สารพันเห็ด, เห็ดมัยคอร์รัยซ่า

เห็ดราเอ็คโตไมคอร์ไรซ่า

NULL

อนงค์ จันทร์ศรีกุล, อุทัวรรณ แสงวนิช และนันทินี ศรีจุมปา


                เห็ดราเอ็คโตไมคอร์ไรซ่า (Ectomycorrhiza) ได้รับความสนใจจากนักวิชาการมากขึ้น แต่ประชาชนทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่าเห็ดราในกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างไรบ้าง กินได้หรือไม่ได้ มีประโยชน์อย่างใดบ้าง และจะพบหาได้ที่ไหน


                เห็ดราจำพวกเอ็คโตไมคอร์ซ่ามีการเจริญเติบโตอยู่ร่วมกับรากของต้นไม้ยืนต้นแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เส้นใยเห็ดราไม่มีสารสีเขียว (Chlorophyll) เหมือนพืช จึงไม่สามารถสร้างอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต น้ำตาลและไวตามิน จึงต้องอาศัยดูดซึมเอาจากรากของต้นไม้ แต่การที่เส้นใยของเห็ดราเจริญห่อหุ้มรากของต้นไม้ไว้เหมือนนวมจะมีส่วนช่วยรักษาความชื้นให้ต้นไม้ในฤดูแล้วและต้นไม้ก็ยังได้ธาตุฟอสฟอรัสในดินซึ่งเห็ดราสลายออกมาจากดินให้เป็นธาตุอาหารในรูปที่ต้นไม้ใช้ประโยชน์ได้ทันที ทำให้ต้นไม้มีรากที่แข็งแรงเจริญเติบโตดี หาอาหารได้มากขึ้น และเมื่ออยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะรวมตันกันออกเป็นดอกเห็ดบริเวณโคนต้นไม้ที่มีรากพืชกระจายอยู่ เราเรียกเห็ดราจำพวกนี้ว่า เอ็คโตไมคอร์ไรซ่า เห็ดราดังกล่าวนี้เมื่อเราทำลายพืชอาศัยมันก็จะตายหายไปด้วย ถึงแม้ว่าเราจะรู้ถึงพฤติกรรมต้นไม้และเห็ดราที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน แต่ความพยายามเพาะเลี้ยงด้วยอาหารที่สังเคราะห์จนถึงขั้นออกเป็นดอกเห็ดยังไม่ประสบผลสำเร็จ ได้ผลเพียงเพาะได้เป็นเส้นใย ซึ่งเป็นปัญหาให้นักวิชาการทำงานต่อไป

fiogf49gjkf0d

                เห็ดราเอ็กโตไมคอร์ไรซ่ามีมากมายหลากหลายชนิด แหล่งกำเนิดของพวกนี้มีทั่วประเทศที่มีพวกไม้ยืนต้น เช่นในป่า สวนสาธารณะ สวนผลไม้ สวนป่าที่ปลูกไม้โตเร็ว ฯลฯ ความหลากหลายของเห็ดกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ และชนิดของต้นไม้ที่เป็นพืชอาศัย เห็ดราชนิดนี้มีพืชอาศัยหลากหลายชนิด บางชนิดก็จำกัดว่าจะต้องอาศัยอยู่กับต้นไม้ยืนต้นในตระกูลเดียวกันเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีผู้ค้นคว้าวิจัยกันอย่างจริงจังในปัจจุบัน


                ทั่วโลกให้ความสนใจและจัดเป็นปัญหาที่สำคัญที่นักวิชาการต้องหาทางอนุรักษ์มิให้สูญพันธุ์ไปเพราะนับวันเห็ดรากลุ่มนี้จะลดน้อยลงด้วยน้ำมือมนุษย์มากกว่าธรรมชาติ สภาพภูมิประเทศและพืชซึ่งเป็นนิเวศวิทยาของเห็ดราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในหลายภูมิภาค เช่น การตัดไม้ทำลายป่า และการปลูกพืชใหม่ทดแทน ซึ่งอาจจะมิใช่พืชอาศัยของเห็ดราที่เคยมีมาก่อน กว่าจะสร้างระบบนิเวศน์และพืชอาศัยขึ้นมาทดแทนจนเหมาะสมมีเห็ดรากลุ่มนี้เกิดใหม่ กินเวลานานนับ 10 หรือ 20 ปี


                ปัญหาอีกข้อหนึ่งคือการเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว ความต้องการเครื่องอุปโภคบริโภคมีมากมาย เห็ดป่าจำพวกเอ็กโตไมคอร์ไรซ่าจำพวกกินได้ถูกชาวบ้านพากันเก็บมาจำหน่ายจากป่าไม้ใกล้เคียงเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั่วโลกมีปัญหาเดียวกันจึงวิตกว่าเห็ดรากลุ่มนี้จะสูญพันธุ์ไปหมดถ้าไม่มีการจัดการอนุรักษ์ไว้อย่างมีระบบวิธีการอนุรักษ์เห็ดราพวกเอ็คโตไมคอร์ไรซ่ามีด้วยกันหลายวิธี ซึ่งบางวิธีจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยและกว่าจะเห็นผลก็กินเวลาช้านานมาก หลายหน่วยงานราชการเริ่มค้นคว้าในเรื่องนี้ ถึงจะช้านานก็ยังเป็นวิธีการอนุรักษ์ที่น่าจัดทำให้มากขึ้น


                การอนุรักษ์เท่าที่มีจัดทำกันในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้


                1. ออกกฎหมายห้ามเก็บรวบรวมของป่า ซึ่งหมายรวมถึงเห็ดราจำพวกเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าด้วย ดำเนินการโดยกรมป่าไม้


                2. จัดการอบรมและเผยแพร่ให้ความรู้เรื่องเห็ดรากลุ่มนี้กับชนิดของพืชอาศัย


                3. เก็บเห็ดรากลุ่มนี้พอควรเหลือไว้เป็นเชื้อแพร่พันธุ์ต่อไป


                4. เก็บดอกบานหรือโรยแล้วไปละลายน้ำนำมารดโคนต้นไม้พืชอาศัย


                เห็ดราเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าที่มิได้เกิดในป่า แต่เกิดตามสวนผลไม้ สวนป่าปลูก และสวนสาธารณะก็มีจำนวนไม่น้อย บางชนิดมีรสชาติดีเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ทำให้ขายได้ราคา ในปีหนึ่ง ๆ ช่วงฤดูฝน จะมีการเก็บเห็ดรากลุ่มนี้ไปจำหน่ายทั้งดอกอ่อนและดอกแก่ ซึ่งเป็นการทำลายพันธุ์เห็ด เพราะยังไม่สร้างสปอร์เพื่อขยายพันธุ์ การแพร่กระจายพันธุ์ของเห็ดกลุ่มนี้จึงมีทางเดียว คือการเจริญของเส้นใยเห็ดราในดิน ซึ่งจะขยายพันธุ์ได้ช้ามาก ถ้าไม่มีไม้ยืนต้นชนิดเดียวกันปลูกใกล้ชิดกัน ในอดีตอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านชาวสวนบางแห่ง ใช้วิธีแพร่พันธุ์เห็ดกลุ่มนี้อย่างง่าย ๆ โดยนำเอาดอกที่บานเละแล้ว เช่นเห็ดตับเต่า (Boletus colossus Heim) มาขยี้ละลายน้ำ แล้วนำไปรดบริเวณโคนต้นไม้ที่เป็นพืชอาศัยที่ยังไม่เคยมีดอกเห็ดขึ้น ในไม่ช้าก็จะได้เห็ดราบริเวณโคนต้นใหม่ เป็นการเพิ่มผลผลิตและมีผลพลอยได้คือไม้ยืนต้นที่เป็นพืชอาศัยเจริญเติบโตดีขึ้น


                ได้กล่าวมาแล้วว่าเห็ดราเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าบางชนิดอยู่กับพืชอาศัยได้หลายชนิด ตัวอย่างที่พบเสมอคือ เห็ดตับเต่า หรือทางภาคเหนือเรียกเห็ดห้า มีพืชอาศัยอยู่ 2 ชนิด คือ ต้นหว้า (Eugenia cumini Druce) เป็นพืชในวงศ์ Myrtaceae ทางภาคเหนือ จึงเรียกเห็ดตับเต่าชนิดนี้ว่าเห็ดห้า (Phaeogyroporus portentosus Berk et Broome Mc Nabb) นอกจากต้นหว้าแล้วเห็ดชนิดนี้ยังมีพืชอาศัยอีกชนิดหนึ่งคือ มะกอกน้ำ (Elaeocarpus hygrophilus Kurz) ในวงศ์ Elaeocarpaceae ด้วยซึ่งต่างวงศ์กับต้นหว้า สำหรับต้นไม้วงศ์อื่น ๆ ยังไม่มีรายงาน


                ตัวอย่างเห็ดราเอ็กโตไมคอร์ไรซ่าอีกชนิดหนึ่งคือ เห็ดเสม็ดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boletus griseipurpureus Corner จัดเป็นเห็ดตับเต่าชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ และภาคตะวันออก ในป่าเสม็ด (Melaleuca leucadendron Linn var minor) Duthie ในวงศ์ Myrtaceae ปัจจุบันป่าเสม็ดได้ถูกถากถางทำลายไปเหลือน้อยเต็มที กลายเป็นสวนผลไม้ สวนไม้ให้ร่มเงา สวนไม้โตเร็ว เช่น กระถินยักษ์ (Leuceana leucocephala de Wit) และกระถินณรงค์ (Acacia auriculaeformis Cunn ex Benth) ทั้งคู่อยู่ในวงศ์ Leguminosae – Mimmosoideae และบางพื้นที่ในภาคที่กล่าวมาก็ปลูกต้นยูคาลิปตัส (Eucarlyptus citriodera Hook) ในวงศ์ Myrtaceae ก็ปรากฏว่าเห็ดเสม็ดขึ้นบนพืชทั้งสามได้ด้วย


                ตามสวนผลไม้ก็มีเห็ดราเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าด้วยเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเห็ดตับเต่าชนิด Boletus colossus Heim เห็ดชนิดนี้ในภาคกลางพบบริเวณโคนต้นมะม่วงที่อยู่ชายน้ำ มะม่วง (Mangifera indica Linn.) เป็นพืชในวงศ์ Anacardiaceae นอกจากมะม่วงแล้วพบเห็ดชนิดนี้ใต้ต้นส้มโอ (Citrus maxima Merr.) ในวงศ์ Rutaceae จัดเป็นเห็ดกินได้ จำหน่ายในฤดูฝนในตลาดกรุงเทพฯ หลายแหง คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักกินอาจเป็นเพราะไม่เคยทดลองหรือรังเกียจที่ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่และมีสีดำน้ำตาล ชาวสวนผลไม้ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับเห็ดชนิดนี้ และทำการขยายพันธุ์โดยนำดอกที่บานเละแล้วละลายน้ำไปรดต้นอื่น ๆ ที่เป็นพืชอาศัยที่ยังไม่เคยมีดอกเห็ดขึ้น ทำให้มีเห็ดมากขึ้นในฤดูถัดไป เนื่องจากเห็ดชนิดนี้ยังไม่สามารถเพาะให้ออกเป็นดอก และมีจำนวนน้อย ทำให้มีราคาแพง กิโลกรัมละ 100-200 บาท ถ้าได้มีการประชาสัมพันธ์ให้รู้จักกินเห็ดชนิดนี้ และวิธีขยายพันธุ์อย่างง่าย ๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว ก็จะทำให้ผู้ที่มีเห็ดชนิดนี้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น การขยายพันธุ์ก็ไม่ต้องลงทุนอย่างใด และได้รับผลพลอยได้ด้วยเพราะพืชอาศัยเติบโตดี มีเกษตรกรสามารถทำให้เห็ดออกดอกนอกฤดูได้ โดยสังเกตว่าเห็ดทิ้งช่วงไม่ออกดอกระยะหนึ่งแล้ว พอวันที่มีช่วงอากาศร้อนอบอ้าว ก็ให้รดน้ำบริเวณพุ่มพืชอาศัยให้ชุ่ม แล้วหากระสอบชุบน้ำหรือหญ้าแห้งคลุมดินไว้ ประมาณ 5-6 วัน ก็จะปรากฏมีดอกเห็ดขึ้นบริเวณที่เคยขึ้นมาก่อน


                ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและไม่มีอาชีพแต่มีสวนผลไม้ หรือ ป่าปลูก ถ้าจะหารายได้เพิ่มโดยลงทุนแต่น้อย ลองให้ความสนใจเห็ดราจำพวกเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าดูบ้าง หรือจะทดลองหาเห็ดตับเต่ามาขยายพันธุ์ใต้ต้นมะม่วง ฯลฯ ในบ้านท่านก็ไม่เสียเปล่า เผลอ ๆ ได้เห็ดกิน ซึ่งออกมาแล้วบางครั้งมากจนกินหมดบ้านแล้วก็ยังไม่หมด ต้องแจกจ่ายให้เพื่อนฝูงลองไปปรุงอาหารดูบ้างก็ได้ แต่ถ้าท่านลองทำดูแล้วเห็ดไม่ขึ้น จำเป็นต้องศึกษาสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เห็ดราไม่ออกดอก


                การขยายพันธุ์เห็ดเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าโดยวิธีธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นได้หลายทาง


                1. โดยสปอร์ของเห็ดที่บานเละแล้ว ถูกฝนชะล้างไปในบริเวณใกล้เคียงที่มีพืชอาศัยอยู่ใกล้กัน


                2. โดยแมลงที่มากินดอกเน่าแล้วติดเอาสปอร์ของเห็ดไปแพร่ระบาดในที่ห่างไกล วิธีนี้การกระจายพันธุ์ไปได้ไกลกว่าแต่โอกาสที่จะไปตกบริเวณที่มีพืชอาศัยคงน้อย


                3. โดยเส้นใยเห็ดราที่แตกแขนงไปในดิน วิธีนี้ต้องมีพืชอาศัยชนิดเดียวกันเกิดใกล้ชิดติดกัน การแพร่ระบาดไปได้ช้าแต่มีโอกาสแน่นอนกว่า


                4. โดยคนด้วยการเสาะหาเห็ดบานที่กำลังเน่านำมาขยี้ละลายในน้ำแล้วไปรดบริเวณโคนต้นไม้ที่รู้มาก่อนว่าเป็นพืชอาศัย วิธีนี้จะได้การแพร่ระบาดกว้างขวางมาก


                5. ทำการเพาะเลี้ยงขยายเส้นใยในอาหารวุ้นหรืออาหารเหลวจนมีปริมาณมากพอแล้วไปปั่นกับน้ำให้เส้นใยขาดเป็นท่อนเล็ก ๆ แล้วนำไปรดบริเวณที่เป็นพืชอาศัย วิธีนี้ต้องทำในห้องปฏิบัติการที่ปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อราชนิดอื่น แล้วนำน้ำที่ปั่นแล้ว ไปรดหรือคลุกดินที่จะไปปลูกกล้าของพืชอาศัยของเห็ดแต่ละชนิด วิธีนี้ส่วนมากกับการเพาะเมล็ดที่ปลูกทดแทนการตัดไม้ทำลายป่า เช่น การปลูกสน ยูคาลิปตัส ฯลฯ กว่าจะมีดอกเห็ดก็อาศัยเวลานานเป็นปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี วัตถุประสงค์มิใช่เห็ดแต่เป็นการช่วยการเจริญเติบโตของพืชอาศัย เห็ดราเป็นผลพลอยได้ในอนาคต ในดินเลวจะให้ผลการเจริญเติบโตของพืชอาศัยชัดเจนกว่าการปลูกพืชอาศัยในดินที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สนใจเห็ดกลุ่มนี้ได้รู้จักว่าเห็ดราอะไรบ้าง และมีพืชอาศัยอะไรบ้าง จะได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่รวบรวมมาให้ในการช่วยอนุรักษ์และขยายพันธุ์ให้มากขึ้น สำหรับพืชอาศัยในปัจจุบันมีข้อมูลน้อยมาก คงให้ได้กว้าง ๆ ว่าเป็นพืชในวงศ์อะไร ในประเทศไทยมีเห็ดเอ็คโตไมคอร์ไรซ่ามากมายซึ่งไม่สามารถจะนำมาเขียนได้หมด อีกประการหนึ่งไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริง จึงขอนำมาเป็นตัวอย่างไว้ภายใต้การจัดจำแนกวงศ์เห็ด เห็ดบางวงศ์ก็ไม่ใช่พวกเอ็คโตไมคอร์ไรซ่าทุกชนิด บางชนิดอาจเป็นพวกปรสิตหรือชาโปรบ (saprobe) ก็มี


บรรณานุกรม


1. เกษม สร้อยทอง. 2539. เห็ดและราขนาดใหญ่ในประเทศไทย. สำนักพิมพ์สิริธรรมออฟเซ็ท อุบลราชธานี


2. ราชบัณฑิตยสถาน. 2525. พจนานุกรม.


3. ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. เห็ดกินได้และเห็ดมีพิษในประเทศไทย. กรุงเทพฯ.


4. สะอาด บุญเกิด, จเร สดาการ, ทิพยพรรณ สดาการ. 2525. ชื่อพรรณไม้ในเมืองไทย.


5. อนงค์ จันทร์ศรีสกุล. 2542. เห็ดเมืองไทย เทคโนโลยีการเพาะเห็ด. ไทยวัฒนาพานิช จำกัด กทม.


6. Brundrett M., Bougher, N., Dell, B., Grove, T. and Malajczuk N. 1996. Working with mycorrhizas in forestry


                  and agriculture. ACIAR Monograph 32. 374 pp.