ปลาคาร์ฟ, ปลาสวยงาม

โรคและการติดเชื้อต่าง ๆ ของปลาคาร์ฟ

NULL

สาเหตุจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย

          โรคบวมน้ำหรือโรคไต รู้จักกันกันในชื่อ “pinecone” สังเกตได้จากท้องบวมและเกล็ดหลุด โรคนี้เป็นสาเหตุให้ตัวบวม เพื่อที่จะสร้างของเหลวในเนื้อเยื่อ โรคบวมน้ำเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas และ Pseudomonas ซึ่งมีสาเหตุมาจากคุณภาพน้ำไม่ดี หรือไม่ก็มีความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ ถ้าโรคบวมน้ำเจริญเต็มที่ ปลาคาร์ฟจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ โรคนี้เหมือนกับโรคท้องผูกและโรคถุงลมปลา ปลาที่รอดชีวิตจากโรคถุงลม มีแนวโน้มว่าจะเป็นอีกครั้ง เพราะว่าโรคนี้ติดต่อได้ง่าย ทางที่ดีควรย้ายปลาที่เป็นโรคออกไป

fiogf49gjkf0d

          แผลเปื่อย ( Furunculos หรือ Ulcer Disease) การติดเชื้อของแบคทีเรียชนิดนี้จะไม่ค่อยแสดงอาการ แต่จะแพร่เชื้อไปอย่างรวดเร็ว จะติดเชื้อที่เกล็ดที่ดูเหมือนเงี่ยง อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อนี้แสดงอาการที่รอยกระแทกใต้เกล็ด ต่อมารอยกระแทกจะเริ่มปริออก ทำให้เกิดแผลเปื่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เรียกว่า โรคแผลเปื่อยไม่มีการรับรองการรักษาของโรคนี้

          Ulcers (Hole-in-the Body Disease) คือโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดภายใน และแสดงอาการคือแผลเปื่อยสีแดงขนาดใหญ่ ฝี และสีแดงคล้ำที่ฐานของครีบ เราจะไม่สับสนโรคนี้กับโรคหนอนสมอ เพราะว่าอาการของหนอนสมอจะบวม ในขณะที่โรคนี้จะถูกกินจากภายใน การอาบน้ำเกลืออาจจะรุนแรงเกินไป แต่ปลาที่ติดเชื้อควรจะแยกไว้ต่างหากและให้ยารักษาอีกครั้ง ที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ควรไปพบสัตวแพทย์สำหรับการรักษาที่เหมาะสม

          Mouth Fungus (Columnaris Disease) มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Flexibacter และแสดงอาการโดยมีตุ่มขาว ๆ โตบริเวณรอบปาก นอกจากนั้นยังพบได้ที่เหงือก หลัง และครีบ ถ้าปล่อยปละละเลยโดยไม่รักษา โรคนี้จะลุกลามไปทั่วและปลาก็จะตายได้ ควรตามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาดู ควรคัดแยกปลาที่ป่วยไว้ต่างหาก

         โรคครีบติดเชื้อแบคทีเรียหรือหางเน่า การต่อสู้กันระหว่างปลาอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ครีบหรือหางบริเวณที่เจ็บง่ายต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย และโรคนี้อาจเกิดจากคุณภาพน้ำไม่ดี มันง่ายที่จะป้องกันขณะที่ครีบมีบางส่วนหลุดไปและกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อโรคแสดงอาการรุนแรง ครีบจุค่อย ๆ กร่อนไป การแก้ไขอาจจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะเข้าทำการรักษา ลองปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม

          โรคเหงือกติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุมาจากแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ โรคนี้เกี่ยวกับการอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และคุณภาพของน้ำไม่ดี น้ำอุณหภูมิสูงก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้ อาการโดยทั่วไปของโรค คือ ความเสียหายของเส้นใยเหงือก เยื่อบุเมือกที่ผิว และนิสัยการหายใจที่ผิวน้ำ ในบางกรณีอาจแก้ไขได้โดยลดจำนวนประชากรปลาในบ่อ และพัฒนาคุณภาพน้ำ การรักษาแบบแอนตี้แบคทีเรียอาจมีประโยชน์ แต่ทางที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้

          วัณโรคปลา มีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย Mycobacteria และเป็นสาเหตุให้เกิดบาดแผลที่เรียกว่า granuloma ที่อวัยวะภายใน เพราะว่าเนื้องอกเหล่านี้อยู่ภายในและไม่แสดงอาการ มันจึงยากที่จะวินิจฉัย ปลาคาร์ฟที่เป็นโรคนี้ตาจะบวมแดงและช่องท้องก็จะบวม พอง การวินิจฉัยสามารถรับรองก็ต่อเมื่อตรวจภายในหลังปลาตาย ไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ ดังนั้นถ้าสงสัยว่าเป็นโรคควรย้ายปลาที่สงสัยจะเป็นโรคนี้ออกจากบ่อทันที

สาเหตุจากการติดเชื้อรา

          Fungus มีสาเหตุจากเชื้อราในสกุล Saprolegnia ที่มักเป็นอันตรายต่อปลาเขตร้อน เชื้อรานี้จะแสดงอาการไม่ชัดเจน แต่มันจะขาวและง่ายต่อการสังเกตว่าโรค velvet สาเหตุเบื้องต้นของโรคนี้เกิดจากความเสียหายของเยื่อบุเมือกบนผิวที่เชื้อรามาเกาะและเจริญเติบโต ความบาดเจ็บ สภาพแวดล้อม และปรสิต ก็สามารถทำลายการป้องกันของเยื่อบุผิวได้ การรักษาโรคนี้ทำได้โดยการทา methylene blue ในบริเวณที่ติดเชื้อ หลังจากนั้นนำปลาไปแช่น้ำเกลือ 10 วัน แล้วอาจต้องไปพบสัตวแพทย์อีกด้วย

          Body slim Fungus โรคนี้สามารถฆ่าปลาได้ภายใน 2 วัน ถ้าไม่รักษาให้ทันเวลาเยื่อบุเมือกที่หุ้มจะเป็นสีขาวและเริ่มหลุดออก เหมือนกับว่าปลากำลังลอกคราบ ครีบจะค่อย ๆ ถูกปกคลุม ท้ายสุดตัวก็ลายแดงด้วยอาการระคายเคือง ถ้าสังเกตเห็นอาการของโรคนี้ต้องรีบตามสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาทำการแก้ไข

          Branchiomycosis การติดเชื้อชนิดนี้ส่งผลกระทบต่อเหงือก ทำให้เกิดการกดระบบหายใจและเลือดออกที่เหงือก บริเวณของเนื้อเยื่อเหงือกที่ตายบ่งชี้ให้เห็นถึงโรคนี้ และที่โชคร้ายคือ ยังไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่เป็นโรคก็จะตายภายในเวลาไม่กี่วัน ควรแยกปลาไว้ต่างหาก ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อ Branchiomycosis

โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส

          Carp Pox โรคพุพอง, โรคซิฟิลิส โรคพุพองมักจะเป็นกับปลาคาร์ฟและปลาในตระกูลใกล้เคียง การติดเชื้อไวรัสนื้ทำให้เกิดเมือกกลิ่นสีขาวขุ่นและสีชมพูเทา เคลือบบนผิวและครีบปลา ลักษณะอาการของโรคนี้คือ มักเกิดขึ้นมาและดูเหมือนจะรุนแรง แต่ต่อมามันก็จะหายไปเอง ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัดว่า อะไรที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคพุพองหรือการที่อาการของโรคเกิดและก็หายไปเอง ควรต้องป้องกันไว้ก่อนและแยกปลาที่ติดเชื้อออกจนกว่าเมือกนั้นจะหายไป ซึ่งมันอาจจะกินเวลา 7-10 วัน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้อาการของโรคหายไป เพราะว่าโรคนี้ไม่ได้คร่าชีวิตปลา

          Sping Viremia of Carp มีลักษณะอาการคือ ตาพอง ผิวและเหงือกเป็นแผล ว่ายน้ำไม่ได้ และท้องบวม โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อ Rhabdovirus carpio โรคนี้มีสาเหตุมาจากน้ำอุณหภูมิสูง และมักเกิดกับลูกปลา โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง การกลับมาเป็นอีกจึงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีวิธีการรักษาสำหรับโรคนี้ และปลาที่ติดเชื้อก็ควรย้ายออกจากบ่อ

          Lymphocystic เป็นโรคไวรัสธรรมดาที่สามารถจะวินิจฉัยได้จากการเกิดก้อนเนื้อแข็งขึ้นตามตัว โรคนี้ไม่มีอันตรายถึงตาย แต่ไม่มีทางรักษา มันสามารถกลับมาแสดงอาการอีกและติดต่อได้ง่าย จึงควรต้องย้ายปลาที่ติดเชื้อออกจากบ่ออย่างถาวร

โรคที่เกิดจากติดเชื้อจากพยาธ

          เห็บปลา เป็นพยาธิที่อยู่ในสายพันธุ์ Argulus มันง่ายที่ที่จะสังเกตเห็นจากผิวบนตัวปลา เห็บปลามีลักษณะกลม มีตาเด่น ส่วนของปากเจริญมาก ซึ่งใช้เกาะติดที่ตัวโฮสท์ เห็บปลาสามารถย้ายที่บนตัวปลาได้อย่างง่ายดาย และมันก็จะเปลี่ยนสีร่างกายให้เหมือนกับปลาที่มันเกาะ หลายครั้งที่ปลาพยายามถูตัวกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะถูเอาเห็บออก ปลาบางตัวก็กระโดดมาเหนือน้ำ เพื่อที่จะเอาเห็บออก เห็บนี้จะดูดเลือดและของเหลวออกจากตัวปลาผ่านทางผิวหนังและเกล็ด บางครั้งมันก็อยู่ที่ครีบ แต่นั่นไม่ใช่ที่เห็บพอใจเท่ากับที่ตัวปลา เห็บปลาสามารถนำไปสู่โรคอื่น ๆ และก็อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาที่แผลด้วย คำแนะนำส่วนใหญ่ในการรักษาเห็บปลา หนอนสมอ และปลิง คือ Dipterex, Masoten, Dylox หรือ Nequvon ให้ทายาแดง Malachite green หรือ methylene blue ที่แผลทุกแผล ห้ามใช้ฟอร์มาลีนเพื่อฆ่าพยาธิ มิฉะนั้นอาจต้องฆ่าปลาด้วย

          หนอนสมอ มักเกาะติดผิวหนังปลา มีหลาย ๆ สายพันธุ์ของพยาธิชนิดนี้ตัวเมียจะมีหัวคล้ายสมอฝังอยู่ในตัวของโฮสท์ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาพยาธิออก หนอนชนิดนี้คล้ายกับเห็บปลาที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองและเลือดไหลตรงที่พวกมันเกาะ และส่วนที่ยื่นออกมาคือ หนอนสีขาวซึ่งสามารถโตยายได้อีก และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผลอีกด้วย การรักษาหนอนสมอ รวมไปถึงการแยกปลาออกจากบ่อ และการใช้คีมคีบหนีบออก ต้องทำตามคำแนะนำที่มาพร้อมกับยาที่คุณซื้ออย่างเคร่งครัด วิธีที่จะเอาหนอนออก : โดยวางผ้าเปียกในมือของคุณ จับปลาในมือที่ถือผ้า ควรแน่ใจว่าวางตำแหน่งถูกต้องแล้ว โดยให้หนอนตรงกับตัวคุณ ใช้คีมคีบหนีบไปให้ใกล้กับแผลเท่าที่จะทำได้ แต่ให้โดนเฉพาะที่ตัวหนอน ดูให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้หนีบเนื้อส่วนใดของปลา และต้องระวังไม่ให้ตัวหนอนขาด วิธีนี้ค่อนข้างอันตรายและต้องใช้ความระวังอย่างที่สุด วิธีนี้ควรกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญ เหมือนกับตอนรักษาโรคเห็บปลา ควรทายาป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ตรงตำแหน่งผล ยาปฏิชีวนะก็ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และควรปรึกษาพ่อค้าปลาในการรักษาวิธีนี้

          ปลิง ปลิงเป็นปรสิตที่มักพบที่ผิวหรือเกล็ดปลา ไม่มีปลิงที่เราจะเห็นมันอยู่โดด ๆ ที่ทะเลสาบหรือบ่อน้ำ พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอน พยาธิที่เกาะกินเลือดกินเนื้อ ต้องเอามันออกจากตัวปลาให้เร็วที่สุด แต่ไม่ให้ใช้คีมคีบหนีบ เพราะปลิงพวกนี้แข็งแรงและอาจสร้างผลให้แก่ปลา ถ้าคุณคิดจะดึง ทางที่ดีควรขอคำแนะนำจากร้านค้าถึงวิธีการรักษา อีกวิธีหนึ่งคือ การแช่น้ำเกลือด้วยส่วนผสมเกลือ 8 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน การแช่น้ำเกลือดูเหมือนว่าเพียงพอแล้ว นำปลาใส่ไม่เกิน 10 นาที หลังจากนั้นสามารถใช้คีมคีบหนีบปลิงออกได้อย่างง่ายดาย ปลิงและไข่ของมันอาจติดมากับบ่อได้จากพืชต้นใหม่ ดังนี้จึงควรแยกพืชไว้ในถังกักก่อนที่จะนำมาลงบ่อ

          Flukes-skin and gill (Dactylogyrus) ปลาคาร์ฟที่อ่อนแอจะตกเป็นเหยื่อของ flukes ก่อนที่จะติดเชื้อใด ๆ gill flukes คือพยาธิตัวแบนที่ง่ายต่อการป้องกัน มันเป็นสาเหตุให้เหงือกบวมและแดง และเป็นสาเหตุให้ปลาขึ้นมารับอากาศที่ผิวน้ำ บางครั้งของเหลวคล้ายหนองจะไหลออกมาจากเหลือก fluke เป็นปรสิตที่เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งอาศัยอยู่ในเหงือก อาการอย่างอื่น เช่น สีจาง ถูตัว และหายใจหอบ skin fluke ( Gyrodactylus) เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการบวมเฉพาะที่เมือกออกมากเกินไป และเป็นผล

          เหมือนกับอาการของปรสิตชนิดอื่น ๆ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาปรสิตออก การรักษา fluke ซึ่งสามารถทำได้ง่ายดาย ผู้เชี่ยวชาญ บางคนแนะนำว่าควรจะอาบยาฆ่าเชื้อ แต่จะแนะวิธีนี้ก็ต่อเมื่อการรักษาข้างต้นไม่ได้ผล เอาปลาใส่ลงในน้ำ 1 แกลลอน เติมยาฆ่าเชื้อลงไป 15 หยดทุก ๆ นาที จนครบ 10 นาที หลังจารกนั้น ย้ายปลาไปไว้ที่ถังพยาบาลทำตามวิธีข้างต้นไปอีก 3 วัน ต้องไม่ใส่เยอะเกิน มิฉะนั้น ยาฆ่าเชื้อจะฆ่าปลาได้ ควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

          โรคอิ๊คหรือโรคจุดขาว จะมีจุดขาว เม็ดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตามตัว เป็นปรสิต lchthyophthirius เป็นชนิดธรรมดาที่เราเห็นทั่วไป แต่ไม่ควรให้มีจุดขาวเกิดกับปลาแม้แต่น้อย เพราะมันสามารถห่าปลาได้ถ้ามีเวลาพอ โรคนี้เป็นโรคโดยทั่วไป ดังนั้นจึงมียารักษาโรคนี้ขายตามท้องตลาดมากมาย อย่าซื้อยาเพราะราคาถูก ควรปรึกษาพอค้าที่จะเลือกยาที่ดีที่สุด คุณควรทำตามคำแนะนำและย้ายปลาที่แสดงอาการออกไปไว้ในถังกัก ถ้าผลการรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจ ควรลองโดยการแช่น้ำเกลือในถังกัก 10 วัน จำเป็นที่ต้องฆ่าเชื้อนี้ก่อนที่มันจะมีโอกาสแพร่ไปทั่วประชากรปลาอื่น ๆ

          Velvet ปรสิตนี้ Oodinium เป็นสาเหตุให้เกิดปุยนิ่มสีทองปกคลุมที่ตัวและครีบปลา ซึ่งเรากล่าวว่ามันคือ Velvet ในปลาคาร์ฟสีส้ม บ้างครั้งเราอาจตรวจไม่พบโรคนี้ในครั้งแรกที่ดู การไปพบสัตวแพทย์เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับโรคนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ malachite green หรือวิธีการแช่น้ำเกลือแบบเก่า 10 วัน

          Hole-in-the-Head disease โรคนี้มีสาเหตุมาจากปรสิต Hexamita เป็นปรสิตที่อยู่ภายในปลาคาร์ฟที่ไม่แข็งแรง ที่มีสาเหตุมาจากความกดดัน อายุ หรือคุณภาพน้ำไม่ดี มีโอกาสติดโรคนี้ได้ง่าย อาการคือ อุจจาระเป็นสีขาว เหนียว รูขุมขนที่เกี่ยวกับความรู้สึกเป็นหนอง และมีขนาดใหญ่ขึ้น อาการอื่นรวมไปถึงการถูกทำลายของผิวและกล้ามเนื้อ ซึ่งค่อย ๆ ขยายไปถึงกระดูกและกะโหลกศีรษะ ย้ายปลาไว้ในถังกัก เปลี่ยนน้ำเป็นประจำก็เพียงพอที่จะช่วยรักษาปลา เพิ่มสารอาหารด้วยวิตามินซี ก็จะช่วยให้ปลามีอาการดีขึ้น ยา metronidazole 50 มิลลิกรัมต่อน้ำทุก ๆ แกลลอน ใช้อาบก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง ควรใช้วิธีนี้ซ้ำในอีก 3 วันต่อมา

ที่มา : ปกรณ์ ชินไพศาล, คู่มือปลาคาร์ฟ, ธันวาคม 2545, หน้า 137-148

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *