ดิน

แก้ปัญหาดินดานแน่นแข็ง…เครื่องมือที่เกษตรกรต้องหมั่นเรียนรู้

การปลูกพืชแบบดั้งเดิมของเกษตรกรไทยคือเคยชินกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่แผ่นดินแม่มีให้จนเคยชิน ปลูกแล้วทิ้งไว้ให้เทวดาเลี้ยงก็ยังได้กิน เนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์ของประเทศเรานั้นเคยได้ชื่อว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ไถพรวนเสร็จหว่านเมล็ดพันธุ์แล้วก็รดน้ำ..หลังจากก็ปล่อยไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีโรคแมลงศัตรูพืช หรือดูใบออกเหลือง ๆ หน่อยก็เพิ่มปุ๋ยเพิ่มยา…..หรือจะสรุปให้ง่าย ๆ ก็คือ คอยดูแลแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแต่เพียงอย่างเดียว

การใช้แต่ปุ๋ยเคมีมาอย่างยาวนานก็ทำให้ดินเสื่อม แน่นแข็ง และเป็นดานจากการไถพรวนด้วยรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ทำการไถหน้าดิน แต่น้ำหนักของรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่กดทับลงไปในดินชั้นล่างที่ลึกลงไปประมาณ 50 – 80 เซ็นติเมตรแน่นแข็งและผานของไถรถแทรกเตอร์ก็ลงไปไม่ถึง

ดินที่แน่นแข็งเหล่านี้ก็จะทำให้รากของพืชไม่สามารถที่จะแผ่กระจายหากินได้ลึกและไกล บางครั้งขุดหลุมปลูกพืชอย่าง มะนาว มะม่วง ลองกอง มังคุด ทุเรียน ฯลฯ รากก็ขดกลมอยู่ในหลุมที่ขุดไว้ ทำให้ต้นแคระแกร็น ชะงักงัน ไม่เจริญเติบโตดังที่ควรจะเป็น

 

 

การหมั่นเพิ่มเติมอินทรียวัตถุ การใช้ปุ๋ยชีวภาพก็จะช่วยให้ดินดีขึ้นโดยลำดับ แต่อาจจะไม่ทันการณ์กับกลุ่มเกษตรกรที่เพาะปลูกเป็นอาชีพ เน้นความสะดวกรวดเร็วเพื่อให้ได้ผลผลิตนำมาขายทันกับค่าใช้จ่าย บางครั้งการลงทุนด้วยการหาตัวช่วยอย่างการใช้ สารละลายดินดาน ALS29 (ammonium laureth ether sulfate)อัตรา 20-30 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ร่วมกับ โพแทสเซียม ฮิวเมท (Humic Acid)  3-5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรเช่นเดียวกัน ฉีดพ่นกระจายให้ทั่วแปลงเพาะปลูก หรือไม้กระถางที่เคยเปลี่ยนดินบ่อย ๆ ก็จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้หมดสิ้นไปโดยง่าย

 

 

มนตรี  บุญจรัส

 

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *