พืชผักกินดอกและผล|พืชผัก-พืชไร่

แม้ปิดป้าย “ปลอดสารพิษ” ปลอดภัยไว้ก่อน “ล้างก่อนทาน”

ผักปลอดสารพิษ คือพืชผักที่ได้จากการเพาะปลูกตามฟาร์มปกตินี้แหละ แต่ชาวสวนชาวไร่จะไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา หรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค แม้ว่าสารเหล่านั้นอาจช่วยกระตุ้นผลิตผลให้อุดมสมบูรณ์เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นก็ตาม

ส่วนที่ว่าจะปลอดภัยและดีต่อสุขภาพจริงไหมนั้น ผักปลอดสารพิษเป็นเพียงกระบวนการเพาะปลูกดูแลให้พืชผลเจริญเติบโตขึ้นมาพร้อมเก็บเกี่ยว โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่เป็นพิษคอยกระตุ้นหรือกำจัดศัตรูพืช อย่างไรก็ตาม การเพาะปลูกในลักษณะดังกล่าวก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษและสิ่งปนเปื้อนตามธรรมชาติอยู่บ้าง ทั้งในขณะเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว ขั้นตอนการขนย้าย หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นผู้บริโภคก็ควรลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพจากการบริโภค ด้วยการเลือกพืชผักที่สดใหม่ คุณภาพดี ล้างทำความสะอาดให้ดี ก่อนนำไปบริโภคหรือปรุงอาหารอย่างเหมาะสมต่อไป เช่น

  1. การปอกเปลือกหรือการลอกชั้นนอกของผักออก ถ้าลอกใบชั้นนอกออกจะปลอดภัยมากกว่า แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด เช่น กะหล่ำปลี แครรอท แอปเปิ้ล อาจช่วยกำจัดสารตกค้างที่พื้นผิวด้านนอกของพืชผลออกไป ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้สูญเสียสารอาหารหรือแร่ธาตุที่สำคัญบางส่วนที่อยู่ในบริเวณนั้นไปด้วย
  2. การล้างผักด้วยน้ำเปล่า โดยเปิดให้น้ำไหลผ่าน เด็ดผักเป็นใบ ๆ ใส่ตะแกรงโปร่งแล้วเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาบนผิวใบของผัก หรือผลไม้นั้นนานประมาณ 2 นาที วิธีนี้อาจใช้เวลานานในการล้าง ใช้น้ำในปริมาณมาก และอาจยังมีสารเคมีบางอย่างตกค้างอยู่
  3. การล้างด้วยน้ำเกลือ ใช้เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ผักผลไม้นาน 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้อาจมีเกลือและรสเค็มเข้าไปอยู่ในผักหรือผลไม้ได้เช่นกัน
  4. การใช้น้ำส้มสายชู ที่มีกรดน้ำส้มความเข้มข้น 5%ของกรดน้ำส้ม ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:10 แช่ผักหรือผลไม้นาน 10-15 นาที โดยภาชนะที่ใส่ผักล้างไม่ควรเป็นพลาสติก จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่ผักอาจมีกลิ่นของน้ำส้มสายชูติดมา และผักบางชนิด เช่น ผักกาดขาว ผักกาดเขียว อาจมีการดูดรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูทำให้รสชาติเปลี่ยนไปบ้าง
  5. การต้มหรือลวกผักด้วยน้ำร้อน แม้อาจช่วยลดปริมาณสารพิษได้ เป็นวิธีที่ดีและปลอดภัย แต่จะทำให้ผักหรือผลไม้เสียคุณค่าทางโภชนาการไปกับน้ำและความร้อน เช่น วิตามินซี วิตามินบี1 ไนอะซิน เป็นต้น

 

แม้วิธีการต่างๆ ข้างต้นอาจช่วยลดปริมาณสารพิษ และลดความเสี่ยงในการเผชิญปัญหาสุขภาพจากสารตกค้างในพืชผลทางการเกษตรได้ แต่ผู้บริโภคก็ควรระมัดระวังในการเลือกบริโภคอาหารแต่ละชนิดอยู่เสมอ ใส่ใจและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและถูกสุขอนามัย เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพของตนก่อนเสมอ สำหรับมิตรเกษตรท่านใดสนใจสามารถโทรศัพท์พูดคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680-2 หรือ 081-3983128 (ผู้เขียน) หรือ 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

 

 

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *