โรคและศัตรูเห็ด, สารพันเห็ด

โรคและศัตรูที่สำคัญของเห็ดที่คุณควรรู้ (3)

fiogf49gjkf0d

ในส่วนของแมลงศัตรูเห็ด กอบเกียรติ์ (2539)
ได้ศึกษาและรวบรวมแมลงที่เข้าทำลายเห็ดในระยะของการเพาะเลี้ยงเห็ด
รวมทั้งเสนอวิธีป้องกันกำจัดไว้ ดังต่อไปนี้


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนอนแมลงวันเห็ด

หนอนแมลงวัน

พบการระบาดทำลายเห็ดเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะเห็ดที่เก็บดอกขายได้แล้ว
หรือย่างเข้าปีที่ 2หนอนแมลงวันนี้โดยทั่วไปมักจะชอบของเน่าเหม็น
เกิดจากกลิ่นของแอมโมเนียจากก้อนเห็ด
หนอนพวกนี้เมื่อเข้าทำลายก็จะพบว่าถุงเห็ดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
หรือสีดำและส่วนมากก็พบโรคเน่าเกิดขึ้นด้วยทุกครั้ง หนอนแมลงวันที่พบในปัจจุบันมี
3 ชนิด คือ

1.
หนอนแมลงวันเซียริด (
Sciarid sp.) หรือแมลงหวี่เห็ดปีกดำ
หนอนพวกนี้ลำตัวมีสีขาวใสหรืออาจมีสีเขียวอ่อน บางครั้งหัวมีสีดำยาวประมาณ 5-7 มม.
ตัวหนอนเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและกินจุมาก เมื่อเข้าดักแด้ใหม่ๆ จะเป็นสีขาวและสีจะเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีดำก่อนออกเป็นตัวแก่
ลักษณะของตัวแก่จะมีสีดำโดยเฉพาะที่ปีก ตัวขนาดยุงบ้านมีขนาด 2-3 มม. ช่วงท้องแคบ
ตัวแก่ไม่ทำลายหรือกัดกินเห็ดแต่อย่างใด วงจรชีวิตทั้งหมดคือ
จากไข่จนออกเป็นตัวแก่ประมาณ 25-30 วัน แมลงหวี่เห็ดปีกดำนี้ระบาดทำความเสียหายในบ้านเราพบประมาณ
30 % และพบทำลายครั้งล่าสุดนี้ในเห็ดหูหนูที่ปลูกด้วยขี้เลื่อยไม้ยางที่อำเภอแกลง
จ.ระยอง ทำให้ดอกเห็ดเสียหาย คุณภาพและราคาลดต่ำลงจากเดิม 70 %

2.
หนอนแมลงวันฟอริด (
Phorid sp.) หรือแมลงวันหลังโก่ง
ตัวแก่จะพบทั้งชนิดมีปีกและไม่มีปีก ระยะหนอนจะทำลาย เส้นใยเห็ดที่กำลังเดิน
และมักจะเจาะเข้าไปทำลายส่วนของโคนและหมวกดอกทำให้พรุนและเสียหาย
แต่ความรุนแรงพบน้อยกว่าพวกแมลงหวี่เห็ดปีกดำ

3.
แมลงหวี่เห็ด เป็นแมลงสีดำมีขนาดเล็กมากคล้ายกับแมลงหวี่ที่พบตามที่อับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องส้วมที่อับลม ตัวแก่มักจะเกาะตามดอกเห็ด ถุงเห็ด ฝา
เสาโรงเรือน และมักจะทำความรำคาญโดยตอมตาของผู้เข้าปฏิบัติงานในโรงเห็ดได้
ลักษณะการทำลายของหนอนจะเริ่มเจาะที่โคนดอกเห็ดโดยเฉพาะระยะก้ามปูทำให้เห็ดแกร็น
ด้าน สีน้ำตาลและเน่าเสียทั้งถุง
การระบาดของแมลงชนิดนี้จะพบมากหลังการเพาะเห็ดได้ประมาณ 5
6 เดือน
แต่ส่วนมากโดยทั่วไปพบการทำลายไม่รุนแรงมากนัก ระยะหลัง ๆ
นี้พบว่าทำลายเห็ดแชมปิญองพันธุ์ทนร้อน ซึ่งปลูกที่บางเขนอย่างรุนแรง
ทำให้ดอกเห็ดฝ่อและเน่าตายในที่สุด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนอนกินก้อนเห็ดเห็ด

หนอนผีเสื้อ (Dasyses rugosella)

ตัวแก่เป็นผีเสื้อกลางวันขนาด
8
9 มิลลิเมตร พบเกาะอยู่ตามฝาผนังโรงเรือนและปากถุงก้อนเชื้อเห็ด
ปีกมีสีน้ำตาลสลับลายสีน้ำตาลดำ ปีกด้านล่างยาวกว่าปีกด้านบน ส่วนท้องสีน้ำตาลอ่อน
ขณะเกาะนิ่งอยู่กับที่จะเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายหลังคา
การวางไข่จะวางบนจุกสำลีปิดถุงก้อนเชื้อ ไข่เป็นกลุ่มมีเส้นใยสีครีมปกคลุม หนอนระยะวัยเล็กจะมีสีครีม
ต่อมาจะเป็นสีน้ำตาลแดง ส่วนหัวและปากเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มเห็นได้ชัด
บนด้านนอกด้านหลังติดส่วนหัวจะมีขีดสีน้ำตาลพาดตามขวางของลำตัวหนอนโตเต็มที่มีขนาด
15 มิลลิเมตร ระยะวัยหนอนประมาณ 14
21 วัน
ตัวหนอนหลังจากฟักออกมาแล้วก็จะอาศัยบริเวณปากถุงหรือชอนไชไปตามผิวของก้อนเชื้อที่มีเส้นใยเห็ดสีขาว
ทำให้เส้นใยเห็ดขาด ไม่เจริญและไม่ออกดอก
หนอนบางส่วนอาจเจาะรูเข้าไปในก้อนเชื้อหรือจะชักใยรวมกับขี้เลื่อยไม้ยางพาราซึ่งเป็นส่วนประกอบของก้อนเชื้อ
เพื่อทำเป็นรังห่อหุ้มตัว

เมื่อก้อนเชื้อเห็ดในถุงถูกทำลายจะสังเกตเห็นเป็นขุยสีน้ำตาลเป็นทางยาวคดเคี้ยวไปมาและหากพบการทำลายอย่างรุนแรง
ก็จะเห็นเป็นมูลหนอนที่ถ่ายออกมาสีน้ำตาลเต็มไปหมด
เป็นบริเวณเส้นใยเห็ดเพียงเล็กน้อย
การทำลายเป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากหากทำการป้องกันกำจัดไม่ทันเวลาซึ่งจากการศึกษาติดตามแมลงศัตรูชนิดนี้พบทำความเสียหายแก่
เห็ดนางฟ้า
, นางรม ถึง 40 %
ภายในระยะเวลา 2สัปดาห์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนอนผีเสื้อกินใบจาก

หนอนผีเสื้อกินใบจาก (Lepidoptera)

ตัวแก่เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลางสีน้ำตาลมีขนปุกปุยด้านปลายท้อง
วางไข่บริเวณใบจากที่นำ มาทำโรงเรือน ตัวหนอนมีสีน้ำตาลหัวดำโต มีขนาดประมาณ 10
20 มิลลิเมตร
หนอนวัยแรกจะกินใบจากที่แห้งประมาณฤดูฝนหรืออากาศเริ่มชื้นจนใบจากที่นำมามุงหลังคาเริ่มเปียกประกอบกับเห็ดที่เพาะในถุงเริ่มออกดอก
หนอนชนิดนี้จะเริ่มเคลื่อนย้ายลงมาทำลายเห็ด ความรุนแรงของการทำลายที่พบประมาณ 20
% แต่อย่างไรก็ควรจะตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นศัตรูชนิดใหม่ที่มีบทบาทและเกษตรกรโดยทั่วไปยังต้องใช้ใบจากเป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาโรงเรือนเห็ด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไรศัตรูเห็ด

ไรศัตรูเห็ด

ไรศัตรูเห็ดมีขนาดตัวเล็กมากจนต้องอาศัยแว่นขยายเข้าช่วยจึงจะเห็นได้ชัด
ตามสภาพธรรมชาติมักจะเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาวใสอยู่กระจายเต็มไปหมด ที่น่าสนใจคือการที่ไรชนิดต่าง
ๆ ที่ทำลายเห็ดนั้นจะมีวงจรชีวิตจากไข่เป็นตัวแก่สั้นมาก โดยใช้เวลาเพียง 4
5 วันเท่านั้น โดยทั่วไปจะพบตัวเมียมากกว่าตัวผู้ถึง
4 เท่า โดยที่ตัวเมียยังสามารถออกไข่ออกลูกและขยายพันธุ์ได้
โดยไม่ต้องอาศัยตัวผู้อีกด้วย 
จึงทำให้ไรสามารถเกิดระบาดทำลายอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดความเสียหาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เส้นใยเห็ดกำลังแผ่ออกไป
หากมีพวกไรดังกล่าวระบาดจะทำให้เส้นใยขาดออกจากกันและไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้
เนื่องจากไรพวกนี้ชอบทำลายกัดกินส่วนปลายของเส้นใยที่กำลังเจริญเติบโตและขั้นสุดท้ายเส้นใยก็จะถูกทำลายขาดกลางท่อน
มักพบไรไข่ปลา (
Luciaphorus sp.) ระบาดในเห็ดหูหนูที่เพาะเป็นการค้าอยู่ติดกันเป็นแพ
ถ้าดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่าที่เห็นสีขาว ๆ กลม เล็ก ๆ
นั้นคือส่วนท้องของไรตัวเมียนั่นเอง
และหากพบการระบาดอย่างรุนแรงแล้วก็จะเห็นซากของตัวเต็มวัยที่ตายแล้วด้วยตาเปล่า
หรือ เห็นคราบทับถมอยู่บริเวณปากถุงเห็ด และชั้นที่วางถุงเห็ดอย่างหนาแน่น
เห็นเป็นผงฝุ่นสีน้ำตาลอ่อนคล้ายๆ
ขี้เลื่อยละเอียดเต็มไปหมดนอกจากไรไข่ปลาแล้วก็ยังพบไรชนิดอื่นๆ
อีกหลายชนิดที่คอยทำลายเห็ดที่ปลูกเป็นการค้าเช่นกัน คือ ไรหยดน้ำ ไรขาวใหญ่
และไรก้นขน ดังนั้นหากพบการระบาดเนื่องจากไรชนิดต่างๆ
ที่กล่าวมาทั้งหมดก็อย่าได้นิ่งนอนใจ
ควรทำลายและเคลื่อนย้ายถุงเห็ดที่ถูกทำลายออกจากโรงเรือนปลูกทันที
ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นอย่างยิ่ง

ศัตรูอื่นๆ

สำหรับศัตรูนอกเหนือที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นขณะนี้ก็นับว่ายังไม่รุนแรงและสร้างปัญหาไม่มาก
นัก แต่มีบางครั้งที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรงแต่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก็หายไป
ดังนั้นก็ไม่ควรจะละเลยความสนใจ

ที่มา
: กอบเกียรติ์ (2539)

