กุ้ง, ประมง-สัตว์น้ำ

แก้ปัญหาน้ำเขียวน้ำหนืดในบ่อเลี้ยงกุ้ง…เพิ่มอ๊อกซิเจนลดปัญหากุ้งเกาะขอบบ่อ

การเลี้ยงกุ้งในปัจจุบันเมื่อเทียบกับสิบกว่าปีก่อนประมาณปี 2535 – 2545 นับว่าเป็นยุคทองของผุ้เลี้ยงกุ้งกันเลยทีเดียว เรียกว่าเกือบจะทุกที่จะมีเกษตรกรนิยมชมชอบในการเลี้ยงกุ้ง แม้แต่พื้นที่ภาคกลางอย่างจังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี ถึงกับมีปัญหาระหว่างชาวนากุ้ง กับชาวนาข้าว ที่ปล่อยน้ำเค็ม น้ำกร่อยลงไปทำลายนาข้าวจนเกิดความเสียหาย เป็นเหตุให้พ่อเมืองสุพรรณบุรีที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องออกมาแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

ความนิยมชมชอบในการเลี้ยงกุ้งแผ่ขยายไปทั่วนอกจากพื้นที่เดิมอย่างฝั่งอันดามัน ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี จันทรบุรี ฯลฯ ก็ยังมีพื้นที่ฉะเชิงเทราที่ในอดีตก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีการเลี้ยงกุ้งค่อนข้างหนาแน่น แต่ในปัจจุบันกลับบางตาลงไปมากพอสมควรเมื่อเทียบกับช่วงที่ได้บอกไปก่อนหน้า

ปัญหาพื้นฐานที่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่เจอก็คือเมื่อเลี้ยงไปได้เดือนถึงสองเดือนก็จะเริ่มมีปัญหาน้ำเขียว ข้น หนืด บ้างก็จะปัญหากุ้งตายเดือน ตายสองเดือน ซึ่งเป็นลักษณะอาการลูกกุ้งทยอยตาย ยิ่งปล่อยกุ้งหนามาก ก็ยิ่งตายมาก ตามจำนวนกุ้งและตามขนาดการเจริญเติบโตของตัวกุ้ง  กุ้งยิ่งตัวใหญ่ ก็ปล่อยของเสียในรูปแอมโมเนีย และโปรตีนส่วนเกินออกมามากตามไปด้วย

ปริมาณความเข้มข้นของโปรตีนข้างกระสอบอาหารสัตว์ที่แข่งกันโชว์ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ให้สูงๆ เพื่อดึงดูดการซื้อจากเกษตรกร ทำให้กุ้งที่มีลำไส้ไม่กี่เซ็นติเมตรรับโปรตีนเข้าไปแล้วใช้ไม่หมด โปรตีนส่วนเกินที่เหลือมากขึ้นตามอายุการเจริญเติบโต จึงก่อให้เกิดของเสียทำลายสภาพแวดล้อมของกุ้งเองไปในตัว

 

 

โปรตีนจากเศษอาหารกุ้ง จากขี้กุ้งที่ขับถ่ายออกมา เมื่อตกค้างอยู่ที่พื้นบ่อ บูดเน่าจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ทำให้แตกตัวเกิดเป็นก๊าซแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และไนโตรเจนในท้ายที่สุด  …..ยิ่งมีของเสียมาก…….ไนโตรเจนยิ่งมาก

ไนโตรเจนยิ่งมาก………….พืชที่ชอบใช้ไนโตรเจนอย่างสาหร่ายและแพลงค์ตอนก็มีมากตามไปด้วย ทำให้เกิดสีน้ำที่เปลี่ยนแปลงเป็นสีเขียวมากขึ้น …..ไนโตรเจนจากขี้กุ้งและเศษอาหารที่มาก…….ทำให้น้ำเขียว ข้น หนืดมากตามเงื่อนไขของธรรมชาติ

ส่งผลให้อ๊อกซิเจนในน้ำลดลง จากก๊าซของเสีย เช่น แอมโมเนีย ไฮโดรเย่นซัลไฟด์ มีเธน และอีกส่วนหนึ่งในกระบวนการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายและแพลงค์ตอนที่ในช่วงกลางคืน แพลงค์ตอนพืชและสาหร่ายจะแย่งใช้ออกซิเจนและคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในน้ำ ทำให้กุ้งจะมีปัญหาลอยหัว เกาะขอบบ่อมากที่สุดในเวลากลางคืน

การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยการใช้จุลินทรีย์ บาซิลลัส ซับธิลิส (ชื่อการค้า บาซิลลัส MT) ร่วมกับ หินแร่ภูเขาไฟ (ชื่อการค้า สเม็คไทต์, สเม็ตโตไทต์, ไคลน็อพติโลไลท์) เกรดที่มีค่าความสามารถในการจับแอมโมเนียและก๊าซต่างๆได้สูงกว่า เกรดที่ใช้ในพืช จะช่วยทำให้กุ้งมีสุขภาพดี มีออกซิเจนเพียงพอ  ทำให้ไม่เครียด กินอาหารได้มากขึ้น โตเร็ว จับขายได้น้ำหนัก

 

 

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *