โรคและศัตรูเห็ด, สารพันเห็ด

เห็ดป่าหน้าฝน…………คนรับประทานควรระวังมิฉะนั้นถึงตาย!!!

fiogf49gjkf0d

โลกเราสมัยนี้มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากนะครับ
ก่อนนี้ไม่นานยังบ่นๆกับเรื่องภัยแล้งร้อนกันอยู่เลย เผลอแป๊บเดียว
ตอนนี้ทางเหนือแถบ อุตรดิถฐ์ พิษณุโลกน้ำท่วมหนักอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ 20
ปี ทำให้อาคารร้านค้าทุ่งนาเรือกสวนเสียหายเป็นพันไร่เมื่อพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นเป็นประจำและถี่
ก็จะมีอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้แก่ผู้คน
ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า
ในวิกฤติมีโอกาสนั่นก็คืออาชีพเก็บเห็ดป่ามาขายแข่งกับเห็ดบ้านนั่นเอง
ราคานั้นก็เรียกว่าเห็นน้ำ เห็นเนื้อ มากกว่าเห็ดฟาร์มเห็ดบ้านอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบที่กิโลกรัมละเกือบ 1,000บาทนอกจากจะมีคนเก็บเห็ดป่ามาขายแล้ว
ก็ยังมีชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปที่ไปเก็บเห็ดมาบริโภคกินกันเองในครัวเรือน ถึงแม้ว่าจะมีการเตือนให้ระวังทั้งทางสถานีวิทยุ
มก. บางเขน ตามเว็บไซต์ (
www.thaigreenagro.com) สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
แต่ก็ยังมีชาวบ้านรับประทานเห็ดพิษเห็ดเมา เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น
ที่แพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ทันก็ดีไป แต่บางรายก็เสียชีวิตซึ่งเป็นเรื่องทีน่าเสียใจ
และไม่น่าจะเกิดขึ้นตระกูลเห็ดนั้นมีมากมายหลายชนิดเชื่อกันว่า
เห็ดราทั้งหมดนั้นมีกว่า 1,500,000 ชนิด ที่มีการวิเคราะห์วิจัยแล้วก็ประมาณ
100,000 ชนิด (ดำเกิง ป้องพาล
, 2545) และท่านอาจารย์ดีพร้อม
ไชยวงศ์เกียรติได้เคยบรรยายในชนิดที่แบ่งออกมาเป็นราชั้นต่ำอยู่ประมาณ 70,000 ชนิด
เป็นเห็ด (ราชั้นสูง) 30,000 ชนิด ในจำนวนนี้จะมีเห็ดเบื่อ เห็ดเมาอยู่ประมาณ 300
ชนิด และที่เป็น
เห็ดพิษกินแล้วตายอยู่ประมาณ
3 ชนิด ซึ่งจะเป็นกลุ่ม เฮลเวลล่า (
Helvella) และกลุ่ม
อะมานิตา (
Amanita) ซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่าเห็ดระโงกหิน
มีสีสันฉูดฉาด มีเกร็ด มีวงแหวน มีปลอกและตีนตัน (โคนอวบแน่น)

                                    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เห็ดป่า      ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เห็ดป่า

เนื่องด้วยชนิดของเห็ดที่มีอยู่เป็นจำนวนมากนี้เอง
จึงทำให้ยังไม่มีนักวิชาการที่ชำนาญท่านใดที่จะสามารถฟันธงได้อย่างชัดเจนทั้งหมดว่าเห็ดชนิดไหนกินได้
และกินไม่ได้ จึงต้องมีการเตือนภัยกันอยู่เป็นประจำทุกปี
เพื่อมิให้ชาวบ้านรับประทานเห็ดที่เป็นอันตรายและนำพาไปสู่สมาชิกในครอบครัวด้วย
ซึ่งอาจจะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ดังนั้นวันนี้จึงอยากจะแนะนำเบื้องต้นให้ทุกท่านหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการเก็บและรับประทานเห็ดกันให้มากขึ้นนะครับโดยมีหลักและวิธีการเบื้องต้นดังนี้

1.
ไม่ควรรับประทานเห็ดที่มีอายุน้อยเกินไปจนแยกแยะชนิดไม่ได้

2.
ไม่ควรรับประทานเห็ดที่แก่จัดเกินไป ฝ่อ เน่ายุบ เสียรูป จนจำไม่ได้ว่าเป็นเห็ดชนิดใด

3.
ไม่ควรรับประทานเห็ดที่มีสีฉูดฉาด กลิ่นหอมฉุน

4.
ไม่ควรรับประทานเห็ดที่หมวกเห็ดมีเกร็ด ครีบดอกด้านล่างและสปอร์ที่ร่วงหล่นมีสีขาว
มีวงแหวน มีปลอก ตีนตัน (ลำต้นที่โคนอวบแน่นแข็ง)

5.
ไม่ควรรับประทานเห็ดที่มีแมลงหรือหนอนเจาะ ถ้าไม่รู้จักก็ไม่ควรรับประทาน
เพราะมีแมลงหรือสัตว์บางชนิดที่รับประทานเห็ดพิษได้

ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยให้คุณๆท่านผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติเบื้องต้นในการรับประทานเห็ดได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
ส่วนวิธีวิธีตรวจสอบเห็ดพิษเบื้องต้น
แม้จะไม่สามารถอาศัยเป็นตำราที่เชื่อเถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ก็อาจนำมาพิจารณาใช้ได้บางส่วนหรือในบางโอกาสได้ดังต่อไปนี้

1.
นำข้าวสารต้มกับเห็ด ถ้าไม่เป็นพิษข้าวสารจะสุก ถ้าเป็นพิษข้าวสารจะสุก ๆ ดิบ ๆ 2.
ใช้ช้อนเงินคนต้มเห็ด ถ้าช้อนเงินกลายเป็นสีดำจะเป็นเห็ดพิษ
เพราะเห็ดบางชนิดจะปล่อยซัลไฟด์เมื่อถูกต้ม 3. ใช้ปูนกินหมากป้ายดอกเห็ด
ถ้าเป็นเห็ดพิษเห็ดจะกลายเป็นสีดำ 4. ใช้หัวหอมต้มกับเห็ด
ถ้าเป็นเห็ดพิษหอมจะเป็นสีดำ 5. ใช้มือถูเห็ดจนเป็นรอยแผล
ถ้าเป็นพิษรอยแผลนั้นจะดำ แต่เห็ดแชมปิญอง (
Champignon /Button
mushroom) เป็นเห็ดที่รับประทานได้ แต่เมื่อเป็นแผลก็จะ เป็นสีดำ
และเห็ดพิษอิโนไซเบ ถ้าถูกจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นแดงและน้ำตาล 6.
ดอกเห็ดที่มีรอยแมลงและสัตว์กัดกิน เห็ดนั้นไม่เป็นพิษ แต่ก็ต้องระวัง !!!!
เพราะว่ากระต่ายสามารถกินเห็ดพิษสกุลอะมานิต้า (
Amanita) ได้
และหอยทากก็กินเห็ดพิษได่เช่นกันนะครับ

7.
เห็ดที่เกิดผิดฤดูกาลมักจะเป็นเห็ดพิษ
แต่ทุกวันนี้เกษตรกรสามารถที่จะเพาะเห็ดได้ทุกฤดูกาลตามฟาร์มต่างๆ 8.
เห็ดพิษ…..จะมีสีฉูดฉาด ส่วนเห็ดที่รับประทานได้………..จะมีสีอ่อน ข้อสังเกต
: วิธีตรวจสอบนี้ส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้กับเห็ดพิษสกุล อมานิตา (
Amanita)
ดังนั้นจึงไม่ควรกินเห็ดที่ไม่รู้จักเป็นอันขาดนะครั้บ
เพราะโอกาสในการทดลองจะมีแค่ครั้งเดียว!!!

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
www.thaigreenagro.com