ข่าวเกษตร

แนวทางการใช้โดโลไมท์และฟอสเฟตกับการปลูกต้นไม้

 

ในอดีตทรัพยากรค่อนข้างมีจำกัดและหาได้ยาก เนื่องด้วยการติดต่อสื่อสารทำได้ยากกว่ายุคอินเทอร์เน็ต การนำเข้าส่งออกล้วนแต่ต้องอาศัยนายทุนรายใหญ่ ๆ จึงจะสามารถทำได้ ภาคการเกษตรเกี่ยวกับสินแร่ในการปรับปรุงดินเราก็จะได้ยินในเรื่องของการใช้ ปูนเปลือกหอย ปูนมาร์ล ปูนเผา ปูนขาว โดโลไมท์และฟอสเฟต โดยเฉพาะการใช้โดโลไมท์และฟอสเฟตในการรองก้นหลุมปลูกนั้นผมคิดว่ามีมายาวนานหลายสิบปี เนื่องด้วยกลุ่มวัสดุปูนทั้งสองชนิดนี้มีแร่ธาตุและสารอาหารที่พืชต้องการอยู่ด้วย คำว่า “พืชต้องการ” ยังไม่ได้หมายถึงว่า “จำเป็น” นะครับ คือถ้าในดินของเรามีเพียงพอ หรือพืชไม่ได้แสดงอาการขาด เราก็ไม่จำเป็นต้องใส่ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพของกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชน ก็มีการใช้กลุ่มวัสดุปูนต่าง ๆ นำมามิกซ์ผสมรวมกันเพื่อให้ได้ปุ๋ยที่มีคุณสมบัติของอาหารที่ครบถ้วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม, แมกนีเซียม และฟอฟอรัส ซึ่งถือว่าเป็นธาตุอาหารรองที่สำคัญกว่ากลุ่มจุลธาตุและมีความสำคัญด้อยลงมาเล็กน้อยจากธาตุอาหารหลักอย่าง ไนโตรเจน และโพแทสเซียม ในกรณีที่คาดหวังอยากจะได้แร่ธาตุและสารอาหารเหล่านั้นจากกลุ่มวัสดุปูนทั้งสองชนิดนี้ โดยมิได้คำนึงถึงค่าความเป็ฯกรดและด่างของดิน คือยังไม่ได้ทำการตรวจวัดกรดและด่างของดินให้ดีเสียก่อน บางครั้งก็อาจจะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หรือฆ่าควายเสียดายพริก คือทั้งเปล่าประโยชน์และได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องด้วยความคาดหวังที่จะได้แร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส เพื่อให้พืชมีความเขียวจากแมกนีเซียม ให้การแบ่งเซลล์ทำงานได้ดีจากแคลเซียม และมีรากเยอะ ๆ จากฟอสฟอรัส….แต่กลับได้ผลลัพธ์จาก “ดินที่เป็นด่าง” โดยไม่ตั้งใจ ดินที่เป็นด่าง  เขาจะไม่สามารถปลดปล่อยแร่ธาตุอาหารออกมาสู่พืชได้เต็มที่  แคลเซียมที่สูงมากเกินไปในดินทำให้แร่ธาตุอาหารต่าง ๆ ลดน้อยลงจนทำให้พืชแสดงอาการขาดได้ เคยพบว่าดินที่ด่างจัด ๆ ทำให้พืชแสดงอาการขาดธาตุโบรอน จนมีลักษณะอาการใบเป็นคลื่นลอนและเปราะแตกหักง่าย

 

 

สภาพดินที่เป็นด่างทำให้กลุ่มจุลธาตุที่ละลายได้ดีในสภาะวด่าง ละลายออกมามากจนเป็นพิษต่อพืช บางครั้งทำให้พืชแสดงอาการไหม้ที่ใบและยอดอ่อน วิธีการใช้ทั้ง “โดโลไมท์” และ “ฟอสเฟต” ถ้าจะให้ถูกต้องก็ควรต้องตรวจวัดกรดและด่างของดินเสียก่อน ถ้าดินเป็นด่างอยู่แล้วหรือมีค่าเป็นกลาง….ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ใช้แต่น้อย ๆ ในกรณีที่ต้องการทดแทนแร่ธาตุ แมกนีเซ๊ยม และ ฟอสฟอรัส ในกรณีที่ดินเป็นกรดและพืชมีใบเหลืองจากการขาดแมกนีเซ๊ยม ในกรณีควรเลือกใช้กลุ่มวัสดุปูน “โดโลไมท์” ในการปรับปรุงสภาพดินหรือใช้ในการรองก้นหลุมปลูก แต่ถ้าดินเป็นกรดและมีปัญหาเรื่องการออกดอก มีปัญหาเรื่องระบบราก ที่น้อย หาอาหารได้ไม่ไกล ปัญหานี้ควรแก้ไขด้วยการปรับปรุงบำรุงดินด้วยกลุ่มวัสดุปูน “ร๊อคฟอสเฟส” หรือ “หินฟอสเฟต” จะดีที่สุด เมื่อทราบปัญหาและต้นเหตุในแปลงเพาะปลูกอย่างถ่องแท้ การดูแลแก้ปัญหาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กลุ่มวัสดุปูนทั้งสองอย่าง หรือ หลาย ๆ อย่าง ทั้ง โดโลไมท์ ฟอสเฟต ปูนมาร์ล ปูนเปลือกหอย ปูนเผา ปูนขาว เป็นต้น เพราะเป็นการใช้งานที่ไม่คุ้มค่าและซ้ำซ้อนกัน

 

 

 

 

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

One thought on “แนวทางการใช้โดโลไมท์และฟอสเฟตกับการปลูกต้นไม้

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *