ปู, ประมง-สัตว์น้ำ

แนะเลี้ยง “ปูม้าในคอก” …ทางเลือกแก้จนของชาวปัตตานี

NULL

          การสร้างสัตว์น้ำเศรษฐกิจทดแทนกุ้งกุลาดำของเกษตรกร หลังจากการประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตสูง ปัญหาโรคระบาด และราคากุ้งตกต่ำ ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งต้องการเลิกเลี้ยงกุ้ง แต่ยังไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า แนวทางการนำเสนอวิธีเลี้ยงปูม้า จึงกำลังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรไทย


      

fiogf49gjkf0d

    ผศ.ดร. ชลธี ชีวะเศรษฐธรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีกล่าวว่า จากอดีตยังไม่เคยมีการเลี้ยงปูม้ากันมาก่อน มีเพียงชาวประมงซึ่งออกไปจับปูม้าในทะเลเป็นการค้า แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาผลผลิตการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นมีราคาตกต่ำ โดยเฉพาะกุ้งกุลาดำ จึงเกิดแรงจูงใจในการเลี้ยงปูม้าเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง โดยใช้วิธีการผลิตปูม้าในโรงเพาะฟักและจับมาเลี้ยงในบ่อดินที่เป็นบ่อกุ้งร้างขึ้นมาทดแทน ซึ่งก็สามารถเลี้ยงได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเล็งเห็ดถึงศักยภาพของพื้นที่อ่าวปัตตานีและปัจจัยเหมาะสมทางธรรมชาติหลายอย่างเหมาะกับการเลี้ยงปูม้า จึงเกิดโครงการ ถอดบทเรียนการเรียนรู้ร่วมกันสู่การเลี้ยงปูม้าในคอก ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สภว.)

          ส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ จัดว่าเป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่ชุมชนในพื้นที่ได้ใช้เป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่ชุมชนในพื้นที่ได้ใช้เป็นแหล่งอาหารที่สืบทอดกันมานาน โดยอ่าวปัตตานีจะมีแหลมที่ยื่นลงไปในทะเลโอบล้อมพื้นที่ของอ่าวไว้เมื่อกั้นคอกในบริเวณที่กำหนดเพื่อเลี้ยงปูม้าไว้ภายในอ่าวพื้นที่ดังกล่าวก็สามารถป้องกันคลื่นลมแรงในหน้ามรสุมและลดอุปสรรคในการเลี้ยงปูม้าได้ อีกทั้งจากการนำลูกปูม้าที่ได้จากโรงเพาะฟักไปเลี้ยงในบริเวณดังกล่าว น่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มผลผลิตปูม้าในอ่าวได้ในระดับหนึ่งด้วย


          นอกจากนี้พื้นที่ชุ่มน้ำในบริเวณรอบอ่าวยังจัดว่าเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำวัยอ่อนที่อุดมไปด้วยหญ้าทะเล สาหร่ายนมนาง หอยกะพง และหอยแมลงภู่ เกิดตามธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสดสำหรับการเลี้ยงปูม้าในคอกอย่างเพียงพอ โดยสัตว์น้ำเหล่านี้บางส่วนเป็นผลพลอยได้จากการทำประมงจากเดิมแล้ว และบางครั้งก็เหลือทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ แต่หากนำมาเป็นอาหารให้กับปูม้าได้ก็จะเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น อีกทั้งในพื้นที่ยังมีนักวิชาการที่ได้พัฒนาวิธีการผลิตลูกพันธุ์ปูม้าปลอดถิ่นภาคใต้ นำมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นอาหารมีชีวิตสำหรับอนุบาลลูกปูม้าในโรงเพาะฟัก ทำให้สามารถสนับสนุนการเลี้ยงปูม้าของกลุ่มชาวบ้านได้อย่างต่อเนื่อง และยังช่วยลดมลพิษให้กับโรงงานและสิ่งแวดล้อมภายนอกได้อีกทางหนึ่งด้วย


          กรณีอ่าวปัตตานีนี้ยังมีเทคนิคการเลี้ยงปูม้าในคอกคือการนำอวนตาขนาด 2 เซนติเมตรกั้นเป็นคอกสี่เหลี่ยมปักไว้ในบริเวณชายทะเลหน้าบ้าน พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งพื้นที่ภายในคอกสามารถกั้นเป็นคอกเล็ก ๆ เพื่อไว้อนุบาลลูกปูที่ได้จากการเพาะฟักภายในคอกใหญ่นั้นด้วย ทั้งนี้จะช่วยลดอัตราการตายของลูกปูม้าจากการขนย้ายลูกปูม้าในโรงเพาะฟักที่อยู่ห่างไกล และโดยธรรมชาติของปูม้าจะเป็นสัตว์ที่ชอบฝังตัวอยู่ในดิน การเลี้ยงปูม้าในคอกจึงมีจุดเด่นที่พื้นคอกคือพื้นทะเล ทำให้คอกเลี้ยงดังกล่าวเป็นสภาพที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติของปูม้ามากที่สุด ส่งผลให้ได้ผลผลิตปูม้าเป็นที่น่าพอใจ จึงทั้งกำลังมีโครงการเลี้ยงปลากะพงขาวเพิ่มเติมในคอกของปูม้า เนื่องจากสัตว์น้ำทั้งสองชนิดอยู่ร่วมกันได้ เพื่อให้กลายเป็นการเกษตรแบบผสมผสาน


          โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการใน 3 หมู่บ้านของตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ได้แก่ บ้านดาโต๊ะ บ้านปาตาบูดี และบ้านกำปงบูดี มีระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนทดลองศึกษา ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับและความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดีแม้จะมีสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงอยู่บ้าง แต่เมื่อเสร็จสิ้นโครงการคาดว่า จะสามารถพัฒนาพื้นที่ที่เลี้ยงปูม้าในคอกให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับอาชีพการเลี้ยงปูม้าแก่เกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ที่สนใจได้ต่อไป หากสนใจติดต่อสอบถามที่ โทร. 0-619-6188, 0-2619-9701


ที่มา : ทิศทางเกษตร. เดลินิวส์. วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 หน้า 10

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *