สมุนไพรชนิดใบ, สมุนไพร

ไทเกอร์เฮิร์บ สมุนไพรป้องกันแมลงศัตรูพืช

ไทเกอร์เฮิร์บ
fiogf49gjkf0d

ถ้าจะพูดถึงแนวทางการทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษแล้ว
สิ่งที่สำคัญก็คือทัศนคติของ
เกษตรกรที่ต้องเน้นการทำการเกษตรเชิงป้องกัน
มากกว่าการรักษา ฟังดูแล้วผู้อ่านอาจจะยังงงๆ อธิบายขยายความก็คือ การทำการเกษตรเราไม่ต้องรอให้เกิดโรคแมลงระบาดค่อยหาวิธีกำจัดเหมือนดังเช่นเกษตรกรบ้านเราทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้
แต่เราควรคิดวิธีป้องกันไว้ก่อนเสียเนิ่นๆตั้งแต่ยังไม่เกิดโรคหรือแมลงศัตรูพืชพืชระบาด
จะดีกว่าเพราะไหนๆเราก็รู้อยู่แล้วว่า ยังไงซะพืชที่เราปลูกต้องเจอแมลงศัตรูพืชอยู่แล้ว

                ถ้าพูดถึงแนวทางการป้องกันแมลงศัตรูพืชแบบปลอดสารพิษหรือว่าแบบชมรมเกษตรปลอดสารพิษแล้ว
เราจะใช้สมุนไพรที่หาได้ตามพื้นที่นั้นๆ มาใช้ประโยชน์ เช่น สะเดา ฟ้าทลายโจร
ขมิ้นชัน ตระไคร้หอม บอระเพ็ด ฯลฯ มาหมัก มาตาก มาบด นำมาฉีดป้องกันแมลงศัตรูพืชต่างๆ
หลักการทำงานของสมุนไพรต่างๆในการป้องกันแมลงก็คือ การทำให้แมลงศัตรูพืชต่างๆ
กินใบพืชไม่อร่อย แมลงกินแล้วขมกินแล้วเผ็ด
ไม่อร่อยก็ช่วยลดกันเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชได้
แต่ในปัจจุบันสมุนไพรในบ้านเราหายากขึ้นทุกที ประกอบกับเกษตรกรไม่ค่อยมีเวลาทำ
ทำให้การป้องกันแมลงโดยการใช้สมุนไพร ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าที่ควร หาซื้อก็ลำบาก
เพราะร้านปุ๋ย-ยา ส่วนใหญ่ขายแต่ย่าฆ่าแมลงเป็นหลัก  สำหรับวิธีการป้องกันแมลงศัตรูพืชต่างๆของชมรมเกษตรปลอดสารพิษเราจะแนะนำให้เกษตรกรใช้
ผงสมุนไพรผง
ไทยเกอเฮิร์บซึ่งเป็นผงสมุนที่รวมสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการป้องกันขับไล่แมลงกว่า 10
สมุนไพรด้วยกัน เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม กานพลู ไพร ฯลฯ
มีสรรพคุณในการป้องกันแมลงศัตรูพืชหลายด้าน เช่นมีกลิ่นของตะไคร้หอม
ช่วยป้องกันไม่ให้แมลงเข้ามาในแปลงในสวนได้ กลิ่นที่เหม็นยังช่วยป้องกันไม่ให้ผีเสื้อกลางคืนที่เป็นสาเหตุของหนอนต่างๆเข้ามาวางไข่
มีรสขมของฟ้าทะลายโจรช่วยให้แมลงกินใบหรือดูดกินน้ำเลี้ยงให้กินไม่อร่อยกินแล้วขมก็ไม่อยากกิน
ทำให้ช่วยลดการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชได้ แนวทางการป้องกันแมลงศัตรูพืชด้วยการใช้สมุนไพร
ไทเกอร์เฮิร์บ ฉีดพ่นนี้ ถ้าเราทำเป็นประจำทุกๆสัปดาห์ การระบาดของแมลงก็แทบไม่มี
และแทบไม่ต้องใช้ยาฆ่าเลยก็เป็นได้…..

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณจตุโชค
จันทรภูมี โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
โทร.02-9861680-2

เขียนและรายงานโดย

นายจตุโชค
จันทรภูมี(นักวิชาการ)