เกร็ดเกษตรเบ็ดเตล็ด, สาระน่ารู้

แล้วใครจะอยู่…?ใครจะไป…?

fiogf49gjkf0d

แม้ว่าปัจจุบันสังคมไทยจะเริ่มตื่นตัวกับการบริโภคผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ข้าว หรือแม้แต่ผลไม้ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาหลายปีเกษตรกรไทยหันไปใช้ยาฆ่าแมลงในกระบวนการเพาะปลูกมากและหนักเกินไป เพื่อหวังเพียงให้ผลผลิตออกมาสวยงามได้ราคาดี แต่หารู้ไม่ว่ายาฆ่าแมลงดังกล่าวที่ฉีดพ่นหรือใส่ลงไปทุกวันๆย้อนกลับมาสะสมในพืชผัก ผลไม้ หรือผลิตผลทางการเกษตร ยิ่งผู้บริโภคที่ล้างทำความสะอาดไม่ดี ยิ่งทำให้สารพิษที่สะสมในร่างกายทำลายสุขภาพในระยะยาวได้

ย้อนมองกลับไปสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็ก
อายุประมาณ
10 -11 ขวบ
เคยช่วยพ่อแม่ทำนาปลูกข้าวที่ปักษ์ใต้ ส่วนใหญ่ก็เป็นนาปี
ที่เป็นนาปรังก็มีบ้างแต่ก็มีน้อย
เมล็ดพันธุ์ข้าวก็ไม่ต้องซื้อหาเหมือนปัจจุบันนี้
เพราะเรามีเมล็ดพันธุ์ให้ใช้แบบรุ่นต่อรุ่นไม่ต้องหาซื้อให้ยุ่งยาก
ถึงแม้ว่าเมล็ดจะสั้นป้อม ดูไม่ค่อยสวย แต่ก็ทนโรคทนแมลง
ทำให้การทำนาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีประเภทยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนอน
หรือแม้แต่ปุ๋ยเคมีนั้นก็น้อยมาก ในนามีงู มีหนูนา มีปูนา มีเพลี้ย มีตั๊กแตน
มีนกเอี้ยงบนหลังควาย อยู่กันอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างควบคุมซึ่งกันละกัน
อีกทั้งยังมีปุ๋ยมูลสัตว์ซึ่งได้จากฝูงวัว
ฝูงควายที่ปล่อยเลี้ยงให้กินหญ้าตามคันนาหรือท้องทุ่ง
ถือได้ว่าเป็นโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์บำรุงดินชั้นเลิศก็ว่าได้ละครับ
 

แต่ปัจจุบันประเทศไทยถูกครอบงำไปด้วยระบบเศรษฐกิจทุนนิยม
นาข้าวได้เปลี่ยนบทบาทไปจากเดิมที่ปลูกเพื่อกินเองเป็นหลัก
เหลือกินก็แบ่งปันแจกจ่ายหรือขาย แลกสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอื่น
ต่างกับปัจจุบันที่เน้นปลูกเพื่อขายให้ได้เงินมาเพื่อจับจ่ายใช้สอย ผลก็คือว่า…ชาวนาไม่สามารถปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง
หรือที่เก็บพันธุ์ไว้ได้อีกต่อไปเนื่องจากตลาดไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชาวนาอีสาน
ภาคกลาง ภาคตะวันออก หรือแม้แต่ภาคใต้ ก็ยังต้องปลูกข้าวโดยใช้พันธุ์ข้าวตาม
order ของท่าข้าวที่นครสวรรค์ ถึงแม้จะรู้ทั้งรู้ว่า…เมื่อใช้เมล็ดพันธุ์ที่ตลาดต้องการปลูกบนพื้นที่แถบเดียวกัน
ส่งผลให้แมลงศัตรูพืชระบาดลุกลามรวดเร็วขึ้น ยาฆ่าหนอน
ฆ่าแมลงจึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งใช้บ่อยใช้ทุกวันสุขภาพก็ย่ำแย่ ร่างกายอาบไปด้วยสารพิษสารเคมีทางการเกษตร
 ที่สำคัญยิ่งทำนาก็ยิ่งจน ไม่มีปีไหนที่ไม่ขาดทุน …
เพราะมัวแต่ฟักเงินถุง(เก่าเก็บ)มารักษาตัวเอง
เกษตรกรท่านใดสนใจต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ฝ่ายวิชาการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
(
02-9861680-2) หรือที่ผู้เขียน (081-3983128)


เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์
ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)
 

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com 

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 เสนอแนะติชมได้ที่
email: thaigreenagro@gmail.com