สัตว์อื่นๆ, ปศุสัตว์

เลี้ยงจิ้งหรีด มีตลาดเสมอ เป็นอาชีพหลักก็ได้ อาชีพเสริมก็ดี…

                คงเคยเห็นมีคนนำจิ้งหรีดพร้อมกับแมลงอื่น ๆ มาทอดขาย… ขายให้กับผู้บริโภคที่นิยมรับประทานแมลงเป็นของว่าง จิ้งหรีดเองก็เป็นแมลงที่คนนิยมนำมาบริโภคและมีความปลอดภัย จิ้งหรีดออกหากินเวลากลางคืน พบเห็นตามธรรมชาติทั่วไป สามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ และพันธุ์ทองแดง พันธุ์ทองดำนิยมเลี้ยงกันมาก เนื่องจากสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วและเลี้ยงง่าย สำหรับวันนี้มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพ เลี้ยงอย่างอื่นไม่ได้ผลก็หันมาเลี้ยงจิ้งหรีดเผื่อประสบความสำเร็จ หรือว่าจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมก็ไม่เห็นจะเป็นไร รายได้ก็จะเพิ่มมาอีกแน่นอน

fiogf49gjkf0d

                การเลี้ยงจิ้งหรีด ก็คือ การนำจิ้งหรีดมาเลี้ยงและมีการดูแลโดยมีหลักการที่ว่าจิ้งหรีดที่นำมาเลี้ยงนั้น จะต้องมีสภาพความเป็นอยู่เหมือนกับในธรรมชาติมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมการและจัดการที่ดี ในการเลือกทั้งโรงเรือนนั้น มีวิธีการดูดังนี้

                1. บริเวณก่อสร้างโรงเรือนควรเป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง

                2. บริเวณที่จะเลี้ยงควรมีพื้นที่กว้างพอสมควร

                3. บริเวณที่จะเลี้ยงต้องป้องกันฝนและแสงแดดจัดได้ โดยมีแสงแดดส่องผ่านประมาณ 30-40% ในช่วงเช้าและสาย มีอากาศถ่ายเทสะดวก

                4. พื้นที่จะใช้เลี้ยงไม่ควรเป็นสถานที่มีโรคและการระบาดของแมลงศัตรูพวกมด ไร

                5. พื้นที่ควรมีแหล่งอาหารธรรมชาติหาได้ง่าย เช่น หญ้าจากธรรมชาติ ผักตบชวา เป็นต้น

                สำหรับแบบโรงเรือนมีข้อแนะนำว่า โรงเรือนสามารถเลี้ยงได้ในสภาพทั่วไปที่มีอยู่ หรืออาจจะจัดทำโรงเรือนไว้เลี้ยงโดยเฉพาะที่ก็ได้ ถ้ามีทุนดำเนินการเพียงพอ หรือจะเลี้ยงใต้ชายคาบ้าน ใต้ถุนบ้านก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม แต่ต้องมีการป้องกันการถูกฝนสาดถึง และป้องกันแดดจัดได้

                ในส่วนของอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมีดังต่อไปนี้

                1) บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่จะนำมาเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง มีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ถัง กะละมัง ปี๊บ เป็นต้น แต่ถ้าใช้วงปูนจะคงทนและสามารถใช้ลี้ยงจิ้งหรีดได้ตลอดไปและมีราคาไม่สูงนำ ง่ายต่อการเลี้ยงและป้องกันศัตรู วงปูนมีหลายขนาด แต่ขนาดที่เหมาะสมในการเลี้ยงและการจัดการควรเป็นวงขนาด 80 x 50 ซม. ซึ่งสามารถปล่อยแม่พันธุ์ 3 ตัว ต่อพ่อพันธุ์ 1 ตัว

                2) แผ่นพลาสติกและเทปกาว แผ่นพลาสติกและเทปกาวจะไปติดรอบวงในด้านบนเพื่อป้องกันจิ้งหรีดไม่ให้ออกนอกวง จะใช้พลาสติกตัดกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว ให้ยาวเท่าเส้นรอบวง ในการใช้กระดาษกาวติดทับพลาสติกวงปูน (ติดพลาสติกครึ่งหนึ่ง ติดขอบบ่อครึ่งหนึ่ง)

                3) ยางรัดปากวงยางในรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบวงด้านนอก ตัดอย่าให้มีความกว้างของยางมาก เพื่อความสะดวกเมื่อเรายืดรัดตาข่ายกับขอบวง

                4) กาบมะพร้าว เป็นวัสดุเพื่อใช้วางในวงท่อปูนสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด จะใช้กาบมะพร้าวแห้งประมาณ 2-4 ชิ้น

                5) เศษหญ้าแห้งเป็นวัสดุที่ใช้วางทับกาบมะพร้าว ใช้ทับหนาประมาณ 2 ซม. เพื่อป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นแก่จิ้งหรีด

                6) ถาดน้ำและถาดอาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 วง จะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่

                7) พลาสติกไนล่อนสีเขียว เป็นตาข่ายสำหรับปิดปากวงบ่อปูน เพื่อป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีดตัวเต็มวัยและป้องกันศัตรูเข้าทำลายจิ้งหรีด ตัดให้มีความกว้างกว่าปากวงบ่อปูนรอบนอกเล็กน้อย เช่น วงขนาด 80 ซม. จะติดตาข่ายไนล่อนสีเขียวขนาด 100 x 100 ซม.

                ยังไม่หมดแค่นี้ครับ เห็นได้ว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นไม่ยากเลยใช่ไหมครับสำหรับขั้นตอนต่าง ๆ ทำก็ง่ายดาย ไม่ต้องใช้เงินมากมายอะไร พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ โปรดติดตามตอนต่อไป…

                ต่อจากเมื่อวานนี้ที่กล่าวถึงเรื่องอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด คราวนี้เป็นเรื่องของการจัดการภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด …สำหรับการวางวงปูนนั้น ควรวางเรียงกันเป็นแถวแต่ละวงให้ห่างกันเล็กน้อย (ประมาณ 3 นิ้ว) แต่ละแถวควรห่างกันพอที่ผู้ดูแลจะปฏิบัติงานได้สะดวก ไม่ควรจะวางห่างกันมากนักเพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่เมื่อวางวงปูนแล้วจะต้องเทพื้นหนาประมาณ ?-1 นิ้ว เพื่อป้องกันมดจากใต้ดินเข้ามาทำลายไข่ และตัวจิ้งหรีด สำหรับรองวงด้านนอกจะต้องป้องกันมดด้วย โดยการโรยยา หรือใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องพันรอบวงด้านล่าง จำนวนวงปูนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่ที่ขนาดความกว้างยาวของโรงเรือน

                วิธีการจัดการในวงบ่อ มีดังนี้

                1. เมื่อได้วงท่อบ่อปูนซีเมนต์และหาที่วางเลี้ยงได้อย่างเหมาะสมแล้ว ควรล้างบ่อปูนให้สะอาดก่อนการเทปูนที่พื้นบ่อบาง ๆ ให้มิดชิด เพื่อป้องกันมดที่เป็นศัตรูสำคัญเข้าทางด้านล่างของบ่อ หรือถ้าไม่เทปูนที่พื้นบ่อก็ใช้ฝาของบ่อรองพื้นแล้วตั้งท่อปูน ฉาบตรงก้นบ่อด้วยปูนซีเมนต์ให้มิดชิด

                2. ภายในบ่อใส่ถุงดินหรือกระบะดินร่วนปนทรายหรือดินทรายที่มีความชื้นพอประมาณ น้ำหนักดินประมาณ 1-2 กก. วางไว้ข้าง ๆ ขอบบ่อภายในสำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่

                3. ใส่หญ้าแห้ง 1 กำมือ ไว้ตรงกลางบ่อ เพื่อเป็นที่หลบซ่อนหรือเป็นที่อยู่อาศัยของตัวจิ้งหรีด

                4. ใส่หญ้าสดอ่อน 1 กำมือข้างหญ้าแห้ง สำหรับเป็นอาหารของจิ้งหรีด (อาหารหลัก)

                5. ใส่ถาดอาหารแบน ๆ (อาหารเสริม) เช่น รำอ่อน ปลายข้าว อาหารไก่ อาหารปลา 1 ใบ

                6. วางถาดน้ำแบน ๆ ภายในถาดน้ำให้ใช้ก้อนหินหรือก้อนอิฐแดงทุบเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้เกือบเต็มแล้วเติมน้ำลงให้เต็ม วางไว้ใกล้ๆ กับถาดอาหาร 1 ใบ

                7. ตรงบริเวณภายในปากบ่อด้านบน ให้ใช้พลาสติกตามข้อ 2 ตัดเป็นริ้วติดด้วยเทปกาวใสให้ชายพลาสติกหย่อนลงในบ่อเป็นการป้องกันจิ้งหรีดไต่ออกนอกบ่อ

                การปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ ลงบ่อ ให้ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีดลงบ่อ อัตรา 1:3 (พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 3 ตัว) ใช้ตาข่ายและยางรัดขอบบ่อ คลุมปากบ่อและรัดยางให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันจิ้งหรีดบินออก และป้องกันศัตรู เช่น จิ้งจก จิ้งเหลน คางคก เข้ากินหรือทำลาย ข้อควรระวังการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์อาจเกิดไรศัตรูจิ้งหรีดได้ง่าย ถ้าพื้นบ่อสกปรกอยู่นาน ไม่ควรให้พื้นบ่อชื้นเกินไปและควรทำความสะอาด ล้างบ่อและตากบ่อทุกครั้งเมื่อจับจิ้งหรีดในแต่ละรุ่น

                จิ้งหรีดเป็นแมลงที่กินพืชเป็นอาหาร พืชอาหารสำหรับจิ้งหรีดเป็นประเภทยอดอ่อนของหญ้าสดทุกชนิด เช่น หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา กาบกล้วย เป็นต้น

                สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วและให้ผลผลิตสูง จำเป็นต้องให้อาหารเสริม การให้อาหาร น้ำ หญ้าสด ต้องให้ทุก 2 วัน อย่าให้ขาด โดยหญ้าสดที่ให้ไม่ต้องเอาออกปล่อยให้แห้งภายในบ่อจะได้เป็นที่หลบซ่อนตัวของลูกจิ้งหรีด แต่ระวังอย่าให้หญ้าทับถมกันจนเน่า จะทำให้เกิดความร้อน ลูกจิ้งหรีดอาจตายได้ หากเกิดการเน่า ให้นำออกไป ประมาณ 3 สัปดาห์ ก็จะเห็นลูกจิ้งหรีดฟักออกจากไข่เต็มไปหมด ส่วนพ่อ-แม่พันธุ์ ที่ปล่อยนั้นจะตายหลังจากที่ออกไข่จนหมดทุกรุ่น

                อาหารจิ้งหรีด จำแนกได้ 2 ประเภท คือ อาหารหลัก, ส่วนใหญ่เป็นจำพวกหญ้า เช่น หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา กาบกล้วย เป็นต้น อาหารเสริม, (อาหารสำเร็จรูป) เช่น อาหารไก่ อาหารปลา รำอ่อน เป็นต้น

                อาหารหลัก อาหารเสริม และน้ำ ควรให้ 2 วัน/1 ครั้ง โดยอาหารหลักจะให้ครั้งละ 1 กำมือ ส่วนอาหารเสริมจะให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณและขนาดของจิ้งหรีดแต่ต้องไม่ให้จำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดเชื้อรา

                จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ไม่ค่อยมีโรคและศัตรูรบกวนมากนัก โรคที่พบจะเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร สำหรับศัตรูส่วนใหญ่จะเป็นพวกมด แมงมุม และไร เป็นต้น โรคและศัตรูที่พบควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่าจะมากำจัด  ซึ่งเป็นอันตรายต่อจิ้งหรีด และผู้บริโภค

                จิ้งหรีดจะกินพืชเป็นอาหารหลัก ศัตรูจะติดมากับพืชอาหาร เช่น ไรแมงมุม ก่อนนำมาให้จิ้งหรีดกินต้องนำมาล้างน้ำ แล้งผึ่งให้สะเด็กน้ำก่อนเพื่อล้างเอาศัตรูออก สำหรับมดก่อนนำจิ้งหรีดมาปล่อยลงวงบ่อปูนจะต้องป้องกันด้วยการโรยยากำจัดมด รอบวงบ่อปูน หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องแล้วนำมาพันรอบวงปูนด้านล่าง

                การเกิดโรคทางเดินอาหารของจิ้งหรีด เกิดจากจิ้งหรีดได้รับอาหารที่ไม่สะอาดเกิดเชื้อรา วิธีป้องกันคือ ต้องให้อาหารที่มีจำนวนพอเหมาะกับจำนวนของจิ้งหรีด หมั่นทำความสะอาดอย่าให้อาหารเกิดเชื้อรา อาหารเสริมควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อให้อาหาร เมื่อเก็บผลผลิตจนหมดแล้ว ควรทำความสะอาดวงบ่อให้สะอาด ก่อนนำจิ้งหรีดรุ่นใหม่มาเลี้ยงต่อไป

                เมื่อเลี้ยงลูกจิ้งหรีดจนอายุประมาณ 36 วัน ขึ้นไป ลูกจิ้งหรีดโตพร้อมที่จะจับจำหน่ายได้ โดยพฤติกรรมของจิ้งหรีดแล้ว ตอนกลางวันจิ้งหรีดจะหาที่หลบซ่อน พอมืดค่ำจิ้งหรีดจะออกหาอาหาร อาศัยพฤติกรรมเหล่านี้ ให้ใช้กระบอกไม้ไผ่ หรือท่อพลาสติกก็ได้ ตัดเป็นท่อน ๆ วางไว้กับพื้นบ่อ จิ้งหรีดจะเข้าไปหลบอาศัย เวลาจะเก็บก็ยกกระบอกไม้ไผ่ หรือท่อพลาสติก เคาะใส่ในถุงหรือตะกร้าที่จัดเตรียมไว้โดยไม่ต้องยุ่งยากใช้มือไล่จับทีละตัว ซึ่งเสียเวลามาก

หมายเหตุ : ข้อมูลจากกลุ่มงานอนุรักษ์และขยายพันธุ์ผึ้ง กองป้องกันและกำจัดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร

ที่มา : จีร์ ศรชัย. เดลินิวส์ ฉบับที่ 21,103 วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม 2550 หน้า 10 และ เดลินิวส์ ฉบับที่ 21,104 วันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2550 หน้า 12.