ไม้ดอก, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

โป๊ยเซียน (Eupsorviaceae)

NULL

โรคและการรักษา


        ตัวอย่างที่ 1 ลักษณะลำต้นเน่า เปื่อย มีหนอนเจาะในลำต้น ในลำต้นมีลักษณะเป็นรอยเชื้อสีดำ มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง มีลักษณะเหมือนผงสปอร์อยู่ภายใน
      

fiogf49gjkf0d

  ตัวอย่างที่ 2 เป็นสีดำที่ขอบใบ มีการลุกลามขยาย เป็นอาการของโรคใบไหม้
        ตัวอย่างที่ 3 ใบหงิกงอ สีซีดเหลือง มีสีดำเป็นจุดๆ ทั่วใบ ลักษณะแมลงปากดูดหรือเพลี้ยดูดน้ำเลี้ยงแล้วเชื้อราเข้าตามแผล
        ตัวอย่างที่ 4 ใบพืชสีเขียวเข้ม มีรอยเชื้อโรคกินเป็นจุด ๆ ขอบนอกสีเหลือง
        ตัวอย่างที่ 5 ใบพืชมีจุดดำตามเส้นกลางใบ เหมือนตัวอย่างที่ 4
        ตัวอย่างที่ 6 ใบสีเขียวเข้ม มีอาการหงิกงอและใบเป็นจุดดำ
        ตัวอย่างที่ 7 ใบสีซีดเหลือง มีจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ
      ลักษณะตัวอย่าง 1-7 จะมีการคายน้ำค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักของโรคเชื้อราที่เกิดขึ้น

ปัญหาของโป๊ยเซียนในช่วงฤดูฝนมีสาเหตุอยู่ 2 ประการใหญ่ ๆ


        1. สาเหตุจากเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อราฟัยท๊อพธอร่า พิทเธียมหรือเชื้อราอื่น ๆเนื่องจากความชื้นในอากาศสูง หรือระยะปลูกชิดเกินไปมีการหมักหมม เป็นแหล่งอาศัยของเชื้อที่เป็นสาเหตุโรคพืช
         2.การระบายน้ำของดินหรือกระถาง เนื่องจากน้ำขังนานระบบการหายใจของรากไม่ดี


การแก้ไขปัญหา


        กรณีต้องการดร็อป ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคและแมลง อาจต้องใช้กลุ่มยาเคมีในกลุ่มสารออกฤทธิ์ เช่นไซเปอร์มีธริน,แม็กซาคาร์เมท ออกฤทธิ์ทางสัมผัส กำจัดกลุ่มเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนผีเสื้ออื่นๆ (ไม่ควรใช้ระยะพืชออกดอก)


        ในกลุ่มสารออกฤทธิ์ เช่น คาร์เบ็นดาซิม,คอปเปอร์ อ๊อกซี่คลอไรด์ ,โฟลิ-อาร์-ฟอส 400 ออกฤทธิ์ป้องกันโรคพืชและแบคทีเรีย


        ตัวอย่างที่ 1 ที่มีลักษณะเน่าและมีกลิ่นเหม็นเป็นกลุ่มของแบคทีเรีย Erwinia carotovora sub sp. carotovora


        ใบตัวอย่างที่มีลักษณะสีซีดเหลือง หงิกงอ เป็นลักษณะของการขาดปุ๋ยซึ่งอาจถูกแมลงปากดูดเจาะกินน้ำเลี้ยง ทำให้ใบซีดเหลือง การแก้ไข กำจัดและป้องกันแมลงและเพลี้ยต่าง ๆ แล้วใช้การให้ปุ๋ยทางใบเข้ามาแทนอาจใช้ 0-20-20 หรือ 0-52-34 หรือใช้ซิลิโคเทรซเสริมทั้งจุลธาตุอาหารและความแข็งแกร่งให้ใบพืช


        ใบตัวอย่างที่มีลักษณะเขียวเข้มและยังมีส่วนที่เป็นจุดแผลมีสีเหลืองซีดล้อมรอบ เป็นกลุ่มแบคทีเรีย Xanthomonas campestris pv. Vesicatoria สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว


การแก้ไขระยะยาว


        สาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคโคนเน่า คือการระบายน้ำของดินไม่ดีและดินมีความเป็นกรดมากเกินไป ทำให้โป๊ยเซียนมีความอ่อนแอ การแก้ปัญหาในช่วงแรกนี้จะต้องปรับปรุงที่ระบบการถ่ายเทอากาศของดินก่อนซึ่งอาจจะใช้สารละลายดินดานใน อัตราส่วน 20-30 ซีซี /น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นได้ 1 งาน


        เพื่อระบายน้ำในช่วงที่ฝนตกบ่อยๆ ลดการปัจจัยเหนี่ยวนำที่ทำให้เกิดโรค ปรับค่าพีเอชดินและเสริมความแข็งแกร่งให้โป๊ยเซียน โดยการใช้ภูไมท์ซัลเฟต ซึ่งจะช่วยเพิ่มปุ๋ยให้พืชและทำให้ดินในพืชกระถางร่วนซุยขึ้น


        ในกรณีการใช้ในช่วงฤดูฝน ซึ่งบางทีการละลายของไนโตรเจนสูงเกินไปทำให้พืชมีอาการเฝือใบ อาจหว่านภูไมท์ในอัตราส่วน 60-80 กก./1 ไร่ เพื่อตรึงการละลายของไนโตรเจน และใช้ในอัตราส่วน ภูไมท์ 1 ส่วนต่อปุ๋ยเคมี 5 ส่วน คลุกผสมทำปุ๋ยละลายช้า


        กรณีการป้องกันการเกิดโรคจากเชื้อจุลินทรีย์ ใช้เชื้อบาซิลลัสพืชซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันและกำจัดเชื้อแบคทีเรีย โดยคลุกผสมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก 1 ต่อ 50 หรือใช้ฉีดพ่นพื้นดินบริเวณใต้ทรงพุ่มและทรงพุ่มในอัตราส่วน 50-100 กรัม น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 15 วัน