ปุ๋ยและฮอร์โมน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

แคลเซียม

NULL

          แคลเซียมเป็นธาตุอาหารรองหนึ่งในสาม ร่วมกับแมกนีเซียมและกำมะถัน แคลเซียมเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ของพืช จึงมีบทบาทสำคัญในการแบ่งเซลล์ นั่นคือการเจริญเติบโตของพืช การแตกตา การเจริญของยอด การงอกของเมล็ด การเจริญของราก การสร้างความแข็งแรงของพืช การรักษาสมดุลกรด-ด่างในพืช การยืดตัวของเซลล์และกระบวนการหลั่งสาร ความเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ของธาตุประจุลบในพืช เช่น ไนเตรท ซัลเฟตและฟอสเฟส

fiogf49gjkf0d

          ดินทั่วไปมีแคลเซียมมากพอ จากสลายตัวของหินและแร่ที่มีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบ เช่น เฟลด์สปาร์ อะพาไทต์ แคลไซต์ ยิปซัม เป็นต้น แต่ในดินที่กรดจัด ดินที่ผสมกับน้ำเป็นกรดจะมีแคลเซียมน้อยกว่า การใส่ปูนโดยไม่ได้ตรวจกรด-ด่างของดิน หรือใช้ปูนมากเกินไป จะทำให้ดินเป็นด่าง การมีแคลเซียมมากเกินไปทำให้พืชใช้ประโยชน์จากธาตุประจุบวกอื่น เช่น แมกนีเซียม โปแตสเซียมได้น้อยลง ในขณะเดียวกันการใส่ปูนมากไปก็ทำให้แคลเซียมจับธาตุ ประจุลบไว้มากขึ้น จนเป็นประโยชน์ลดลง ในขณะที่การมีโปแตสเซียม แมกนีเซียม และธาตุประจุบวกอื่นๆ มากเกินไป พืชก็ดูดแคลเซียมได้น้อยลงและอาจขาดธาตุนี้ได้


          ถ้าพืชขาดแคลเซียมจะเจริญช้า ทั้งตา ราก ยอด และการยืดต้น ควรตรวจพีเอชดินก่อนการใช้ปูนใดๆ ถ้าพีเอชมีค่าระหว่าง 5.8-6.3 ทั้งแร่ธาตุอาหารหลัก รอง และเสริม ส่วนมากจะละลายออกมาเป็นประโยชน์แก่พืชได้อย่างเต็มที่ ถ้าดินพีเอชเกินกว่า6.3 หรือสูงกว่านี้ สามารถปรับแก้โดยการใส่ภูไมท์ซัลเฟตพีเอช4.5 เพื่อให้พีเอชดินค่อยๆปรับลงมาอยู่ที่ 5.8-6.3 ก่อนใส่วัสดุปรับปรุงดินใดๆ ลงดิน ควรตรวจพีเอชของวัสดุปรับปรุงดินนั้นๆ และของดิน สารด่างที่มีโซเดียมสูงก็กระทบต่อแคลเซียมเช่นกัน การมีโซเดียมมากยังทำให้ดินเค็มด้วย


ที่มา : ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ. ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน.