จุลินทรีย์, โรคแมลงศัตรูพืช, อรรถประโยชน์หินแร่ภูเขาไฟ, หินแร่ภูเขาไฟ, โรคและศัตรูพืชผักพืชไร่, พืชผัก พืชไร่, คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์, อื่นๆ, พืชผัก-พืชไร่

แก้ปัญหาดอกและผลเน่าในทุเรียน

ในทศวรรษนี้คงต้องยกให้ราชาแห่งผลไม้อย่าง “ทุเรียน” เป็นพระเอกในการสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรและรวมถึงประเทศไทยเราด้วย เนื่องด้วยหลังจากจุดกระแสให้ชาวจีนได้รับประทานและติดอกติดใจจนเกิดความต้องการในปริมาณมหาศาลในขณะนี้ แทบจะเรียกได้ว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ

จนคนจีนจะต้องแอบมาสร้างล้งรับซื้อในเขตประเทศไทยด้วยตนเอง ในเบื้องต้นก็กระตุ้นด้วยการรับซื้อแพงกว่าล้งคนไทยดั้งเดิม จนล้งของคนไทยล้มหายตายจากเหลือแต่ล้งคีนจีนก็จึงได้ผ่อนราคาลงมา ไม่แข่งราคาเหมือนในอดีตเพราะคู่แข่งคนไทยล้มหายไปหมดแล้ว

ความจริงคนจีนก็มีรสนิยมในการกินทุเรียนในแต่ละมณฑลแตกต่างกัน บางมณฑลชอบกินหมอนทอง กรอบนอกนุ่มใน บางมณฑลชอบกินชะนีนิ่มหน่อย บางมณฑลชอบกินมูซานคิงของมาเลเซียที่เนื้อออกจะเละแต่เนียน ไม่เป็นเซ็น จะแช่แข็งแล้วนำออกมาทาน ก็มีความหลากหลายในรสนิยม

ปัจจุบันยอดการส่งออกทุเรียนสูงถึง 50,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นไปเป็น 100,000 ล้านบาท แต่ติดที่ขั้นตอนการขนส่งยังไม่ค่อยสะดวก และการผลิตในบ้านเรานั้นประสบพบปัญหาโรคแมลงรบกวนและการดูแลแก้ไขนั้นยังไม่ถูกต้องและได้มาตรฐานมากนัก ดังที่ในขณะนี้สวนทุเรียนที่ได้รับอิทธิพลฝนตกในช่วงกลางวัน มีความร้อนและชื้นทำให้หลายสวนมีปัญหาดอกและผลของทุเรียนเน่าเสียหายเป็นจำนวนมาก และรับฟังข้อมูลจากภาครัฐก็ให้เน่าสลดหดหู่ยิ่งนัก เนื่องด้วยแนวทางการป้องกันรักษาเต็มไปด้วยการใช้แต่สารเคมีที่เป็นพิษแทบทั้งนั้น

ซึ่งความจริงโรคดอกและผลเน่าของทุเรียนนั้นมีสาเหตุเกิดจากเชื้อราหลากหลายชนิด แต่ที่สำคัญที่สุดคือโรคผลเน่าที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปธอร่า (phytophthora fruit rot) และเชื้อราไฟทอปธอร่า ปามิวอรา (phytophthora palmivora) ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาอาการเน่าดำเห็นเส้นใยสีขาวรวมตัวกันเป็นกระจุกในภาวะที่มีความชื้นจากฝนที่ตกลงมา ทำให้เกิดอาการเน่าเป็นสีน้ำตาลเข้มและเปลี่ยนเป็นสีดำต่อไป ผลทุเรียนที่เกิดการติดเชื้อจะ

ลุกลามเข้าตามไส้เมื่อผลเริ่มสุก ทำให้เนื้อทุเรียนเสีย มีรสเปรี้ยว เชื้อราอาจจะเข้าลึกถึงเมล็ดได้ด้วยถ้าขาดการดูแลรักษาที่ถูกวิธี

อาการต่าง ๆ เหล่านี้ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องหันไปใช้สารเคมีในการกำจัดโรคเชื้อรา ถ้าทำให้ต้นทุเรียนมีผนังเซลล์ที่แข็งแรงด้วยการใช้กลุ่มหินแร่ภูเชาไฟอย่าง ภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟต พูมิช หรือ พูมิชซัลเฟอร์ ใส่รองก้นหลุมหรือหว่านรอบทรงพุ่มใต้โคนต้นทุกเดือน และทางใบฉีดพ่นด้วยสารซิลิก้าที่ละลายน้ำได้อย่าง ซิลิสิค แอซิด (Silisic Acid) ทุก ๆ 7 วัน แล้วเมื่อเกิดอาการระบาดของเชื้อราโรคพืชเข้าทุเรียนก็ฉีดพ่นรักษาด้วยแนวทางชีวภาพอย่าง อินดิวเซอร์ (Tricoderma Harzianum ssp.) หรือ ไบโอเซ็นเซอร์ (Bacillus Subthilis ssp.) ในอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้เปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำหรือฝนตก ทั้งกิ่งก้านใบ ทรงพุ่ม ลำต้น และโคนต้น เซลล์ของจุลินทรีย์เหล่านี้จะค่อยๆ แผ่ขยายเป็นเส้นไยเข้ารัดรึงและเจาะเข้าทำลายเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้หยุดการระบาดและรักษาโรคด้วยแนวทางชีวภาพได้โดยไม่ต้องง้อสารพิษอีกต่อไป

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com