างมากมาย และเป็นที่ประจักษ์ว่ารากของพืชเกือบทุกชนิดมีไมคอร์ไรซ่าอาศัยอยู่ และไมคอร์ไรซ่านี้เองมีส่วนช่วยให้ต้นพืชสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ แม้เมื่อเจริญอยู่บนดินที่มีสภาพไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต (อุทัยวรรณ, 2534)

fiogf49gjkf0d

                เชื้อราไมคอร์ไรซ่าเป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศของพืชและเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืชโดยเฉพาะในช่วงแรกของการเจริญเติบโตของต้นไม้ เชื้อราจะช่วยดูดซับความชื้นให้แก่กล้าไม้ และจะช่วยให้กล้าไม้มีชีวิตอยู่รอดได้ในช่วงวิกฤตจากความแห้งแล้ง (Cited by Mikola, 1973) พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งอาจมีเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาอาศัยอยู่หลายชนิด และเชื้อราเอคโตไมคอร์ไรซาชนิดหนึ่ง ๆ อาจจะอยู่ร่วมกับพันธุ์ไม้ได้หลายชนิด การมีชีวิตอยู่ร่วมกันระหว่างราไมคอร์ไรซากับระบบรากของต้นไม้ มีความสำคัญยิ่งต่อกระบวนการทางสรีรวิทยาและการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยจะทำให้ระบบนิเวศป่าไม้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น (Marx and Barnett, 1974; Mikola, 1973)


ประโยชน์ของราไมคอร์ไรซา (Chalermpongse, 1994)


                1. ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิว และปริมาณของรากต้นไม้ในการดูดธาตุอาหารได้มากขึ้น


                2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำ และช่วยให้ต้นพืชหรือต้นไม้เหี่ยวช้าในสภาวะที่ขาดน้ำ


                3. ช่วยให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารต่าง ๆ เช่น ฟอสฟอรัส (P) ไนโตรเจน (N) โปแทสเซียม (K) คัลเซี่ยม (Ca) และธาตุอื่น ๆ ซึ่งไมคอร์ไรซาจะดูดซับและสะสมไว้ในราก


                4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลาย และดูดธาตุอาหารจากหินแร่ในดินที่สลายตัวยาก รวมทั้งพวกอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่ยังสลายตัวไม่หมด ทำให้พืชหรือต้นไม้นำไปใช้ได้


                5. รากที่มีไมคอร์ไรซามีความสามารถป้องกันการเข้าทำลายรากของโรคพืชได้ดีกว่ารากที่ไม่มีไมคอร์ไรซา ทำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อโรคที่ระบบรากสูงขึ้น


                6. ช่วยให้ต้นไม้มีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพพื้นที่แห้งแล้ง หรือปัญหาของดินเค็ม ดินเปรี้ยว หรือดินมีระดับความเป็นกรด-ด่างไม่เหมาะสมได้


                7. ช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น


                8. ดอกเห็ดไมคอร์ไรซาสามารถใช้เป็นอาหารรับประทานได้ แม้ว่าบางชนิดจะมีพิษอยู่บ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย และเห็ดบางชนิดก็สามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้


                การกระจายพันธุ์ของราไมคอร์ไรซา มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชนิดพันธุ์ไม้สภาพทางภูมิศาสตร์ ความชื้นของอากาศ ความชื้นดิน ความเป็นกรด-ด่างของดิน และปัจจัยทางระบบนิเวศป่าไม้ อนิวรรต และคุณ (2540) ได้รายงานผลการสำรวจเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซาของไม้วงศ์ไม้ยาง และมีข้อมูลประกอบเกี่ยวกับชื่อสามัญ และหมายเหตุคุณสมบัติเพิ่มเติมจาก เกษม (2537), ราชบัณฑิตยสถาน (2539) และอนงค์ (2541)


เอกสารอ้างอิง


เกษม สร้อยทอง. 2537. เห็ดและราขนาดใหญ่ในประเทศไทย. โรงพิมพ์ศิริธรรม ออฟเซ็ท, อุบลราชธานี. 222 หน้า.


ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. เห็ดกินได้และเห็ดมีพิษในประเทศไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. บริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้ง


                  แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด, กรุงเทพฯ. 170 หน้า


อนงค์ จันทร์ศรีกุล. 2541. เห็ดเมืองไทย. บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด, กรุงเทพฯ. 161 หน้า.


อนิวรรต เฉลิมพงษ์, เชิดศักดิ์ ทัพใหญ่ และกิตติมา รามัญวงษ์. 2540. โรคและจุลินทรีย์ของไม้ในวงศ์ไม้ยาง.


                  เอกสารการสัมมนา ผลการปฏิบัติงานปี 2539 โครงการวิจัยและพัฒนาไม้วงศ์ไม้ยาง, สำนักวิชาการป่าไม้. 23 หน้า


อุทัยวรรณ แสงวณิช. 2534. เอคโตไมคอร์ไรซาของพืชป่าไม้. เอกสารประกอบการบรรยายในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการ


                  กำจัดศัตรูพืชป่าไม้ (โรคและแมลงศัตรูป่าไม้) 4-8 มีนาคม 2534 ณ อาคารศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการป่าไม้. กรมป่าไม้,


                  กรุงเทพฯ. 12 หน้า.


Chalermpongse, A. 1994. Paper presented to the Tentative Training Program on the Culture and Deep-Processing Techniques


                  of Edible Fungi for the Sino-Thai Scientific and Technical Copperation Program 1993 – 1994, Organized by Kasetsart


                  University, Bangkok, Thailand, June 24 – July 5.


Marx, D.H. and Barnett, J.P. 1974. MycorrhiZae and Containerized forest tree seedling. Proc of the North American


                  Containerized Forest Tree Improvement Symposium, August 1974, Denver, Colorado, Great Plain Agriculture Council Pubi.,


                  No. 86. p. 85-92.


Mikola, 1973. Application of mycorrizai symbiosis in Forest Practice, Ectomycorrhizae. Academic Press Inc., New York and London.


                  P. 383-415.