หลักการบริหารแมลงศัตรูเห็ด

1.
การผลิตเห็ดนั้น การรักษาความสะอาดอย่างถูกหลักอนามัยบริเวณรอบโรงเรือนเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งอาจกระทำได้โดยการดูแลความสะอาดของผู้เข้าไปปฏิบัติงานหรือผู้เข้าเยี่ยมชมอย่างเคร่งครัด
หรือก่อนที่จะนำเอาถุงก้อนอาหารเห็ดเข้าโรงเรือนเพาะ
ควรผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีทุกครั้ง และก้อนอาหารเห็ดที่เน่าเสีย ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร
ทุกถุงควรนำออกไปทำลายโดยทันที ถ้าสามารถทำได้เช่นนี้
อย่างน้อยก็จะเป็นการหลีกเลี่ยงหรือลดการเสี่ยงต่อการระบาดทำลายของแมลง-ศัตรูเห็ดได้มากกว่า
90 %

2.
การว่างเว้นพักโรงเรือนหรือทำโรงเรือนเพาะให้ว่างเปล่าไว้สักระยะหนึ่ง
จะเป็นการตัดวงจรชีวิตทั้งโรคแมลง-ศัตรูพืชชนิดต่างๆ
ที่ระบาดและสะสมอยู่ในโรงเรือนได้ เช่น
เรารู้ว่าหนอนแมลงวันที่ระบาดเห็ดในมีอายุค่อนข้างสั้น
และชอบเข้าดักแด้ที่ถุงบรรจุก้อนเห็ดหรือส่วนของเห็ดที่เน่าถ้าหากเราสามารถตัดช่วงนี้ออกได้คือไม่มีถุงเห็ดให้วางไข่หรือดักแด้พวกที่เหลือส่วนมากก็จะตายหรือมีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตน้อยที่สุด
และเมื่อโรงเรือนว่างเปล่าก็จะสามารถใช้ยารมอบได้ เช่น ใช้ฟอสฟีน์
,เม็ททิลโบรไมด์ เพื่อฆ่าศัตรูทุกชนิดได้

3.
การดูแลเอาใจใส่ในความเปลี่ยนแปลงของเห็ดที่ปลูกไว้ทุกระยะอย่างละเอียดเท่าที่จะทำได้โดยเป็นคนช่างสังเกต
การหมั่นเสาะหาความรู้หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น
การนำเอาเครื่องดักจับไฟฟ้าชนิดหลอด (
Black-light) หรือกับดักกาวสี (Sticky-trap) มาใช้ในโรงเรือนเพื่อการคุมปริมาณตัวแก่ของแมลงวันศัตรูเห็ด
ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยจะสามารถแก้ไขปัญหาหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที

4.
หากมีความจำเป็นหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงและศัตรูไม่ได้ควรมีการศึกษาถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีใช้ที่ถูกต้อง
การออกฤทธิ์ของสารแต่ละชนิด การเลือกใช้สารให้ถูกกับชนิดของแมลงศัตรู
ความเป็นพิษของสารและการสลายตัวของสารบนเห็ด เป็นต้น 
แต่ละชนิดนั้นมีประสิทธิภาพสามารถฆ่าแมลงศัตรูได้ดี
แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ดอกเห็ดผิดปกติจนเสียหายหรือมีพิษตกค้างอยู่มากก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้สารเคมีพ่นลงบนเห็ดโดยตรง ควรใช้ในแง่การป้องกันเท่านั้น
เช่น ใช้กับพื้นโรงเรือน ชั้นวางเห็ด ตัวอาคาร โรงเรือนเมื่ออยู่ในระยะว่างเว้น
หรืออาจใช้สารเคมีผสมกับก้อนอาหารเห็ดก่อนบรรจุถุง
แต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีจริงๆ
ควรพิจารณาใช้สารเคมีที่ได้รับการทดสอบจากผู้ทำงานด้านนี้ทั้งในและนอกประเทศแล้ว
อาทิ ไดอะซินอน (
diazinon) หรือบาซูดิน
(
Basudin) เอ็นโดซัลแฟน (Endosulfan) ธีโอดาน
(
Thiodan) มาลาไธออน (Malathion) เชื้อบีที
(
Bt.=Bacillus thuringiensis) บางชนิดสามารถระงับการลอกคราบชนิดต่างๆ
(
chitinsynthesis inhibitor) สารในกลุ่มไพรีทรอยด์ซึ่งมีฤทธิ์ตกค้างค่อนข้างสั้น
และสำหรับสารกำจัดโรคนั้นอาจใช้เบโนมิล (
benomyl) หรือ
เบนเลท (
Benlate) คาร์เบนดาซิม(carbendazim) เป็นต้น

5.
สำหรับผู้ที่กำลังจะขยายกิจการเพาะเห็ดให้ใหญ่โตกว้างขวางขึ้นไป
ควรวางแผนการจัดการ (
management) ในระดับต่างๆ
ก่อนลงมือดำเนินการ เช่น การวางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับสายพันธุ์การอารักขาพืชและการตลาด
เป็นต้น ซึ่งควรจะวางแผนไว้ทั้ง 2 แบบ คือ
แผนปฏิบัติการเมื่อเหตุการณ์ปกติและแผนฉุกเฉิน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงต่อการขาดทุน
หรือล้มละลาย

บทสรุป

ปัญหาโรคแมลง นับว่ามีความสำคัญเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
เนื่องจากจุลินทรีย์ซึ่งมีอยู่แล้วในอากาศ ในน้ำ ในฝุ่นละอองหรือวัสดุเพาะ
เกิดการสะสมของเชื้อ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเกิดการขยายตัวเพิ่มปริมาณมากขึ้น ดังนั้น
ถ้าผู้เพาะเห็ดได้ทำความเข้าใจและให้ความสำคัญของการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของฟาร์มเห็ด
(
Farm Hygiene) ตั้งแต่เริ่มเพาะเห็ดจนกระทั่งการออกดอกและเก็บผลผลิตได้
จะช่วยลดปัญหาการเกิดเชื้อราแข่งขัน ราปนเปื้อน หรือโรคเห็ดได้

นอกจากนี้ผู้เพาะเห็ดควรทำความเข้าใจศึกษาเรื่องชีววิทยาของเห็ดแต่ละชนิด
รวมทั้งเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคจน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 5เสือจุลินทรีย์ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

กระทั่งความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับการเพาะเห็ด
รวมทั้งการวางแผนการจัดตั้งฟาร์มเห็ดและการจัดการฟาร์มด้วย
เพื่อใช้เป็นหลักในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ก็หวังว่าเนื้อหาสาระต่างๆ
เหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ ถือว่าในห้วงช่วงที่กำลังรอน้ำ
รอท่า จากปัญหาภัยแล้ง ผนวกกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนอบอ้าว
ไม่ว่าเห็ดอะไรก็ดูเหมือนว่าจะเจริญเติบโตได้ยากทั้งนั้น
หลายคนก็เฝ้ารออย่างคันไม้คันมือเพื่อรอสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม
งั้นก็คงจะพอเหมาะพอดีกันครับ อ่านข้อมูลเนื้อหาสารพันเกี่ยวกับการดูแลป้องกันโรคและศัตรูเห็ดของชมรมเกษตรปลอดสารพิษไปพลางๆ
ก่อน เมื่อลงมือปฏิบัติจะได้จำแม่นๆ ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามฝากไว้อีกนึดหนึ่งนะครับ
เมื่อประสบพบเจอปัญหาเกี่ยวกับโรคแมลง รา ไร ศัตรูเห็ด
อย่าใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายเป็นอันขาดนะครับ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีวภาพมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย
โดยเฉพาะ 5 เสือจุลินทรีชีวภาพ จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย
เพื่อนใหม่ของพี่น้องเกษตรกร ก็ดูเผื่อไว้เป็นทางเลือกกันได้นะครับ

 

                                                                                
มนตรี  บุญจรัส

                                               
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 
www.thaigreenagro.com