สารพันเห็ด, เห็ดแครง เห็ดตีนตุ๊กแก

เห็ดแครง ทางเลือกใหม่สร้างรายได้ที่น่าสนใจ

fiogf49gjkf0d

การเพาะเห็ดแครงขาย
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างรายได้เสริม ปัจจุบันเห็ดแครงเริ่มหารับประทานยากขึ้น
ทำให้มีผู้คิดค้นวิธีการเพาะเห็ดแครงขึ้นเพื่อจะได้มีเห็ดบริโภคตลอดทั่งปี เห็ดแครงหรือที่รู้จักกันในนาม
เห็ดตีนตุ๊กแก” เป็นเห็ดที่ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และงอกได้ตลอดปี
เห็ดแครง.png

fiogf49gjkf0d

โดยเฉพาะฤดูฝนจะพบเห็ดแครงงอกตามท่อนไม้
กิ่งไม้ ใบไม้ ใบหญ้า กระดาษ สำหรับในภาคใต้มักพบบนท่อนไม้ยางพาราที่ตัดโค่นไว้
เห็ดแครงมีคุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้เห็ดชนิดอื่น โดยเฉพาะมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีนสูง ให้พลังงานสูงกว่าเห็ดหอม
เห็ดนางรม
เห็ดฟาง และเห็ดหูหนู ในประเทศญี่ปุ่นจะใช้ทำเป็นยารักษาโรค
เพราะในเห็ดแครงมีสารที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อไวรัสยับยั้งเซลล์มะเร็ง
ประเทศไทยเห็ดแครงจะเป็นที่รู้จักมากในหมู่คนปักไต้ ซึ่งจะนิยมนำมาแกงคั่วกับปลาย่าง
หรือนำมาย่างโดยโขลกพริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ ขมิ้น พริกไทย แล้วนำเห็ดแครงผสมลงไป
พร้อมด้วยมะพร้าวขูด ไข่ไก่ แล้วห่อด้วยใบตองนำไปปิ้งเตาถ่าน
ส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหลเลยทีเดียว ปัจจุบันเห็ดแครงเริ่มหายากขึ้นเพราะไม้ยางพารามีราคาสูงเป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากนั้นพื้นที่ป่าเหลือน้อยกลายเป็นที่อยู่อาศัยมากขึ้น
กว่าจะได้กินเห็ดแครงสักครั้งต้องรอให้ถึงช่วงหน้าฝนแต่ก็มีบ้างเล็กน้อย เหตุนี้จึงทำให้มีผู้คิดค้นหาวิธีการเพาะเห็ดแครงขึ้นเพื่อให้มีไว้บริโภคได้ตลอดปี

วัสดุส่วนผสมการทำก้อน
มีดังนี้

1.
ขี้เลื่อยไม้ยางพาราหรือไม้เนื้ออ่อน
100          กิโลกรัม

2.
รำละเอียดหรือปลายข้าวเจ้า
50            กิโลกรัม

3.
ภูไมท์
2
กิโลกรัม

4.
ดีเกลือ
2
ขีด

5.
น้ำสะอาด
75-80
ลิตร

ขั้นตอนการทำก้อนมีดังนี้

  1. คลุกผสมขี้เลื่อย
    รำละเอียด ภูไมท์ให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำสะอาดผสมดีเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากันพอหมาดๆ
    ระวังอย่าให้แฉะ
  2. บรรจุใส่ถุงพลาสติกเพาะเห็ด
    ขนาด 6.5
    X 10 นิ้ว ประมาณ 3 ใน
    4 ของถุง หรือน้ำหนัก 600 กรัมต่อถุง
  3. อัดวัสดุเพาะพอแน่น
    สวมคอขวดใช้ยางรัด เจาะรูตรงกลางเพื่อให้เชื้อเห็ดอยู่ตรงกลางถุง
    ปิดจุกประหยัดสำลี
  4. นำไปนึ่งในหม้อนึ่ง
    อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง นับจากน้ำเดือด เมื่อครบกำหนดเวลา
    พักไว้ให้เย็นลำเลียงไปไว้ในห้องเขี่ยเชื้อ แล้วรีบใส่เชื้อ อย่าทิ้งไว้ให้เกิน 24
    ชั่วโมง จะทำให้การปนเปื้อนของเชื้อสูง
  5. การเขี่ยเชื้อเห็ดควรเขี่ยในห้องที่สะอาดและลมสงบ
    นำเชื้อเห็ดที่จะเพาะมาเคาะให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายก่อน
    เพื่อสะดวกในการเทหัวเชื้อเห็ดลงถุง เปิดปากขวดออกลนด้วยเปลวไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์
    ดึงจุกประหยัดสำลีที่จุกปากถุงออก แล้วเทหัวเชื้อที่เลี้ยงบนเมล็ดข้าวฟ่างลงไป
    ประมาณ 20-30 เมล็ด ผู้เพาะต้องระวังอย่าให้มือถูกเมล็ดข้าวฟ่างเด็ดขาด
    เพราะจะทำให้ก้อนเชื้อเสียได้ จุกสำลีที่จุดปากถุงห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด
    และเมื่อเขี่ยหัวเชื้อลงในถุงแล้ว ต้องรีบปิดจุกสำลีทันที หัวเชื้อเห็ด 1 ขวด
    จะใส่ได้ประมาณ 30 ถุง
  6. การบ่มก้อนเชื้อ
    ก้อนเชื้อที่เขี่ยเชื้อแล้วนั้น ควรเก็บในโรงเรือนสำหรับบ่มเชื้อทันที
    ภายในโรงเรือนบ่มเชื้อต้องสะอาด และที่สำคัญจะต้องมืด
    ขนาดที่อ่านหนังสือพิมพ์ไม่เห็นในระยะ 1 ฟุต
    มิฉะนั้นแสงจะเป็นตัวกระตุ้นให้เส้นใยสร้างดอก
    ทั้งที่เส้นใยยังเจริญสะสมอาหารได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผลผลิตต่ำ
    ไม่คุ้มค่า หลังจากพักบ่มเส้นใยประมาณ 15-20 วัน เส้นใยจะเจริญเต็มถุง
    จึงนำไปเปิดดอก

มิตรเกษตรท่านใดที่เพาะอยู่หรือกำลังจะเพาะ
แล้วมีความสนใจอยากจะลองเพาะเห็ดแครง(เห็ดตีนตุ๊กแก)สร้างรายได้ดูบ้าง
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองเชื้อเห็ด อุปกรณ์การเพาะ ได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
โทร. 02-9861680-2 หรือได้ที่คุณเอกรินทร์
ช่วยชู โทร.081-3983128

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์  ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

วันที่
22
  มีนาคม พ.ศ. 2554  เสนอแนะติชมได้ที่ email
: [email protected]