การเกษตร, ข่าวเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าร่วมมือจัดการน้ำ’ เร่งศึกษาความเป็นไปคลองผันน้ำอยุธยา-อ่าวไทย

พล.อ.ฉัตรชัย
สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า
ได้นำคณะเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นและมีโอกาสร่วมหารือกับ นายเคอิฉิ อิชิอิ
รมว.กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง 2
ประเทศได้เห็นพ้องในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่แล้วให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ไจก้า
ที่ได้ให้การสนับสนุนทางวิชาการกับประเทศไทย
ในการดำเนินโครงการทบทวนแผนแม่บทการป้องกันบรรเทาอุทุกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน
เมื่อปี 2555-2556
โดยมีการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการบรรเทาและป้องกันอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
จนเสนอให้มีการพัฒนาคลองผันน้ำควบคู่กับถนนวงแหวน รอบที่ 3
เพื่อช่วยในการระบายน้ำหลากบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ลงสู่อ่าวไทย คาดว่าจะมีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำ 2 แห่ง
คือ ลำน้ำเจ้าพระยา จากพระนครศรีอยุธยาถึง กทม. และแม่น้ำป่าสักในช่วงปลายน้ำ
ช่วยลดความเสี่ยงจากการพังทลายของคันกั้นน้ำตลอดแนวของพื้นที่คุ้มกัน โดยมี 2
ทางเลือกในการก่อสร้าง คือ (1) คลองผันน้ำ ขนาด 500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หรือ (2)
คลองผันน้ำขนาด 1,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

สำหรับประโยชน์ของโครงการพัฒนาคลองผันน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่
3 ทำให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม
กับการบริหารจัดการน้ำของไทยได้อย่างเป็นระบบ
เนื่องจากระบบการระบายน้ำบริเวณลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำหลากปริมาณมากได้
การก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วมที่ผ่านมาก็ไม่มีความแข็งแรงเพียงพอเห็นได้นำชัดเจนจากอุทกภัยเมื่อปี
2554 ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีโครงการที่เน้นการบริหารจัดการน้ำที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างบูรณาการ
โดยใช้คลองผันน้ำเพื่อนำน้ำออกทะเลโดยตรง อย่างไรก็ตาม
การดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีการศึกษาจำเป็นต้องพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสีย ข้อจำกัด
และผลกระทบต่างๆ อย่างรอบด้าน
รวมถึงเสนอแนะรูปแบบการพัฒนาที่มีความเหมาะสมที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในทุกๆ
ด้านอย่างแท้จริงนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า
กรมชลประทาน ได้ร่วมกับกรมทางหลวง
ดำเนินการศึกษาโครงการคลองผันน้ำร่วมกับถนนวงแหวนรอบที่ 3
เพิ่มเติมจากผลการศึกษาเดิมของไจก้า พร้อมทั้งได้ประชุมหารือกับกรมทางหลวง
พิจารณากรอบความช่วยเหลือและขอบเขตการศึกษา
เพื่อจัดทำข้อเสนอขอรับความช่วยเหลือจากไจก้า
โดยไจก้าได้เสนอที่จะช่วยเหลือในด้านข้อมูลการสำรวจความเป็นไปได้ของโครงการ
ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมด้านวิชาการโครงการดังกล่าว
ประกอบด้วยหน่วยงานจากกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทางหลวง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะทำงานฯ
เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับทีมสำรวจของไจก้า โดยจะเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม
2560 ถึง กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มร่างแผนความเป็นไปได้ของโครงการในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่6/6/2560

เวปที่มาhttp://www.naewna.com/local/273851