กุ้ง, ประมง-สัตว์น้ำ

แก๊สไข่เน่า…เรื่องน่าเศร้าของกุ้ง

fiogf49gjkf0d

สวัสดีครับท่านผู้อ่านผู้
ติดตามข่าวสารบทความของชมรมฯ ทุกๆท่าน ผู้เขียนในฐานะเจ้าหน้าที่ส่งเสริมของชมรมฯท่านหนึ่งขอเป็นกำลังใจช่วยให้พี่ๆน้องๆที่ประสบกับภัยแล้งไม่มีน้ำอุปโภค
บริโภค รวมถึงน้ำที่ใช้ในการเกษตร ขอให้พ้นวิกฤตไวๆ สู้ๆ นะครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาวะอากาศที่แปรปรวนมาก
ส่งผลโดยตรงต่อการเลี้ยงกุ้งเนื่องจากการจัดการฟาร์มยุ่งยากมากขึ้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคของกุ้งเป็นอย่างมาก
พอกล่าวถึงการจัดการฟาร์มคงหนี้ไม่พ้นเรื่องแก๊สในบ่อเลี้ยงที่คอยสร้างปัญหาสร้างความยุ่งยากให้ผู้เลี้ยงมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นกุ้งลอยหัว
กุ้งป่วยเป็นโรค กุ้งมุดเลน กุ้งตาย ซึ่งเกิดจากแก๊สไข่เน่าที่หมักหมมอยู่นานบนพื้นบ่อ
และนั้นก็ปัญหาที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของกุ้ง แก๊สไข่เน่าหรือที่ศัพท์ราชการเรียกว่าไฮโดรเจนซัลไฟด์
สาเหตุที่ชาวบ้านเรียกแก๊สไข่เน่าก็เพราะว่ามีกลิ่นเหม็นมากเหมือนไข่เน่านั่นเองแก๊สชนิดนี้เป็นแก๊สพิษชนิดที่ว่าสามารถปลิดชีพกุ้งในบ่อให้ตายพร้อมๆกันได้ในปริมาณที่มากหรือทั้งบ่อซึ่งแก๊สดังกล่าวเกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในสภาวะไร้ออกซิเจนของ
แบคทีเรียชนิดหนึ่ง จากนั้นก็ปลดปล่อยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ออกมา มากเข้าๆจนเป็นพิษต่อกุ้งหรือสัตว์น้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งสัตว์จะแสดงอาการคล้ายกับขาดออกซิเจน
แต่จะรุนแรงกว่าการขาดออกซิเจน

สารอินทรีย์ที่หมักหมมในบ่อเลี้ยงส่วนมากมาจากขี้กุ้ง
เศษอาหาร ซากแพลงค์ตอน ที่แทรกซึมฝังตัวในดิน หากลองขุดดินเลนขึ้นมาดู นอกจากจะเห็นเลนเป็นสีดำแล้ว
ยังได้กลิ่นอันไม่พึงปรารถนาตามมาด้วย สาเหตุที่ดินกลายเป็นสีดำนั้นเป็นเพราะมีออกซิเจนไม่เพียงพอต่อกระบวนการ
ย่อย เมื่อกุ้งที่หากินตามหน้าดินได้รับแก๊สโดยตรง ก็จะเริ่มป่วย ลอยหัว ค่อยๆตาย
ชนิดที่ว่าแข่งกันตายแบบวันเว้นวัน ยิ่งเป็นช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ อุณหภูมิต่ำ
กุ้งจะมุดเลนทำให้ได้รับแก๊สพิษได้ง่ายขึ้น

    

fiogf49gjkf0d

แก้ปัญหา เบื้องต้นโดยการเปิดกังหันตีน้ำเพิ่มอออกซิเจนจากนั้นก็ดูดเลนสีดำเน่าเสียออกทิ้ง
เปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ระบายตะกอนของเสียที่ฟุ้งกระจายช่วงดูดเลนออก ขณะเปลี่ยนถ่ายน้ำควรตรวจเช็ค
pH ควบคู่ไปด้วยป้องกัน pH แกว่ง
โดยเฉพาะ
pH น้ำบริเวณใกล้พื้นบ่อ
อีกวิธีหนึ่งที่ไม่ต้องลำบากดูดเลนทิ้ง คือใช้บาซิลลัส
MT 1 กิโลกรัมผสมน้ำเปล่าสาดให้ทั่วบ่อในปริมาณพื้นที่
2 ไร่ เพื่อช่วยย่อยขี้เลน สิ่งปฏิกูลจากเศษอาหาร ซากสาหร่ายที่หมักหมมบนพื้นบ่อจนก่อให้เกิดแก๊สไข่เน่า
จากนั้นก็หว่านสเม็คโตไทต์ ตามลงไปในอัตรา
20 กิโลกรัมต่อไร่
เพื่อจับแก๊สไข่เน่าที่เกิดจากขบวนการย่อยของจุลินทรีย์ในบ่อ ซึ่งอาจรวมไปถึงบาซิลลัส
MT

วิธีหลังจะเป็นที่นิยมของผู้เลี้ยงกุ้ง มากกว่าดูดเลนทิ้ง
เปลี่ยนถ่ายน้ำแล้วหว่านปูนปรับค่า
pH น้ำ เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหา และลดปริมาณแก๊สไข่เน่าลงได้
ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการจัดการไปโดยใช้เหตุอย่างไรก็ตามการควบคุมแก๊สไข่เน่าที่
ดีที่สุด คือการรักษาพื้นบ่อให้สะอาด รักษาระดับออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่กุ้งต้องการ
เท่านี้ปัญหาแก๊สไข่เน่าก็จะไม่กลายเป็นเรื่องเศร้าของผู้เลี้ยงกุ้งอีกต่อ ไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
02-9861680 หรือผู้เขียน
081-3983128

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557 เสนอแนะติชม email
: thaigreenagro@gmail.com