โรคและศัตรูไม้ผล, ไม้ผล ไม้ยืนต้น, พืชเศรษฐกิจ-พืชพลังงาน

แก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าในสวนทุเรียน

สภาวะที่ฝนตกชุก อากาศร้อนชื้น การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในกลุ่มเชื้อราก็มีมากขึ้น ในห้วงช่วงนี้ชาวสวนทุเรียนส่วนใหญ่ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเชื้อรา ฟัยท็อพธอร่า (Phytophthora spp)  ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ ฟัยท็อพธอร่าปาล์มมิวอร่า, หรือ ฟัยท็อพธอร่า ฟาราสิติก้า และยังมีเชื้อโรคอื่นๆอีกมากมายที่ก่อร่างสร้างปัญหาให้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็น เชื้อราพิเทียม (Pythium spp), เชื้อฟิวซาเรียม (Fusarium spp), เชื้อราไรซอคโทเนีย (Rhizoctonia spp) และ เชื้อราสเคลอโรเทียม (Sclerothium spp) เชื้อโรคเหล่านี้คือเชื้อที่ทำให้ราก กิ่ง ก้าน ใบของทุเรียนเน่า รวมถึงเปลือก ท่อทางเดินต้นทุเรียน และราก ใบ ผล ทุกส่วนเกิดความเสียหาย

ข่าวล่าสุดเกษตรกรจังหวัดศรีษะเกษมีการล้มสวนยางทิ้งและหันมาปลูกทุเรียนทดแทนเกือบทั้งหมด เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องน่าห่วงพอสมควร สำหรับตลาดทุเรียนในอนาคต ถ้าพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดอื่นๆ มีความคิดแบบเดียวกัน เพราะเกรงว่าจะทำให้ทุเรียนนั้นเกิดการล้นตลาดและทำให้ราคาตกต่ำเหมือนกับการส่งเสริมให้ปลูกยางของรัฐบาลในอดีต ที่มีบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ทำหน้าที่นายหน้าในการจัดหากล้ายางและผิดสเป็คจนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเสียหายมากมาย

 

 

ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรจังหวัดศรีษะเกษยังพอมีโอกาสในการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น นั่นคือการที่มีความโดดเด่นจากพื้นที่เพาะปลูกเป็นแหล่งภูเขาไฟเก่า และผู้ใหญ่ในจังหวัดก็ให้การสนับสนุนส่งเสริมให้เป็นแหล่งจำหน่ายทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สีสันสวยสด รสชาติอร่อย จากความเข้มข้นของแร่ธาตุและสารอาหารจากหินภูเขาไฟเก่าที่ระเบิดทับถมเป็นแหล่งอาหารให้พืชต่างๆ ทั้ง ข้าว อ้อย ทุเรียนและรวมถึงพืชอื่นๆด้วย จึงอาจจะไม่มีปัญหาเรื่องการตลาดเท่าใดนัก

เมื่อทุเรียนมีคนให้ความสนใจเพิ่มขึ้น ก็ต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันเรื่องโรคเอาไว้บ้าง โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน ที่มีโอกาสในการระบาดค่อนข้างสูงในช่วงฤดูฝน ความดินเปียก ชื้นแฉะ น้ำระบายถ่ายเทได้ไม่สะดวก เกิดการท่วมขัง ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง ทำให้ง่ายต่อการแพร่กระจายของเชื้อราที่ชอบลักษณะภูมิอากาศในลักษณะนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

การใช้จุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ม่า (Tricoderma Harzianum spp.) คลุกผสมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกในอัตรา 1 : 50 ส่วน โดยเริ่มต้นจาก ไตรโคเดอร์ม่า 1 กิโลกรัมก่อน ต่อปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก 10กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วนำไปผสมร่วมกับส่วนที่เหลืออีก 40 ส่วน หลังจากนั้นพรมน้ำพอชื้น ใช้แสลนด์คลุมหรือกองไว้ใต้ร่มไม้ แล้วนำไปใส่ปูพรมให้ทั่วโคนต้นใต้ทรงพุ่ม จะทำให้บริเวณรากของต้นทุเรียนมีจุลินทรีย์ชนิดีหรือเปรียบดังคล้ายมีตำรวจ ทหารคอยปกป้องคุ้มครองอยู่ที่โคนต้น ช่วยลดปัญหาเรื่องของเชื้อราต่างๆ ดังที่ได้เขียนไว้ในย่อหน้าแรกเข้ามาทำลาย จึงทำให้ทุเรียนของพี่น้องเกษตรกรอยู่รอดปลอดภัยได้ไปตลอดช่วงหน้าฝนนี้

 

 

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *