น้ำ

เรื่องน้ำ…กับการผสมยาหน้าหนาว

ฤดูหนาวค่อย ๆ ย่างกรายเข้ามา ช่วงนี้กระมังที่เขาเรียกว่า “ปลายฝนต้นหนาว” จริง ๆ กันเสียที เพราะว่ามีข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เผยแพร่ว่าวันที่ 27 ตุลาคม 2561 จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแบบเต็มตัว จึงมีฝนสั่งลาแบบหนักหน่วงด้วยเช่นกันคืนนี้ โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศจะค่อย ๆ ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดพาความหนาวเย็นจากประเทศจีนลงมาพัดพาดพื้นทีทางภาคอีสานเรื่อยมาจนไปสู่อันดามันผ่านพื้นทีส่วนใหญ่ของประเทศไทยก็ได้นำเอาความชุ่มชื้นลงสู่ทะเลไปด้วย แหล่งกักเก็บน้ำต่าง ๆ ในภาคการเกษตรก็จะค่อย ๆ ลดน้อยร่อยหรอลงไปทีละน้อย ๆ โชคดีที่ปีนี้ฝนดี น้ำดี จึงทำให้ความต้องการน้ำภาคการเกษตรอาจจะเพียงพอต่อการเพาะปลูกไปได้ยาวนาน แต่อย่างไรก็ต้องรอลุ้นกันอีกทีว่าช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ฝนจะมีมากน้อยเพียงไรช่วงระยะนี้ถ้าห้วย หนอง คลองบึง ที่พี่น้องเกษตรกรใช้แหล่งน้ำในการฉีดพ่น ปุ๋ยยา ฮอร์โมน ถ้าไม่สังเกตให้ดีอาจจะมีปัญหาในเรื่องของคุณภาพน้ำ อาจจะทำให้ฉีดพ่นแล้วไม่ได้ผล หรือได้ผลน้อย เนื่องด้วยแหล่งน้ำในปัจจุบันอาจจะมีการปนเปื้อนกลุ่มวัสดุปูนที่เกษตรกรได้ใส่ลงไปปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ เพราะส่วนมากจะมาจากพื้นฐานของปูนเป็นส่วนใหญ่ เช่น โดไลไมท์ (CaMg(Co3)2], ฟอสเฟต [CA3(PO4)], ปูนมาร์ล (Ca(Co3)2ปูนเผา (Cao), ปูนขาว (Ca (oH)2) ฯลฯ ในขณะนี้ปริมาณน้ำมีมาก ความเจือจางของด่างหรือปูนก็น้อยแต่เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศน้อย ความชื้นจากผิวดินก็จะถูกดูดขึ้นไป ปริมาณน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำน้อย ความเข้มข้นของปูนหรือด่างก็มากขึ้น

 

 

 

เมื่อนำนำจากท้องร่อง ห้วย หนอง คลองบึงมาใช้ผสมปุ๋ยยาฮอร์โมน ซึ่งส่วนใหญ่ที่จำหน่ายกันในท้องตลาดจะอยู่ในรูปของกรดซึ่งสังเกตุตรงชื่อสามัญได้ส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วยคำว่า “แอซิด (acid)” เมื่อน้ำเป็นด่าง ตัวปุ๋ยยาฮอร์โมนเป็นกรด เขาก็จะทำปฏิกิริยากัน ได้เท่ากับ กรด + ด่าง ได้แค่เพียงเกลือและน้ำเปล่า เมื่อนำไปฉีดพ่นจึงมักได้ผลน้อยหรือไม่เห็นผล จึงเป็นที่มาทำให้เกษตรกรมักจะต้องแถมเพิ่มเข้าอีกเป็นเท่าหรือสองเท่าตัว การแก้ไขปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก เพียงตรวจสอบค่าความเป็นกรดและด่างของน้ำก่อนที่จะผสมปุ๋ยยาฮอร์โมนว่ามีค่าพีเอชเท่าไร แล้วถ้าเป็นด่างเกิน 7 ขึ้นไปก็ให้ทำการปรับแก้ด้วย น้ำมะนาว, น้ำส้มสายชู, มะขามเปียก, มะเฟือง ฯลฯ หรือถ้าต้องการสิ่งที่ประหยัดและดีกว่าคือได้ทั้งความเปรี้ยวและได้แร่ธาตุซิลิคอนทำช่วยทำให้เซลล์พืชแข็งแกร่งด้วยก็ให้ใช่กลุ่มของกรดซิลิก้าหรือกรดซิลิคอน (H4Sio4) (ชื่อการค้า “ซิลิสิค แอซิด (Silisic Acid)) ซึ่งจะมีความปลอดภัยสูงและช่วยทำให้พืชแข็งแรง อัตราการใช้เพียง 2.5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ต้นทุนประมาณปิ๊ปละ 1 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายวิชาการ 029861680 ถึง 2 หรือ ID Line : @thaigreenagro

 

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *