ข่าวเกษตร

เสริมความแข็งแรงและป้องกันโรคด้วยภูไมท์-ซัลเฟสให้ คะน้า

คะน้าเป็นผักรากตื้นจึงควรขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วนำปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและ ภูไมท์ – ซัลเฟต ใช้ 20 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงสภาพทางกายภาพและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ที่ต้องเลือกใช้ ภูไมท์ – ซัลเฟต เนื่องจาก ภูไมท์ – ซัลเฟต มีธาตุอาหารเกือบทุกชนิด เว้นแต่ไม่มีไนโตรเจน เสริมความแข็งแรงให้กับลำต้นของคะน้า ช่วยทำให้ดินร่วนซุยดินซึมผ่านน้ำได้ง่ายดินระบายน้ำได้ดีขึ้น  และพรวนดินผสมให้เข้ากัน และนำกล้าคะน้าลงปลูก

การปฏิบัติดูแลรักษา

การให้น้ำ คะน้าเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอเพราะต้นคะน้ามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปลูกคะน้าจึงต้องปลูกในแหล่งที่มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูปลูก หากคะน้าขาดน้ำจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เมล็ดเริ่มงอกยิ่งขาดน้ำไม่ได้เลย วิธีการให้น้ำคะน้าโดยใช้บัวฝอย หรือใช้เครื่องฉีดฝอยฉีดให้ทั่วและชุ่ม ให้น้ำคะน้าวันละ 2 เวลาคือ เช้าและเย็น

วิธีการป้องกัน

 วิธีการป้องกันเราได้ใช้ภูไมท์ – ซัลเฟต แล้ว ทางใบจะใช้ ซิลิซิล แอซิส  5 – 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร + ไบโอแทค 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ซิลิซิล แอซิส เป็นแร่ธาตุซิลิก้าจะทำหน้าที่เคลือบใบเพื่อไม่ให้หนอนหรือแมลงไม่สามารถกันเข้าใบได้ ไบโอแทค เป็นจุลิทรีย์ชึวภาพกำจัดพวดหนอน

ถ้ามีแมลงลงก็ใช้ คัทอ๊อฟ ไปด้วย คัทอ๊อฟ จะทำหน้าที่กำจัดแมลง เพลี้ย ด้วง ทำให้ไม่สามารถทำลายต้นคะน้าที่เรารักได้

ท่านเกษตรกรใดสนใจหรือต้องข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรมาสอบถามรายละเอียดได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียนวิทยานุกูล ไผ่แสง(ฝ่ายส่งเสริมการตลาดภาคเหนือ) 092-7744908 Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *