การเกษตร, ข่าวเกษตร

แม่เมาะ ลำปาง แหล่งปลูกพืชผักอินทรีย์

NULL

ช่วงเดือนธันวาคมในแทบทุกปี จะมีผู้คนเดินทางเข้าจังหวัดลำปางไม่น้อย ด้วยมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งให้ได้สนใจ เลยเข้าไปที่อำเภอแม่เมาะ อำเภอที่มีแหล่งถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่หลายครั้งเมื่ออดีตกลายมาเป็นปัญหาในข้อถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องของ

fiogf49gjkf0d

ถึงกระนั้นตลอดมาในพื้นที่แห่งนี้ก็ยังมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นและต่อเนื่อง สอบถามล่าสุดจากหลายท่านในพื้นที่ว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้างก็ได้รับคำตอบว่าสบายดีไม่มีปัญหาอะไร ก็ยังไม่หายคลางแคลงใจเดินทางเข้าไปในพื้นที่พบปะผู้คนที่อาศัยทำมาหากินอยู่ในนั้นพบว่ามีกิจกรรมในการดำรงชีพที่น่าสนใจทีเดียว พบแปลงเกษตรประเภทพืชผักที่ว่ากันว่าหากพื้นที่มีมลพิษสูงโอกาสของการเจริญเติบโตนั้นน้อยอย่างแน่นอน วันนี้ตรงกันข้ามกับความรู้เหล่านั้นทีเดียว

นายเล็ก สีชัง เกษตรกรท่านหนึ่งที่มีโอกาสเข้าไปพูดคุย เกษตรกรรายนี้ เข้ามาอยู่ในพื้นที่เมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้ว ใหม่ ๆ ปลูกข้าวโพด ตามด้วยถั่ว ซึ่งก็ต้องขุดเอาหินในพื้นที่ออก ให้เหลือแต่ดิน นายเล็กบอกว่าตอนนั้นปลูกถั่วฝักยาวเป็นอาชีพ ต่อมาตามด้วยมะนาว ในขณะที่กระแสการรับรู้ในขณะนั้นว่าพืชเหล่านั้นหากปลูกแล้วจะตายก่อนที่จะได้รับประโยชน์ เพราะอากาศไม่เป็นใจ เนื่องจากอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ใช้ถ่านหินมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต

แรก ๆ ก็คิดอย่างนั้นเนื่องจากต้นไม้ที่ปลูกตาย ใบเฉา ปลูกไม่ขึ้น แต่เมื่อศึกษาและเดินทางไปฝึกอบรมในหลายพื้นที่พร้อมดูงานในเรื่องของการจัดการดินก่อนทำการเพาะปลูกก็พบว่า ดินในพื้นที่ย่านแม่เมาะนั้นเป็นดินที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก เนื่องจากมีฮิวมัสอาหารพืชน้อยเป็นหินเสียส่วนใหญ่ ไม่อุ้มน้ำ นายเล็กบอกว่า เมื่อทราบเช่นนี้จึงเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกใหม่โดยการปลูกแบบกระถางในดิน คือขุดดินและหินขึ้นมาลึกพอประมาณ เอาพลาสติกดำปูรองพื้น จากนั้นนำปุ๋ยอินทรีย์ ขี้วัว และดินผสมกันใส่ลงไป ตามด้วยต้นไม้ที่ต้องการปลูก กลบด้วยปุ๋ยอินทรีย์ผสมดิน ปิดทับด้วยเศษวัสดุจากต้นพืช เช่นฟางข้าว ซากพืชผักที่เหลือจากการตัดแต่งมาคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ

ปรากฏว่า ต้นไม้เติบโตรากแทงดินขยายออกด้านข้าง ให้ดอกให้ผลตามที่ต้องการทีเดียว สรุปแล้วเรื่องของอากาศไม่เกี่ยวข้องแต่ประการใดในการปลูกพืชไม่ได้หรือปลูกแล้วไม่โต
 
“ตอนนี้ที่ปลูกโดยใช้น้ำประปาเพราะในพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำ มีรายได้เดือนหนึ่ง ๆ ประมาณ 4-5 พันบาท สามารถยึดเป็นอาชีพได้ และพืชผักที่ปลูกจะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทุกอย่าง เป็นพืชผักปลอดสารพิษทั้งหมด” นายเล็กกล่าว
 
พืชผักที่ปลูกมี กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้ง มะละกอแขกดำ ถั่ว สำหรับมะละกอนั้นขายได้ลูกละ 20 บาท มีพ่อค้ามาซื้อถึงบ้านมีแรงงานสองคนคือ นายเล็กกับภรรยา แถมเลี้ยงกบไว้ใต้ถุนบ้าน เมื่อกบไข่ขายลูกกบ เลี้ยงปลาบ่อเล็ก ๆ หน้าบ้านเพื่อขายลูกปลา ส่วนปลาใหญ่ไว้กินเอง ปลาที่เลี้ยงใช้เวลาประมาณ 6 เดือน สามารถขายได้ครั้งหนึ่งราคาดีมีคนมารับซื้อ ถึงบ้าน

ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรในพื้นที่ที่หลายคนมีความเข้าใจกันว่ามีปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศ ที่สำคัญที่เป็นการพิสูจน์ได้ประการหนึ่งก็คือ หากพื้นที่มีปัญหาดังที่เข้าใจกันก่อนหน้านี้จริงโอกาสที่ต้นผักจะเจริญเติบโตได้นั้นคงไม่เกิดขึ้น และการปลูกพืชผักแบบปลอดสารพิษด้วยแล้วปัญหาก็คงตามมาอีกมากทีเดียว สรุปอีกทีก็คือพื้นที่แห่งนี้ไม่มี ปัญหาเรื่องมลพิษ พืชผักทุกชนิดบริโภคได้และสามารถใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกเพื่อส่งจำหน่ายยังตลาด อำเภอเมือง จังหวัดลำปางได้เป็นอย่างดีอีก ด้วย และรับทราบมาว่า ณ วันนี้ก็มีไม่น้อยที่พืชผักในอำเภอเมืองของจังหวัดลำปางมีแหล่งเพาะปลูกจากพื้นที่แห่งนี้ และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 14 ธันวาคม 2550
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=50064&NewsType=2&Template=1