โรคและศัตรูไม้ผล, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

โรค “ไฟท๊อปธอร่า” (Phytophthora palmivora)…ปัญหาที่ค้างคาของชาวสวนทุเรียน

แม้ว่าทุเรียนจะปลูกในประเทศไทยมาอย่างยาวนานหลายสิบปี แต่โรคที่เกิดจากสาเหตุของ “ไฟท๊อปธอร่า” (Phytophthora palmivora) ก็มิได้หายไป กลับยังระบาดสร้างปัญหาให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก ล่าสุดในปีนี้ข่าวเกษตรกรทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ก็ยังมีต้นทุเรียนยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อายุของต้นทุเรียนก็ผ่านการปลูกมาหลายสิบปีก

ก็เป็นอีกกรณีศึกษาสำหรับผู้ปลูกทุเรียนมือใหม่ที่เฝ้าทะนุถนอมต้นทุเรียนตั้งแต่ต้นแรกกล้าไปจนถึงดูแลจนต้นทุเรียนยืนต้นได้ปีสองปีที่ก็ไม่สามารถวางใจได้ว่า…ทุเรียนจะแข็งแรงและอยู่รอดปลอดภัยตลอดไปได้ เพราะต้นที่ปลูกกันมา 20-30 ปียังตายให้เห็นมานักต่อนัก

อาการของต้นทุเรียนที่ยืนต้นตาย ส่วนใหญ่จะเกิดจากโรครากเน่าโคนเน่าและส่วนอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราที่      “ไฟท๊อปธอร่า” (Phytophthora palmivora) เป็นต้นเหตุ  ต้นที่เริ่มเป็นโรคจะพบว่าใบไม่เป็นมันสดใส ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดและใบร่วง เมื่อพบอาการแสดงออกที่ใบ ให้สำรวจบริเวณลำต้น กิ่งหรือราก บริเวณที่เป็นโรคจะมีสีของเปลือกเข้มคล้ายถูกน้ำเป็นวงหรือเป็นทางน้ำไหลลงด้านล่างหรือมีรอยแตกของแผล ต้นที่เป็นโรครุนแรงมากจะมีน้ำยางไหลออกมาโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช้าที่มีอากาศชุ่มชื้น เชื้อราไฟท๊อปธอร่าสามารถแพร่กระจายโดยทางลม น้ำ ดิน ใบ กิ่งพันธุ์ และผล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีลมพายุและความชื้นสูง จะเหมาะสมกับการแพร่กระจายและเข้าทำลายต้นทุเรียนได้ดี

 

 

การป้องกันดูแลด้วยแนวทางชีวภาพในปัจจุบันดูแล้วน่าจะยั่งยืนมากที่สุด เพราะหลายสิบปีที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นกันอยู่แล้วว่า การใช้สารเคมีหรือสารพิษต่าง ๆ มาใช้ในสวนทุเรียน ไม่สามารถกำจัดโรคที่เกิดจากสาเหตุของเชื้อ “ไฟท๊อปธอร่า” (Phytophthora palmivora) ได้ มิหนำซ้ำยังกระหน่ำซ้ำเติมให้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม อีกทั้งสุขภาพของผู้ปลูก ผู้ฉีดพ่น และผู้บริโภคต่างย่ำแย่ไปตาม ๆ กัน

โคนต้นทุเรียนของเกษตรกรที่ดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกเป็นอย่างดีแล้วอาจจะใช้ผงสปอร์สำเร็จรูปของ จุลินทรีย์ไตรโคเดอร์มาอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรราดรดฉีดพ่นที่โคนต้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาที่รากพืชได้รวดเร็วขึ้น แต่ถ้าโคนต้นของสวนเกษตรกรขาดแคลนอินทรีย์วัตถุปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกคลุมโคนต้นไว้ จำเป็นต้องหมักขยายหัวเชื้อผงสปอร์ไตรโคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัมคลุกผสมกับรำละเอียด 10 กิโลกรัม (ถ้าไม่มีก็ใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกแทน 10 กิโลกรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อให้ผงสปอร์เคล้าได้อย่างทั่วถึงกับรำละเอียดหรือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกในเบื้องต้นเสียก่อน แล้วจึงนำไปคลุกผสมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกอีก 40 หรือ 50 กิโลกรัมที่เหลือ ก็จะทำให้หัวเชื้อผงสปอร์ของไตรโคเดอร์ม่าสามารถแพร่กระจายไปได้อย่างทั่วถึงในอาหารปุ๋ยหมัก

จุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า เมื่อได้รับน้ำหรือความชื้นที่เหมาะสมเขาจะค่อย ๆ งอกออกจากสปอร์สร้างเส้นไยเจริญเติบโตบนอินทรีย์วัตถุเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กับการแย่งน้ำ แย่งอาหาร แย่งที่อยู่อาศัยของโรคพืชต่าง ๆ แม้กระทั่งเชื้อราโรคพืชอย่าง “ไฟท๊อปธอร่า” ด้วย ทำให้โรครากเน่าโคนเน่าหรือโรคอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่จะมี “ไฟท๊อปธอร่า” เป็นหัวหอก ก็จะค่อย ๆ ถูกทำลายไปด้วยจุลินทรีย์ชนิดดีอย่าง ไตรโคเดอร์ม่านี้

ในกรณีที่โรคระบาดลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ เช่น กิ่ง ก้าน ใบ ยอด ก็สามารถใช้ผงสปอร์ไตรโคเดอร์ม่าสำเร็จรูปอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นให้เปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำอาทิตย์ละครั้งเพียงสองหรือสามรอบ อาการของโรคก็จะค่อย ๆทุเลาเบาบางลง ยิ่งถ้าได้สร้างภูมิคุ้มกันสร้างวัคซีนด้วยหินแร่ภูเขาไฟด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้ต้นทุเรียนของเกษตกรมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *