การเกษตร, ข่าวเกษตร

เลาะรั้วเกษตร : มาตรฐานไม้ยาง

วันก่อนอ่านข่าว
การยางแห่งประเทศไทย
มั่นใจยางแตะ 60 บาทก็เลยถึงบางอ้อ มิน่าล่ะ
ผู้นำชาวสวนยางดูเงียบเชียว…..ราคายางขยับขึ้นก็ออกจะดีใจแทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง
พร้อมกับลุ้นให้ราคาขยับขึ้นไปอีกเรื่อยๆ แต่อย่าให้สูงเกินความจริงไปมากมาย
เพราะถ้าราคากลับมาตกต่ำอีก เกษตรกรก็จะทำใจไม่ได้ เดี๋ยวก็จะออกมาเคลื่อนไหว
เรียกร้องกันอีกแต่ราคายางที่ขยับสูงขึ้น มีผลมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง
เพราะสวนยางในภาคอีสานบางพื้นที่ยังถูกน้ำท่วมอยู่
ราคาที่ขยับสูงขึ้นจึงไม่ได้ช่วยเกษตรกรบางพื้นที่สักเท่าไร

ไหนๆ
ก็พูดถึงราคายางแล้ว ก็ขอพูดเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับยางไปด้วย
เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องราคายางแล้ว การยางแห่งประเทศไทยก็ดูจะทำงานไปอย่างเงียบๆ
เรื่องที่จะพูดถึงนี้ก็เห็นในข่าวอีกเช่นกัน
และคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมตัว และทำความเข้าใจกับชาวสวนยางเสียแต่เนิ่นๆ
นั่นคือเรื่องของการใช้มาตรฐานสากล
FSC กับไม้ยางพาราFSC
(Forest Stewardship Council) เป็นองค์กรเอกชนภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับไม้และป่าไม้ทั่วโลก
เช่น กลุ่มอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม กลุ่มผู้ผลิตสินค้าจากไม้
องค์กรผู้ให้การรับรองไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
กลุ่มองค์กรเหล่านี้มาร่วมกันจัดทำระบบการให้การรับรองมาตรฐานไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ว่าเป็นไม้และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม้จากป่าธรรมชาติ
หรือป่าปลูกที่มีการจัดการป่าอย่างถูกต้องตามหลักการที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
มีการปลูกไม้แบบยั่งยืนหมายความว่า ต่อแต่นี้ไป
(อันที่จริงจะมีการใช้มาตรฐานนี้ในปี 2563) การค้าไม้
หรือผลิตภัณฑ์จากไม้ทุกชนิดที่จะเข้าสู่ตลาด จะต้องมีตราประทับ หรือใบรับรอง
FSC
ว่าเป็นไม้ที่มาจากป่าธรรมชาติ
หรือป่าปลูกที่มีการจัดการป่าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ไม้ที่ลักลอบตัดโค่นมาอย่างผิดกฎหมายสำหรับไม้ยางพาราในบ้านเรา
นอกจากนำไปแปรรูปเป็นไม้อัด ปาร์ติเกิลบอร์ด และเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับความนิยมแล้ว
เศษไม้ยางพารายังนำไปบดและอัดแท่งทำเป็น
เชื้อเพลิงชีวมวล
ที่ให้พลังงานความร้อนสูง สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วย
เรียกว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษไม้เลยทีเดียว…และอันว่าเชื้อเพลิงชีวมวลนี้
เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศอย่าง ญี่ปุ่น และ ประเทศในยุโรป อย่างมากถ้าไม้ยางที่นำมาทำเชื้อเพลิงชีวมวลไม่มีตราประทับ
หรือไม่ได้การรับรอง
FSC ต่างประเทศก็จะไม่ซื้อ
ผู้ที่จะผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลส่งออกไปขายก็จะไม่ผลิต
โอกาสทองของไม้ยางก็จะหลุดลอยไปสำหรับประเทศไทย
การยางแห่งประเทศไทยจึงจับมือกับบริษัทเอกชนที่จะผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล
ทำโครงการยางประชารัฐ สนับสนุนชาวสวนยางให้ทำสวนยางตามมาตรฐาน
FSC ข่าวว่าดำเนินการเป็นการนำร่องในพื้นที่ 50,000 ไร่ และกำลังจะขยายผล…..ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย
ธีธัช สุขสะอาด คาดว่าภายใน 3 ปี
จะสามารถขยายผลครอบคลุมพื้นที่สวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.การจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนที่ว่านี้
ระบุว่าเริ่มตั้งแต่ปลูกยางไปจนถึงตัดโค่น
ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานนับสิบปีกว่ายางจะเจริญเติบโต และโค่นได้ ดังนั้น 3
ปีที่เหลือ ก็คงยังไม่มีไม้ยางที่ได้รับการรับรอง
FSC มีแต่ไม้โตเร็วที่ปลูกแซมยางที่อาจจะตัดขายได้
ราคาก็คงไม่เท่าไม้ยาง….วันเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่เร่งดำเนินการ
ชาวสวนยางยังไม่รู้ ยังไม่เห็นความสำคัญของมาตรฐาน
FSC ดูท่าโครงการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากไม้ยางพาราที่ได้การรับรองมาตรฐานดังกล่าวคงยังไม่เห็นผลหลายโครงการที่มียางเข้าไปเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
นานวันเข้าก็ถูกลืม อย่างโครงการคาร์บอนเครดิต
ที่มีแนวคิดจะให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายคาร์บอนเครดิต
เพราะสวนยางเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
หรือก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม หรือ
กิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น
ประเทศใดที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อตกลงภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สามารถที่จะซื้อสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากคนอื่นมาชดเชยได้ คาร์บอนเครดิต
คือ สิ่งทดแทนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวนั่นเองไม่มีการพูดถึงคาร์บอนเครดิตในปัจจุบัน….เปลี่ยนผู้บริหาร
เปลี่ยนรัฐบาล โครงการเปลี่ยนโครงการ
FSC ที่ว่ามานี้ก็เหมือนกัน…จะไปได้ไกลแค่ไหน….คงต้องดูกันยาวๆ
ไป…

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่8/9/2560

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/290448

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *