ไม้ผล ไม้ยืนต้น

ไบโอเซ็นเซอร์ใช้กำจัดแคงเกอร์ในสวนมะนาวที่อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

สวัสดีค่ะพี่น้องชมรมเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่าน วันนี้ทางทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษจะมาพูดถึงโรคแคงเกอร์ที่เกษตรกรผู้เพาะปลูกมะนาวต้องประสบพบเจอกันค่ะ โดยปรกติแล้วเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวทั่วไปจะต้องทราบถึงพันธ์ที่ใช้ปลูกว่าเป็นพันธ์อะไรอ่อนแอต่อโรคและแมลงศัตรูพืชอะไรบ้าง เปลือกหนา เปลือกบางไหม เป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่ เมื่อทราบถึงรายละเอียดของพืชที่ปลูกแล้วก็จะประกอบอาชีพได้อย่างมีจุดหมายค่ะ วันนี้ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษจะมาแนะนำให้รู้จักเกษตรกรที่ปลูกมะนาวเป็นอาชีพคือคุณพี่สายันต์ อยู่ที่ ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ได้ปลูกมะนาวพันธ์แป้นนวล จำนวน 250 ต้น โดยแบ่งออกเป็น 2 แปลง แปลงแรกมะนาวอายุได้ 16 เดือน อีกแปลงจะมีอายุ 3-5 เดือน โดยปัจจุบันพี่สายันต์ได้ประกอบอาชีพปลูกมะนาวเพียงอย่างเดียว โดยศึกษาหาความรู้จากหนังสือ จากอินเทอร์เน็ตและสอบถามจากผู้ที่ปลูกมะนาวหลายต่อหลายท่าน โดยการปลูกของพี่สายันต์นั้นได้ให้หลักการเบื้องต้นว่า มะนาวช่วงยังอายุน้อย

 

หรือเพิ่งจะลงปลูกนั้นเรื่องปุ๋ย-ยาจะเน้นไปใช้เคมีก่อน เมื่อมะนาวเริ่มมีอายุก็ค่อยๆลดจากสารเคมีมาใช้ชีวภาพต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป พี่สายันต์ยังกล่าวต่อว่าโรคแคงเกอร์นั้นจะระบาดมากในช่วงหน้าฝน โดยทางสวนก็ประสบกับโรคแคงเกอร์มาโดยตลอดซึ่งการใช้สารเคมีก็เอาไม่ค่อยอยู่มากนักแถมฉีดบ่อยๆยังเป็นอันตรายต่อสุภาพและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอีกด้วย พี่สายันต์จึงหาข้อมูลและวิธีที่จะป้องกันเจ้าโรคแคงเกอร์นี้จึงมาทราบ ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตชมรมเกษตรปลอดสารพิษมี ไบโอเซ็นเซอร์ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ป้องกันและกำจัดโรคแคงเกอร์ได้จึงได้หาซื้อมาทดลองใช้ในช่วงแรกๆและจะเริ่มทำแบบชีวภาพด้วย การใช้ไบโอเซ็นเซอร์ของพี่สายันต์นั้นจะใช้วิธีหมักด้วยสูตรมะพร้าว เมื่อหมักครบเวลาที่กำหนดแล้วจึงนำมาฉีดพ่นช่วงตอนเย็นแดดอ่อนๆ ช่วงแรกพี่สายันต์บอกว่าต้องฉีดพ่นทุกๆวันและต้องพ่นแบบฝนตกหนักคือให้ชุ่มให้โชก จากนั้นถ้าสังเกตโรคแคงเกอร์ที่ใบเริ่มมีอาการยุบและฝ่อลงก็ให้ยืดระยะเวลาฉีดพ่นออกให้ห่างขึ้นเป็น 3 วันและ 7 วันหรือถ้ามั่นใจแล้วว่าไม่มีโรคให้ฉีดพ่นทุกๆ 15 วันต่อครั้ง โดยปัจจุบันสวนมะนาวของพี่สายันต์นั้นได้หมดปัญหาของโรคแคงเกอร์แล้วแต่อาจจะมีบ้างแค่ 5% ซึ่งถ้าเทียบกับเคมีแล้วนั้นก็ได้พอๆกัน โดยพี่สายันต์กล่าวต่อว่าสภาพต้นมะนาวของสวนพี่สายันต์นั้นจะสวยกิ่งจะไม่โทรมสภาพต้นจะสมบูรณ์ดีมากต่างจากสวนเพื่อนบ้านนั้นที่ใช้เคมีนั้นสภาพต้นจะโทรมและกิ่งจะดำๆ ซึ่งสุดท้ายพี่สายันต์ได้กล่าวว่าประทับใจผลิตภัณฑ์ของชมรมมากไม่น่าเชื่อว่าชีวภาพจะทำได้ขนาดนี้ ทั้งปลอดภัยต่อผู้ใช้และผู้บริโภคด้วยค่ะสุดท้ายนี้เกษตรกรท่านใดสนใจการทำเกษตรแบปลอดสารพิษสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษค่ะ

 

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน 084-5554210 Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com