สัตว์ปีก, ปศุสัตว์

ไคลน็อพติโลไลท์กับการควบคุมดับกลิ่นแอมโมเนียมในเล้าไก่

fiogf49gjkf0d

แอมโมเนียเป็นก๊าซที่อันตราย สัตว์ที่สัมผัสก๊าซอยู่เสมอจะเกิดอาการแพ้
ระคายต่อเยื่ออ่อนต่างๆ เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ ตา หู ปาก จมูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบทางเดินหายใจ ทำให้สัตว์เครียด อ่อนแอลง แสดงอาการคล้ายเป็นหวัด
เช่น มีน้ำมูก น้ำตาไหล จากนั้นจะถูกเชื้อโรคเข้าซ้ำเติมจนเป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย
ในสัตว์ปีกจะไวต่อก๊าซแอมโมเนียมากกว่าในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ในพื้นดินที่มีไนโตรเจนปะปนอยู่ไม่ว่าจากเศษอาหาร มูล ฉี่ เมื่อได้รับความชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสม
เชื้อจุลินทรีย์ในธรรมชาติก็จะย่อยอินทรีย์สารเหล่านี้แล้วปล่อยแอมโมเนียออกมา
หากปล่อยให้สะสมอยู่นานก็จะมีแอมโมเนียมากขึ้น การตากแห้งรวมกองก็เช่นเดียวกันหากโดนฝนหรือน้ำจนเปียกก็สามารถปล่อยแอมโมเนียออกมาอีกเหมือนเดิม
รวมถึงการชะล้างลงดินส่งให้เกิดขบวนการแอมโมนิฟิเคชัน ทำให้ไนโตรเจนแตกตัวออกแล้วแล้วปล่อยแอมโมเนียต่อ

fiogf49gjkf0d

การนำไคลน็อพติโลไลท์มามาหว่านหรือผสมอาหารเพื่อควบคุมแอมโมเนียในเล้าไก่ ซึ่งอาจจะเป็นเล้าไก่เนื้อที่เลี้ยงบนพื้นดิน
พื้นปูนหรือเล้าไก่ไข่ที่มีกลิ่นก๊าซแอมโมเนียจากมูลรุนแรง
รวมถึงบ่อพักพักมูลสำหรับผลิตแก็สหรือเพื่อทำปุ๋ยหมักก็ตามแต่ บางครั้งอาจส่งผลก่อกวนเพื่อนบ้านและเหตุดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เกิดการฟ้องร้องกันมาหลายรายแล้ว
สำหรับการควบคุมขจัดกลิ่นแอมโมเนียในเล้าไก่แนะนำให้ใช้
ไคลน็อพติโลไลท์หว่านในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร ส่วนบ่อพักมูลนั้นใช้หว่านในอัตรา
1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 40 ตารางเมตร กลิ่นก๊าซ กลิ่นแอมโมเนียที่ไม่พึงประสงค์ในเล้าไก่ก็จะถูกจับตรึงไว้จนหมด
แต่ถ้าหากนำมูลไก่มาปรับปรุงบำรุงดินก็จะเป็นปุ๋ยละลายช้าอย่างดี ช่วยป้องกันแมลง
หนอน ไร รา เนื่องจากในเนื้อของ
ไคลน็อพติโลไลท์นั้นอุดมไปด้วยซิลิก้า สำหรับการคลุกผสมอาหารให้ใช้อัตรา 3 กิโลกรัมต่ออาหาร 100
กิโลกรัมหรือ
3 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนอาหาร เนื่องจากคุณสมบัติของเนื้อ
ไคลน็อพติโลไลท์ดังกล่าวก็จะไปจับตรึงก๊าซต่างๆ ภายในลำไส้ของสัตว์
เวลาขับถ่ายมูลออกมาเนื้อสารก็จะจับตรึงก๊าซหรือกลิ่นได้ในทันที หากยังมีกลิ่นเหม็นให้หว่านทับลงไปที่กองหรือบ่อพักอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ยังช่วยจับตรึงทำลายสารพิษกลุ่มอะฟลาท็อกซินที่ตกค้างติดมาในอาหาร ช่วยลดอัตราการตายของไก่ให้น้อยลง
ส่งผลให้เจริญเติบโตดี ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย เกษตรกรท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือหาซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้ที่
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (
02-9861680-2) หรือนักวิชาการชมฯ
(
081-3983128)

เขียนและรายงานโดย นายเอกรินทร์
ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เสนอแนะติชม email :
thaigreenagro@gmail.com