เห็ดฟาง, สารพันเห็ด

เรียนรู้จากปัจจัยพื้นฐานสู่การเพาะเห็ดฟางมืออาชีพ ตอน 1

เห็ดฟางเป็นเห็ดเศรษฐกิจและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
บวกกับสภาพแวดล้อมในบ้านเรามีความเหมาะสมต่อการเจริญโตของเห็ดฟาง
ไม่ใช่ไทยประเทศเดียวที่ต้องการบริโภคเห็ดชนิดนี้
หลายประเทศก็มีความต้องการเช่นกัน
ระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีหน่วยงานรัฐรณรงค์ให้หันมารับประทานเห็ดแทนการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตวิวัฒนาการเพาะหลากหลายรูปแบบจนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ
เห็ดฟางเป็นเห็ดที่เพาะง่ายไม่ยุ่งยากแต่ถ้าทำไม่ถูกขั้นตอนก็มักจะล้มเหลว
เห็ดฟางจะมีวงจรชีวิตอยู่หลังจากเพาะจนถึงให้ผลผลิตช่วงหน้าร้อน/ฝนใช้เวลาประมาณ 8
วัน แต่ถ้าเป็นหน้าหนาววงจรชีวิตจะใช้เวลาประมาณ 10-12 วัน
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไปกระตุ้น เช่น ถ้าปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นอาจจะเหลือแค่
7 วันก็เป็นได้

      ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การปลูกเห็ดฟาง    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การปลูกเห็ดฟาง

เห็ดฟางเป็นเห็ดที่ให้ผลผลิตเร็วกว่าเห็ดทุกชนิด
แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมในการเพาะด้วยว่า สภาพอากาศเหมาะสมไหม เห็ดฟางจะชอบอากาศร้อน
อุณหภูมิประมาณ 35-37 องศาเซลเซียส
ดังนั้นจะเจริญเติบโตได้ดีช่วงหน้าฝนกับหน้าร้อน
เพราะว่าอากาศร้อนจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของดอกเห็ดได้ดี
ส่วนช่วงหน้าหนาวไม่ดีเพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของดอกเห็ดชนิดนี้
ภาคใต้เหมาะที่จะเพาะเห็ดฟางมากที่สุดเพราะฝนตกชุกและอากาศร้อนชื้น
โดยรวมแล้วประเทศไทยสามารถเพาะชนิดนี้ได้ทุกภาคตลอดทั้งปี
หน้าหนาวผลผลิตอาจจะลดลงบ้าง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำส่งผลให้เห็ดฟางมีราคาสูง
พอย่างเข้าหน้าร้อนเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ฟางข้าวและแรงงานมีมาก คนเพาะมากจึงเป็นธรรมดาที่เห็ดจะมีราคาต่ำลง
ต่างกับหน้าฝนคนส่วนมากจะทำนา ทำให้เพาะเห็ดน้อยลงราคาเห็ดจึงดีขึ้นความชื้นมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ด
ที่สำคัญถ้าความชื้นน้อยเกินไปเส้นใยก็จะเดินช้า รวมตัวเป็นดอกเห็ดไม่ได้
แต่ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในกองเพาะก็ไม่ดี
เส้นใยขาดออกซิเจนทำให้เส้นใยฝ่อ(เน่าตาย)
น้ำที่จะแช่ให้ฟางชุ่มควรต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม
หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ
หรือน้ำที่มีกลิ่นเหม็นก็ไม่ควรนำเอามาใช้ในการเพาะ
น้ำที่ใช้ในการเดินของเส้นใยจะมาจากในฟางที่อุ้มน้ำเอาไว้
และความชื้นจากพื้นแปลงเพาะก็เพียงพอแล้ว
ปกติหลังจากหว่านโรยเชื้อบนกองเรียบร้อยแล้วไม่ควรโชยน้ำอีก
ให้รดเพียงครั้งเดียวช่วงที่หมักฟางทำกองเท่านั้น
หรืออาจจะโชยบ้างเฉพาะกรณีที่ความชื้นน้อยเกินไป
หรือให้ความชื้นนี้โดยการโชยน้ำด้วยบัวรดน้ำรอบๆแปลงเพาะเท่านี้ก็เพียงพอวัตถุดิบที่ดีที่จะนำมาเพาะเห็ดฟางก็เช่นกัน
ควรแห้งไม่เปียกชื้น หรือขึ้นรามาก่อนหน้า จะใช้ได้ดีกว่า
ฟางข้าวที่ใช้ได้ทั้งฟางข้าวเหนียว ฟางข้าวเจ้า หรือแม้แต่ฟางที่นวดเมล็ดออกแล้ว
ยิ่งเป็นตอซังเกี่ยวถอนติดดินยิ่งให้ผลผลิตดี เมื่อเทียบวัสดุที่กล่าวมาก่อนหน้า
เนื่องจากตอซังมีอาหารและอุ้มน้ำได้ดีกว่า
ส่วนอาหารเสริมคือตัวช่วยให้เส้นใยเจริญเป็นดอกเห็ดได้ดี
ให้ผลผลิตสูงกว่าที่ไม่ใส่ประมาณเท่าตัว อาหารเสริมในธรรมชาติเราหาได้จากละอองข้าว
มูลสัตว์ ไส้นุ่น ไส้ฝ้าย ผักตบสับตากแห้ง จอกแหนแห้ง
และเศษวัสดุที่เหลือจากการเกษตร ที่นิ่มอุ้มน้ำได้ดี
พึงตระหนักไว้ว่าวัสดุที่จะนำมาเป็นอาหารเสริม
ต้องไม่สิ้นเปลืองหรือลงทุนมากเกินไป เนื่องจากเห็ดฟางมีอายุเก็บเกี่ยวที่สั้น
จึงจำเป็นต้องพิถีพิถันเลือกเชื้อที่มีคุณภาพ เชื่อถือไว้ใจได้ โรงบ่มเชื้อต้องสะอาด
ที่สำคัญคุณภาพต้องเหมาะสมกับราคาที่ขาย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน
081-3983128 ท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ชมรมฯสอบถามได้ที่
Hotline
สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ Line Center : tga001, tga002, tga003,
tga004 *** สินค้าคุณภาพ…ต้องตราใบไม้ลายธงชาติ เท่านั้น ***

เขียนและรายงานโดย :
นายเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชม email
: thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *