โรคแมลงศัตรูพืช, พืชผัก พืชไร่

แอนแทรคโนสมะละกอรักษาง่ายๆด้วยชีวภาพ

สวัสดีครับ… แฟนคลับชมรมเกษตรปลอดสารพิษทั้งเก่า-ใหม่ทุกๆ ท่านที่ให้ความไว้วางใจสนับสนุนงานวิชาการ สินค้าปลอดสารพิษด้วยดีเสมอมา ผู้เขียนและทีมงานชมรมฯรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านทั้งหลายได้ให้ความอุปการคุณ รวมถึงโอกาสในการนำเสนองานวิชาการ สินค้าคุณภาพในลำดับต่อไป สำหรับบทความวิชาการที่จะนำมาเสนอต่อท่านวันนี้ผู้เขียนได้พิจารณาคัดกรองแล้วว่ามีความเหมาะสมต่อเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอทั่วทุกภาคที่กำลังประสบปัญหาแอนแทรคโนสระบาดหรือกำลังเข้าทำลาย รวมถึงนิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ หน่วยงานภาครัฐเอกชนทุกท่านทุกองค์กรที่ให้ความสนใจ ที่ต้องการ ลด ละ เลิก ใช้สารเคมีปราบศัตรูโรคพืช … มะละกอ(Papaya)เป็นไม้ผลเมืองร้อนที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในแถบทวีปอเมริกากลาง บริเวณประเทศเม็กซิโกตอนใต้และคอสตาริกา จากนั้นก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปยังทวีปต่างๆ แหล่งผลิตมะละกอที่สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย มาเลเซียฯลฯ

มะละกอเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตเร็ว ตลอดทั้งปี ส่วนต่างๆ ของมะละกอสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย อาทิเช่น ผลสุก นำมาบริโภคจะได้คุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วย วิตามินเอ, บี, ซี, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนช่วยต้านมะเร็ง มีเส้นใยอาหารช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ยางมะละกอ ก็ยังนำมาใช้ในการช่วยย่อยโปรตีน เพราะในยางมะละกอมีน้ำย่อยที่เรียกว่า papain ทั้งยังช่วยเรื่องของปรุงอาหาร เช่น หมักเนื้อให้มีความนุ่ม และยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น เนื้อกระป๋อง ปลากระป๋อง การฟอกหนัง เป็นต้น ยอดและลำต้น ก็นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังนำส่วนต่างๆ มาใช้เป็นยา เช่น ต้นมะละกอใช้เป็นยาช่วยขับประจำเดือน ลดไข้ ดอกใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รากแก้กลากเกลื้อน และยาง ยังช่วยกัดแผนตาปลาและหูด ฆ่าพยาธิฯลฯ

สำหรับแอนแทรคโนส (Anthracnose) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides จะแสดงอาการให้เห็นดังนี้

  1. ใบ จะเป็นจุดขอบแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อส่วนกลางจะมีสีซีดจาง ขาดเป็นรูทะลุในเวลาต่อมา และมักพบจุดดำเล็กๆ กระจายทั่วบริเวณแผล ซึ่งนั้นคือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา(สปอร์)
  2. ผล จะเห็นเด่นชัดเมื่อเกิดกับผลสุก เป็นแผลกลมฉ่ำน้ำยุบลงไปในผล ตรงกลางจุดจะมีสปอร์ของเชื้อสีส้มหรือชมพูขึ้นฟูเป็นวงชั้นๆ บริเวณแผลและลุกลามขยายวงกว้างออกไป ทำให้ผลมะละกอเน่าเสียในเวลารวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศอบอ้าว มีความชื้นสูง เชื้อดังกล่าวจะเข้าทำลายตั้งแต่ระยะผลอ่อนและฟักตัวไม่แสดงอาการของโรค แต่จะปรากฏอาการของโรคให้เห็นเมื่อผลมะละกอสุก

 

 

เชื้อราชนิดนี้จะแพร่กระจายจากแหล่งเพาะเชื้อนั้นคือผล สู่กิ่งก้าน โดยลม ฝน และเข้าทำลายผลอ่อน โดยสปอร์ของเชื้อจะงอกแทงเข้าสู่ผิวผลได้โดยไม่ต้องมีบาดแผลเกิดขึ้น และเจริญฟักตัวอยู่ที่เนื้อเยื่อบริเวณใต้ส่วนผิวผลมะละกอ จนผลเริ่มสุกจึงจะเกิดอาการของโรคให้เห็น สำหรับแนวทางควบคุมป้องกันมีดังต่อไปนี้

  1. เก็บผล ใบแห้งที่ร่วงหล่นทำลายทิ้งโดยการฝังกลบ เพื่อตัดต้นตอการระบาดของเชื้อโรค
  2. ให้ฉีดพ่นล้างสปอร์เชื้อราด้วยสารสกัดแซนโธไนท์ 1 ซีซี.ร่วมกับฟังกัสเคลียร์ 1.5 กรัม/น้ำเปล่า 20 ลิตรก่อนฉีดพ่นสลับด้วยไบโอเซ็นเซอร์ 50 กรัม/น้ำ20ลิตร ทั้งบนใบใต้ใบ ผล ลำต้นให้ชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำทุกๆ 3 วันครั้ง ในการฉีดพ่นแต่ละครั้งให้เติมซิลิซิค แอซิค 5 กรัม + ซิลิโคเทรซ 5 กรัม/น้ำเปล่า 20 ลิตร ลงผสมก่อนทุกครั้ง เพื่อบำรุงต้นและสร้างภูมิคุ้มกันให้ต้านทานโรคไปในตัว
  3. ให้ใช้พูมิชหรือพูมิชซัลเฟอร์ 20 กก.ผสมร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 100 กก. หรือปุ๋ยเคมี 50 กก. ทำเป็นปุ๋ยละลายช้าใส่ทางดิน เนื่องจากในเนื้อพูมิชและพูมิชซัลเฟอร์มีซิลิก้าจากธรรมชาติผสมอยู่ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้เซลล์พืช สามารถลดการเข้าทำลายของโรคแมลงได้ดี
  4. สำหรับกล้ามะละกอที่กำลังจะลงปลูกใหม่นั้นแนะนำให้รองก้นหลุมด้วยพูมิชหรือพูมิชซัลเฟอร์ 20 กก.ร่วมกับอินดิวเซอร์ 1 กก. และปุ๋ยอินทรีย์ 50 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนแบ่งใส่รองก้นหลุมๆละ 200-300 กรัม (2กำมือ) ก่อนนำต้นกล้ามะละกอลงปลูกทุกครั้ง

สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680 -2 หรือผู้เขียน 081-3983128 หรือ @thaigreenagro *** สินค้าคุณภาพ…ตราใบไม้ลายธงชาติ เท่านั้น ***

 

 

            

 

คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *