การเกษตร, โรคและศัตรูเห็ด, ข่าวเกษตร

แมลงหวี่ในโรงเห็ด“ควบคุมได้”ไม่จะเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด(เผา) ฮาๆๆ

เห็ดเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญในอนาคตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลกที่รุนแรง เฉียบพลัน ยากที่จะควบคุม ส่งให้พืชผลทางการเกษตรผลิตยากขึ้นไม่เพียงพอกับความต้องการประชากรกว่าพันล้านคนต้องขาดสารอาหาร เห็ดเป็นอาหารที่สามารถทดแทนพืชได้อย่างสมบูรณ์ และง่ายในการผลิต ควบคุมดูแลก็ง่าย ไม่ต้องใช้เคมี ใช่พื้นที่ก็น้อย ต้นทุนไม่สูง แทบไม่ต้องใช้ฮอร์โมนหรือปุ๋ยใดๆในการเร่งการเจริญเติบโต นอกจากจะเป็นอาหารให้คนได้ทานแล้ว เห็ดยังเป็นยาช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย   เรื่องปัญหาหนอนแมลงหวี่แมลงวันเข้าทำลายช่วงเปิดดอกที่พบเจอส่วนใหญ่จะเป็นหนอนตัวเล็กๆสีน้ำตาลตลอดจนเท่าหัวไม้ขีด คอยกัดกินทำลายเส้นใยทำให้ก้อนเห็ดเน่าเสีย อายุการเก็บเกี่ยวก็สั้นลง นอกจากนั้นแล้วตัวเต็มวัยก็ยังสร้างความรำคาญแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงเห็ดอีกด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ควรแก้โดยฉีดพ่นด้วยสารเคมี เนื่องจากเห็ดเจริญเติบโตไว เก็บจำหน่ายทุกวัน หากฉีดพ่นสารเคมีลงไปก็จะส่งผลให้ผู้ใช้และผู้บริโภคได้รับอันตราย ผู้เพาะเห็ดที่มีคุณธรรมจะไม่ใช้สารเคมีในการแก้ปัญหา แต่จะเน้นการจัดการฟาร์มให้สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก เก็บก้อนเห็ดที่มีหนอนไปทำลายทิ้งเพื่อป้องกันการระบาด ส่วนการควบคุมป้องกันต้องคอยหมั่นตรวจดูความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับเห็ดอย่างสม่ำเสมอ

 

  

 

โดยเน้นป้องกันมากกว่ากำจัด ซึ่งมีขั้นตอนการจัดการดังต่อไปนี้

1) ทำความสะอาดโรงเพาะ หากเป็นโรงเก่าที่เคยเพาะเห็ดมาแล้วควรเว้นวรรค เพื่อทำความสะอาด กำจัดแมลง ไรและเชื้อรา

2) คัดเลือกเชื้อเห็ด หรือก้อนเห็ดจากแหล่งผลิตที่ไม่มีประวัติการระบาดของแมลงวันศัตรูเห็ดมาก่อน ถ้าไม่ทราบแหล่งที่มาของก้อนเห็ดก่อนเปิดดอกควรฉีดพ่นด้วยสมุนไพรไทเกอร์เฮิร์ป ที่มีส่วนผสมของขมิ้นชัน,ฟ้าทะลายโจร,ตะไคร้หอมเสียก่อน ในอัตรา 5-10กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร ตรงก้อนหรือบริเวณรอบๆที่บ่มก้อนเชื้อ

3) ก่อนนำก้อนเห็ดเข้าเปิดดอกในโรงเรือนควรคัดก้อนที่มีอาการเข้าทำลายของแมลง เชื้อราหรือไรออกทำลายเสียก่อน หากไม่แน่ใจก็กองแยกไว้ก่อนต่างหาก

4) ติดตั้งกับดักกาวเหนียวสีเหลือง 8-10 จุดต่อโรง แขวนให้สูงจากพื้น 1.50-1.80 เมตร โดยที่ไม่ขวางหรือเกะกะการเข้าปฏิบัติงานและที่สำคัญควรเปลี่ยนกับดักกาวเหนียวทันทีเมื่อเห็นว่ามีแมลงมาติดจนเต็มหรือทุกๆ 45-60วันครั้ง

5) หากพบหนอนเข้าทำลายช่วงเปิดดอกก็ให้หมักขยายไบโอแทคด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง(แต่ไม่เกิน 48 ชั่วโมง) ก่อนจะนำมาผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นผ่านหน้าก้อนหรือในก้อนแต่ไม่แฉะเกินไป 1-2 วัน/ครั้ง ติดต่อกัน 3ครั้ง ช่วยลดปัญหาดังกล่าวลงได้ประมาณ 80 -90 %

6) แต่ถ้าพบว่ามีแมลงวันดังกล่าวบินไป-มามากผิดปกติช่วงดอกเห็ดบาน ก็ให้ฉีดพ่นด้วยสมุนไพรรวมไทเกอร์เฮิร์ปร่วมกับคัทอ๊อฟรอบๆโรงเรือนเว้นระยะ 4-5 วัน/ครั้ง บวกกับเพิ่มจำนวนกับดักกาวเหนียวเหลืองเป็น 16-20 จุดต่อโรง(2เท่า) และควรแขวนไว้ใกล้กับมุมอับ เพราะเนื่องจากแมลงวันชอบเกาะอยู่ตามมุมอับของโรงเรือน

7) เมื่อหมดรุ่นแล้ว หรือประมาณ 5-6 เดือน หรือจนกว่าดอกไม่ออกแล้ว ให้นำก้อนเห็ดที่หนอนแมลงวันเข้าทำลายไปฝังกลบหรือเผาทิ้ง เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง เชื้อโรค ไรศัตรูเห็ดไม่ให้แพร่กระจายเข้าสู่โรงข้างเคียง

8) การพักโรงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นช่วงที่พักโรงควรเปิดทิ้งไว้ 5-7วัน ก่อนเข้าทำความสะอาดด้วยน้ำยาเดทตอล(2-3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร) หรือผงซักฟอกปล่อยทิ้งไว้ เมื่อแห้งแล้วจึงค่อยปิดโรงเรือน จากนั้น 7-10 วัน ค่อยฉีดพ่นสมุนไพรไทเกอร์เฮิร์ปร่วมกับไบโอเซ็นเซอร์(กำจัดรา) และบาซิลลัสไมโตฟากัส(กำจัดไรเห็ด)ให้ทั่วโรง 3-5วัน/ครั้ง ติดต่อกัน 2 รอบก่อนที่จะนำก้อนเห็ดรุ่นใหม่เข้าเปิดดอกต่อไป เกษตรกรท่านใดที่กำลังเพาะเห็ดอยู่แล้วมีปัญหาแมลงวันหรือแมลงหวี่รบกวน แก้ปัญหาไม่ตก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร. 02-9861680 -2 หรือผู้เขียน 081-3983128 ท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ชมรมฯ

สอบถามได้ที่ Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro *** สินค้าคุณภาพ…ตราใบไม้ลายธงชาติ เท่านั้น ***

 

    

 

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *