เห็ดฟาง, สารพันเห็ด

เห็ดฟางเน่าฟ่อ ควบคุมได้ด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย

fiogf49gjkf0d

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เห็ดฟาง ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เห็ดฟางเน่า ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เห็ดฟางเน่า

อาการเน่าฟ่อในเห็ดฟางส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียซูโดโมแนส โดยจะพบในเห็ดฟางโรงเรือนมากกว่ากองเตี้ย
ผิวดอกจะขรุขระไม่เรียบ มีจุดขาวคล้ายประแป้ง เป็นตะปุ่มตะป่ำ ช้ำ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนอย่างรวดเร็ว
เน่ามีน้ำไหลเยิ้มออกมา (กองโรคพืชและจุลวิทยา) เก็บผลผลิตไม่ได้เสียหายทั้งโรง โรคนี้จะแพร่ระบาดได้ดีช่วงเวลาที่ความชื้นในโรงเรือนสูงโดยมีแมลงเป็นพาหะ
การควบคุมควรทำตั้งแต่เริ่มเพาะจนถึงสิ้นสุดการเก็บผลผลิตเห็ดฟาง ซึ่งใช้เวลาเพียง
13 – 17 วันเท่านั้น จึงไม่ควรใช้สารเคมีเข้าป้องกันโดยเด็ดขาด
โดยวิธีการต่างๆจะโฟกัสไปที่วิธีการรักษาความสะอาด การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

1) เริ่มจากการเลือกหัวเชื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าเป็นพันธุ์ดี
ให้ผลผลิตสูง ปนเปื้อนน้อยที่สุดหรือไม่มี  

2) เลือกตอซังหรือฟางข้าวนวดที่สะอาดปราศจากเชื้อราเม็ดผักกาด
ฟางต้องมีลักษณะแห้งสนิทและอมน้ำได้ง่าย
วัสดุเพาะทุกชนิดไม่ควรทิ้งให้ตากแดดตากฝนหรือเก็บค้างปี  

3) มีความเข้าใจถึงสภาพความต้องการต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตของเห็ดฟาง
เพื่อจะได้ปฏิบัติดูแลกองเพาะอย่างถูกต้อง เช่น เรื่องอุณหภูมิในกองเพาะ
ขณะเส้นใยเจริญเติบโต ต้องการอุณหภูมิระหว่าง
35 – 38 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าในกองเพาะร้อนหรือเย็นเกินไป ก็ควรจะต้องระบายอากาศ
เพื่อให้เกิดการถ่ายเทออกซิเจนหรือต้องเผารอบกองเพาะ เพื่อให้ความร้อนแก่กองฟางในฤดูหนาว
นอกจากนี้ยังควรเข้าใจเรื่องความชื้น แสงสว่าง ความเป็นกรด-ด่าง
และความสามารถในการใช้อาหารของเห็ดฟางอีกด้วยถ้าเป็นการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนแบบอุตสาหกรรม
ควรศึกษาถึงการเตรียมปุ๋ยเพาะเห็ดอย่างถูกวิธี ตลอดจนการอบไอน้ำฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
เพื่อให้ได้ปุ๋ยเพาะเห็ดที่มีคุณภาพดีซึ่งเชื้อเห็ดใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

4) ความสะอาดของแปลงเพาะ ก่อนเพาะควรจะได้ถางหญ้าเตรียมดินไว้เสียก่อน
และเมื่อการเพาะเสร็จสิ้นควรนำฟางที่ใช้แล้วเป็นปุ๋ยหมัก
เผาหรือตากดินบริเวณแปลงเพาะที่ใช้แล้วทิ้งไว้ประมาณ 
4 – 5 วัน เพื่อฆ่าเชื้อราที่สะสมในบริเวณนั้น
เป็นการเตรียมที่เพาะในครั้งต่อไป และเป็นการลดประมาณเชื้อราที่อาจมีอยู่ในดิน
สำหรับการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนแบบอุตสาหกรรม
ควรมีการพักโรงเรือนเป็นครั้งคราวและทำความสะอาดโรงเรือนเพื่อทำลายศัตรูเห็ดฟาง
ก่อนที่จะเพาะในรุ่นต่อไปเมื่อสามารถปฏิบัติได้เช่นนี้
ท่านก็สามารถที่จะเพาะเห็ดฟางได้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บีเอสพลายแก้ว

 5) หมักขยายพลายแก้ว(ไบโอ-เซ็นเซอร์)
ด้วยมะพร้าวอ่อน นมกล่องรสหวาน
หรือใช้สูตรหมักไข่แล้วให้อากาศผ่านท่อออกซิเจนตู้ปลา
ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ อย่างภาคใต้ปลูกมะพร้าวก็ควรใช้วิธีหมักด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน
โดยใช้มะพร้าวอ่อน
1 ผล ต่อพลายแก้ว (ไบโอ-เซ็นเซอร์) 1 ช้อนชา ( 5 กรัม ) นาน 24
ชั่วโมง  ก่อนนำมาผสมน้ำ
20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลงเพาะ หรือบน-ล่างชั้นวาง รวมถึงผนังพื้นที่โรงเรือน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
02-9861680 – 2

เขียนและรายงานโดย คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com.

 

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *