ดิน, พืชไร่, พืชผักพืชไร่อื่นๆ, พืชผัก-พืชไร่, พืชผักกินดอกและผล|พืชผัก-พืชไร่

แก้ดินกรดเกือบหมดทุกปัญหา

ปัญหาการปลูกพืชมีร้อยแปดพันเก้า ทั้งโรครากเน่าโคนเน่า โรคเน่าคอดิน โรคใบจุด ใบด่าง ใบดำ ใบติด หนอนชอนกิ่ง ชอนใบ ชอนต้น หนอนกระทู้ หนอนหลอดหอม หนอนใย หนอนหนังเหนียว เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยไฟไรแดง แมลงวันทอง ค่อมทอง อื่น ๆ อีกมากมาย….

ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับ…..ว่าบางทีปัญหาอาจจะเกิดมาจากจุดเดียวก็ได้ คือ “ดิน” หลายคนอาจจะแปลกใจ! ว่าจะเป็นไปได้ถึงเพียงนั้นเชียวรึ! แค่ดินอย่างเดียวเนี่ยนะ! ก็ต้องขอบอกอีกครั้งว่า……อาจจะเป็นไปได้ครับ

เพราะ “ดิน” ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเพาะปลูกพืชเกือบทุกชนิดในโลกนี้ เนื่องด้วยเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่คอยกักเก็บสะสมในรูปแบบของอินทรีย์วัตถุ (Compost) ความชื้น ฮิวมัส ฮิวมิค และในสถานะต่าง ๆ เพื่อรอให้จุลินทรีย์มาย่อยและกลายเป็นอาหารเมื่อมีเมล็ดพันธุ์มางอกเจริญเติบโตจะด้วย นก หนู แมลง แมว หมา คาบมา หรือจะเป็นด้วยน้ำมือของมนุษย์เป็นเพาะปลูกก็ตาม

ดังนั้นถ้าเราปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลปล่อยให้ดินเสื่อมโทรม ขาดแคลนอินทรียวัตถุที่จะมาเติมเต็ม และที่สำคัญถ้ามีการใช้ปุ๋ยยาเคมีมาอย่างยาวนาน ค่าความเป็นกรด เป็นด่างของดินก็จะเปลี่ยนแปลงสภาพไปตามกาลเวลา จากเดิมที่มีค่าพีเอชที่สมดุลคืออาจจะอยู่ระหว่าง 5.8 – 6.3 หรือค่าพีเอชเป็นกลางเท่ากับ 7 ซึ่งเป็นสภาวะที่พร้อมต่อการเจริญเติบโตดูดกินแร่ธาตุสารอาหารของรากพืช

เมื่อใดก็ตามที่ค่าพีเอชต่ำจัด หรือสูงจัด ก็จะทำให้ดินมีสถานะที่ไม่เหมาะสม ธาตุอาหารจากการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุหรือจากน้ำมือมนุษย์หว่านโปรยโรงลงไป พืชก็จะไม่สามารถตอบสนองดูดกินได้ ทำให้เสียค่าปุ๋ยไปโดยเปล่าประโยชน์ ส่งผลร้ายตามมาคือการทำให้พืชอ่อนแอ เจ็บออด ๆ แอด ๆ (ฮ่าๆ) พูดเหมือนกับว่าต้นไม้เป็นมนุษย์อย่างนั้นเชียว!

จริง ๆ คือการที่พืชอยู่ในสภาพที่ดินแน่นแข็ง เป็นกรด ขาดสารอาหาร เขาก็จะอ่อนแอง่ายต่อการเกิดโรคแมลงศัตรูพืชระบาดรบกวนเข้าทำลายได้โดยง่ายดังที่ได้เอ่ยไว้ให้ทราบในย่อหน้าแรกนั่นเองครับ

การทำการเกษตรในยุคปัจจุบัน มีความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับพฤติกรรมการตรวจวัดกรดและด่างของดินทุกปี เนื่องด้วยส่งผลต่อต้นทุนการใช้ปุ๋ย ดินที่เป็นกรดจัดจะทำให้ดินไปจับตรึง บล็อกปุ๋ย พืชแคระแกร็นชะงักงัน เลี้ยงอย่างไรก็ไม่โต วิธีการแก้ไขควรมีการเติมกลุ่มวัสดุปูนลงไปบ้างในกรณีที่พบว่าดินของเรามีค่าพีเอชต่ำกว่า 6.0 นะครับ

 

 

มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com