การเกษตร, ข่าวเกษตร

ใช้ปุ๋ยหมักโบกาฉิมูลสัตว์ ดีต่อพืชผู้ปลูกและผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 26
สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมานายระนอง เหมทานนท์ เกษตรอำเภอพุนพิน
จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มอบหมายให้นางสาวฤทัยรัตน์ ทองเนื้อสุข
นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ตรวจเยี่ยม เกษตรกรในพื้นที่ ชุมชนที่ 8
ตำบลกรูด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2560
ที่ผ่านมานายระนอง เหมทานนท์ เกษตรอำเภอพุนพิน
จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มอบหมายให้นางสาวฤทัยรัตน์ ทองเนื้อสุข
นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ตรวจเยี่ยม เกษตรกรในพื้นที่ ชุมชนที่ 8
ตำบลกรูด อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซึ่งทางกลุ่มได้ผลิตปุ๋ยหมักโบกาฉิมูลสัตว์คุณภาพสูง
จำนวน 384 ตัน เมื่อก่อนหน้านี้
พร้อมกันนี้ในการดำเนินงานของกลุ่มสมาชิกกลุ่มและชุมชนได้ดำเนินการจัดทำบัญชี
ในการบริหารจัดการด้านเงินทุนและผลผลิตที่ได้รับ
  พร้อมกันนี้คณะเจ้าหน้าที่ยังได้ติดตามการดำเนินงานในโครงการฟื้นฟูอาชีพผู้ประสบอุทกภัยปี
2559-2560 ณ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านทับชัน หมู่ที่ 2 ตำบลกรูด
ซึ่งได้เริ่มมีผลผลิตจากโครงการฯ ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดในบางส่วนแล้ว

ทั้งนี้สมาชิกกลุ่มจะทำการเพาะปลูกพืชโดยไม่อาศัยสารเคมี
หากแต่ใช้ปุ๋ยหมักโบกาฉิมูลสัตว์ที่ร่วมกันผลิตขึ้นมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินและเป็นอาหารให้กับต้นพืชที่ปลูก
จึงได้ผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารเคมี
 ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภค
ที่สำคัญปัจจุบันตลาดมีความต้องการสูงสำหรับพืชผักที่ปลูกด้วยกรรมวิธีดังกล่าว
  สำหรับการผลิตปุ๋ยหมักโบกาฉิมูลสัตว์
เกษตรกรโดยทั่วไปสามารถทำเองได้โดยใช้ส่วนผสมประกอบด้วย มูลสัตว์ ทุกชนิดจำนวน 1
ส่วน ประมาณ 1 กระสอบ แกลบดิบ 1 ส่วน หรือ 1 กระสอบ รำละเอียดจำนวน 1 ส่วนหรือ 1
กระสอบ จุลินทรีย์
EM 20 ซีซี ประมาณ
2 ช้อนโต๊ะ กากน้ำตาลจำนวน 20 ซีซี หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 10 ลิตร หรือ 1
ถัง

โดยเตรียมจุลินทรีย์
EM กากน้ำตาล น้ำสะอาด ผสมไว้ในถังน้ำ จากนั้นนำมูลสัตว์
รำละเอียดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำแกลบดิบใส่ลงในน้ำที่ขยายจุลินทรีย์
EM แล้วโดยจุ่มให้เปียกน้ำแล้วบีบพอหมาด ๆ

นำมาคลุกกับส่วนผสมให้เข้ากันจะได้ความชื้น
40
50% สังเกตได้ด้วยการกำแล้วไม่มีน้ำหยดจากง่ามมือ จากนั้นนำมาหมัก
ด้วยการเอาส่วนผสมทั้งหมดบรรจุลงในกระสอบป่าน หรือถุงปุ๋ยที่อากาศถ่ายเทได้
โดยไม่ต้องกดให้แน่น นำไปวางในที่มีฟางรองเพื่อการระบายอากาศในส่วนล่าง
ทำการพลิกกลับกระสอบในวันที่ 2,3,4 ซึ่งในวันที่ 2
3
อุณหภูมิจะสูงถึง 50 0
c–60 0c เมื่อเข้าวันที่ 4 และวันที่ 5 อุณหภูมิจะเย็นลงจนปกติ
ตรวจดูไม่ให้อุณหภูมิเกิน 36 0
c ถึงตรงนี้ปุ๋ยจะแห้งสนิทสามารถนำไปใช้ประโยชน์ตามที่ต้องการได้

เมื่อปุ๋ยโบกาฉิมูลสัตว์แห้งสนิทควร
เก็บรักษาในที่ร่ม ไม่โดนฝนและไม่โดนแดด
จะสามารถเก็บรักษาไว้ใช้ประโยชน์ได้นานประมาณ 1 ปีปุ๋ยแห้งชนิดนี้สามารถใช้ได้กับแปลงปลูกต้นไม้ทุกชนิดในอัตราส่วนปุ๋ยแห้ง
1 กำมือต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ก่อนการเพาะปลูกพืช สำหรับพืชผักที่มีอายุเกิน 2
เดือน เช่น ฟักทอง แตงกวา ถั่วฝักยาว หรือกะหล่ำปลี
จะใช้ปุ๋ยชนิดนี้รองก้นหลุมก่อนปลูกจะเป็นการดี โดยใช้ประมาณ 1 กำมือ
ส่วนไม้ยืนต้น ไม้ผล ควรรองก้นหลุม ด้วย เศษหญ้า ใบไม้ ฟางแห้ง
และปุ๋ยโบกาฉิมูลสัตว์แห้ง ประมาณ 1
2 บุ้งกี๋
ส่วนไม้ยืนต้น สำหรับไม้ผลที่ปลูกแล้วให้ใส่ปุ๋ยแห้งรอบทรงพุ่มแล้วคลุมด้วยเศษหญ้า
ใบไม้แห้ง หรือฟางแห้ง ด้านไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้กระถาง ควรใส่ปุ๋ยชนิดนี้สัปดาห์ละ
1 ครั้ง ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รอบ ๆ โคนต้น และในการใช้ปุ๋ยโบกาฉิมูลสัตว์เพื่อให้ได้ผลอย่างเต็มที่
เกษตรกรควรใช้ปุ๋ยน้ำ (อีเอ็ม) ฉีดพ่นด้วยเสมอ เพื่อให้จุลินทรีย์
ที่พักตัวในปุ๋ยทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น.

 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 6/9/2560

เว็ปที่มา  https://www.dailynews.co.th/agriculture/596279

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *