โรคและศัตรูเห็ด, สารพันเห็ด

เห็ดฟางเน่าฝ่อน้ำไหลเยิ้ม ควบคุมด้วยไบโอเซ็นเซอร์ จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย

อาการเน่าฝ่อในเห็ดฟางส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียซูโดโมแนส โดยจะพบในเห็ดฟางโรงเรือนมากกว่ากองเตี้ย ผิวดอกจะขรุขระไม่เรียบ มีจุดขาวคล้ายประแป้ง เป็นตะปุ่มตะป่ำ ช้ำ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนอย่างรวดเร็ว เน่ามีน้ำไหลเยิ้มออกมา (กองโรคพืชและจุลวิทยา) เก็บผลผลิตไม่ได้เสียหายทั้งโรง โรคนี้จะแพร่ระบาดได้ดีช่วงเวลาที่ความชื้นในโรงเรือนสูงโดยมีแมลงเป็นพาหะ การควบคุมควรทำตั้งแต่เริ่มเพาะจนถึงสิ้นสุดการเก็บผลผลิตเห็ดฟาง ซึ่งใช้เวลาเพียง 13–17วันเท่านั้น จึงไม่ควรใช้สารเคมีเข้าป้องกันโดยเด็ดขาด

 

 

 

โดยวิธีการต่างๆจะโฟกัสไปที่วิธีการรักษาความสะอาด การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

1) เริ่มจากการเลือกหัวเชื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าเป็นพันธุ์ดี ให้ผลผลิตสูง ปนเปื้อนน้อยที่สุดหรือไม่มี

2) เลือกตอซังหรือฟางข้าวนวดที่สะอาดปราศจากเชื้อราเม็ดผักกาด ฟางต้องมีลักษณะแห้งสนิทและอมน้ำได้ง่าย วัสดุเพาะทุกชนิดไม่ควรทิ้งให้ตากแดดตากฝนหรือเก็บค้างปี

3) มีความเข้าใจถึงสภาพความต้องการต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตของเห็ดฟาง เพื่อจะได้ปฏิบัติดูแลกองเพาะอย่างถูกต้อง เช่น เรื่องอุณหภูมิในกองเพาะ ขณะเส้นใยเจริญเติบโต ต้องการอุณหภูมิระหว่าง 35–38 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าในกองเพาะร้อนหรือเย็นเกินไป ก็ควรจะต้องระบายอากาศ เพื่อให้เกิดการถ่ายเทออกซิเจนหรือต้องเผารอบกองเพาะ เพื่อให้ความร้อนแก่กองฟางในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังควรเข้าใจเรื่องความชื้น แสงสว่าง ความเป็นกรด-ด่าง และความสามารถในการใช้อาหารของเห็ดฟางอีกด้วยถ้าเป็นการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนแบบอุตสาหกรรม ควรศึกษาถึงการเตรียมปุ๋ยเพาะเห็ดอย่างถูกวิธี ตลอดจนการอบไอน้ำฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เพื่อให้ได้ปุ๋ยเพาะเห็ดที่มีคุณภาพดีซึ่งเชื้อเห็ดใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

4) ความสะอาดของแปลงเพาะ ก่อนเพาะควรจะได้ถางหญ้าเตรียมดินไว้เสียก่อน และเมื่อการเพาะเสร็จสิ้นควรนำฟางที่ใช้แล้วเป็นปุ๋ยหมัก เผาหรือตากดินบริเวณแปลงเพาะที่ใช้แล้วทิ้งไว้ประมาณ 4 – 5วัน เพื่อฆ่าเชื้อราที่สะสมในบริเวณนั้น เป็นการเตรียมที่เพาะในครั้งต่อไป และเป็นการลดประมาณเชื้อราที่อาจมีอยู่ในดิน สำหรับการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนแบบอุตสาหกรรม ควรมีการพักโรงเรือนเป็นครั้งคราวและทำความสะอาดโรงเรือนเพื่อทำลายศัตรูเห็ดฟาง ก่อนที่จะเพาะในรุ่นต่อไปเมื่อสามารถปฏิบัติได้เช่นนี้ ท่านก็สามารถที่จะเพาะเห็ดฟางได้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

5) หมักขยายไบโอเซ็นเซอร์ ด้วยมะพร้าวอ่อน นมกล่องรสหวาน หรือใช้สูตรหมักไข่แล้วให้อากาศผ่านท่อออกซิเจนตู้ปลา ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ อย่างภาคใต้ปลูกมะพร้าวก็ควรใช้วิธีหมักด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน โดยใช้มะพร้าวอ่อน 1ผล ต่อไบโอเซ็นเซอร์ 1ช้อนชา (5กรัม) นาน 24ชั่วโมง ก่อนนำมาผสมน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลงเพาะ หรือบน-ล่างชั้นวาง รวมถึงผนังพื้นที่โรงเรือน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680 – 2 หรือผู้เขียน 081-3983128 หรือHotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

 

 

เขียนและรายงานโดย คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com