ข่าวเกษตร

แอนแทรคโนสมะละกอ รักษาป้องกันได้แบบไม่พึ่งพายาเคมี

มะละกอ(Papaya)เป็นไม้ผลเมืองร้อนที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในแถบทวีปอเมริกากลาง บริเวณประเทศเม็กซิโกตอนใต้และคอสตาริกา จากนั้นก็ค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังทวีปต่าง ๆ แหล่งผลิตมะละกอที่สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย ศรีลังกา ฮินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น มะละกอเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็ว ตลอดทั้งปี ส่วนต่างๆ ของมะละกอสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย อาทิเช่น ผลสุก นำมาบริโภคจะได้คุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วย วิตามินเอ, บี, ซี, ธาตุเหล็ก,แคลเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนช่วยต้านมะเร็ง มีเส้นใยอาหารช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ยางมะละกอ ก็ยังนำมาใช้ในการช่วยย่อยโปรตีน เพราะในยางมะละกอมีน้ำย่อยที่เรียกว่า papain ทั้งยังช่วยเรื่องของปรุงอาหาร เช่น หมักเนื้อให้มีความนุ่ม และยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น เนื้อกระป๋อง ปลากระป๋อง การฟอกหนัง เป็นต้น ยอดและลำต้น ก็นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังนำส่วนต่างๆ มาใช้เป็นยา เช่น ต้นมะละกอใช้เป็นยาช่วยขับประจำเดือน ลดไข้ ดอกใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รากแก้กลากเกลื้อน และยาง ยังช่วยกัดแผนตาปลาและหูด ฆ่าพยาธิ ฯลฯ
แอนแทรคโนส (Anthracnose) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioidesจะแสดงอาการให้เห็นดังนี้ 1.ใบ จะเป็นจุดขอบแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อส่วนกลางจะมีสีซีดจาง ขาดเป็นรูทะลุในเวลาต่อมา และมักพบจุดดำเล็กๆ กระจายทั่วบริเวณแผล ซึ่งคือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา (สปอร์) 2.ผล จะเห็นเด่นชัดเมื่อเกิดกับผลสุก เป็นแผลกลมฉ่ำน้ำยุบลงไปในผล ตรงกลางจุดจะมีสปอร์ของเชื้อสีส้มหรือชมพูขึ้นฟูเป็นวงชั้นๆ บริเวณแผลและลุกลามขยายวงกว้างออกไป ทำให้ผลมะละกอเน่าเสียในเวลารวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศอบอ้าว มีความชื้นสูง เชื้อดังกล่าวจะเข้าทำลายตั้งแต่ระยะผลอ่อนและฟักตัวไม่แสดงอาการของโรค แต่จะปรากฏอาการของโรคให้เห็นเมื่อผลมะละกอสุก ส่วนการแพร่ระบาดเชื้อราดังกล่าวจะแพร่กระจายจากแหล่งเพาะเชื้อนั้นคือผล สู่กิ่งก้าน โดยลม ฝน และเข้าทำลายผลอ่อน โดยสปอร์ของเชื้อจะงอกแทงเข้าสู่ผิวผลได้โดยไม่ต้องมีบาดแผลเกิดขึ้น และเจริญฟักตัวอยู่ที่เนื้อเยื่อบริเวณใต้ส่วนผิวผลมะละกอ จนผลเริ่มสุกจึงจะเกิดอาการของโรคให้เห็น
แนวทางป้องกันรักษาแบบไม่พึ่งพายาเคมี
1.เก็บผล ใบแห้งที่ร่วงหล่นทำลายทิ้ง โดยการฝังกลบเพื่อตัดต้นตอการระบาดของเชื้อโรค
2.ให้ฉีดพ่นล้างสปอร์เชื้อราด้วยสารสกัดแซนโธไนท์ 10ซีซี.ร่วมกับฟังกัสเคลียร์ 15กรัม ต่อน้ำ 200ลิตร ตามด้วยฉีดพ่นสลับกับไบโอเซ็นเซอร์ แบบขยาย(ไบโอเซ็นเซอร์ 10กรัม +ไข่ไก่ 10ฟอง+น้ำเปล่า 30ลิตร +เสม็คไทต์ 2กิโลกรัม(จับกลิ่นก๊าซไข่เน่า) + น้ำมันพืช 4ช้อนแกง(ช่วยตรึงผิวน้ำไม่ให้เกิดฟองไข่ฟู่กระจาย) ผสมให้เข้ากัน ให้ออกซิเจนแบบตู้ปลา ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ก่อนนำมาผสมในน้ำให้ครบ 200ลิตร )ทั้งบนใบใต้ใบ ผล ลำต้นให้ชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำทุก ๆ 3–5วัน/ครั้ง ในการฉีดพ่นยา ฮอร์โมน ให้เติมซิลิซิค แอซิค 50กรัม + ซิลิโคเทรซ 50กรัม/น้ำเปล่า 200 ลิตรก่อนผสมทุกครั้ง
3.ใช้ภูไมท์ซัลเฟต,พูมิชซัลเฟอร์ 20กิโลกรัม ผสมร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 100กิโลกรัมหรือปุ๋ยเคมี 50กิโลกรัม เป็นปุ๋ยละลายช้าใส่ทางดิน หรือใส่ถังละลายน้ำ 20 กิโลกรัมต่อน้ำ 200ลิตร คนให้เข้ากันก่อนทิ้งให้ตกตะกอน 15นาที แล้วนำมาฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบใต้ใบให้ชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำ *ภูไมท์ซัลเฟต,พูมิชซัลเฟอร์ 20กิโลกรัมสามารถผสมน้ำซ้ำๆได้ 2-3 ครั้ง จะได้ช่วยลดต้นทุนการผลิต
4.สำหรับกล้ามะละกอที่กำลังจะลงปลูกใหม่นั้น ควรรองก้นหลุมด้วยภูไมท์ซัลเฟต หรือพูมิชซัลเฟอร์ 20 กิโลกรัม ร่วมกับอินดิวเซอร์ 1/2กิโลกรัม และปุ๋ยอินทรีย์ 50 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนแบ่งรองก้นหลุมๆละ 200–300กรัม(หรือ2-3กำมือ) ก่อนนำกล้ามะละกอลงปลูกทุกครั้ง
Line Official: https://bit.ly/3bYfcKC
ช่อง Youtube: https://bit.ly/3o1LAhK
เพจ Facebook:
Thai Green Agro
คอลเซ็นเตอร์: 084-5554205-9
ฝ่ายวิชาการ : 02-9861680-2
ไอดีไลน์: tga001-tga004
เว็บไซต์: www.thaigreenagro.com