สัตว์ปีก, ปศุสัตว์

เมื่อหนาวให้เพิ่มไฟกกและหมั่นรักษาความสะอาดคอกสัตว์ปีก

NULL

                การกล่าวว่าเชื้อวิสาไข้หวัดนกชอบความหนาวเย็น  ดังนั้นพอหนาวโรคนี้ก็จะระบาด  เป็นการกล่าวที่ผิด  เพราะเชื้อไม่ได้ชอบความหนาว  แต่ชอบอุณหภูมิเท่าตัวนกจนถึงอุณหภูมิตัวคน (42-37  องศาเซลเซียส)  ที่จริงพอหนาวก็ทำให้สิ่งแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการพบอุบัติการณ์ของโรคในโรงเลี้ยงไก่ของเกษตรกรที่ไม่ได้ใช้โรงเรือนระบบปิด  พออากาศหนาวเย็นลง ลูกเป็ดไก่จะไปรวมกลุ่มเบียดกันให้เกิดความอบอุ่น  ทุกตัวจะถ่ายมูลบริเวณนั้นมากหากมิได้เก็บกวาดออกไปให้ทัน  มูลสัตว์จะบูดเน่าเกิดกลิ่นหลายอย่าง  ที่สำคัญคือ  แอมโมเนีย และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือไข่เน่า

fiogf49gjkf0d

                แอมโมเนียมีค่าพีเอชถึง  11  เป็นด่างจัด  เมื่อไก่หายสูดเอาแอมโมเนียเข้าไปจะแสบจมูก เมื่อแอมโมเนียรวมตัวกับความชื้นในระบบทางเดินหายใจก็จะเป็นน้ำด่างก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างแรง  เกิดอาการแพ้  ปล่อยน้ำมูกออกมาเพื่อเจือจางด่าง  ไก่จะไอ จาม ตามแบบของการเป็นหวัด  แอมโมเนียยังกัด หน้า ตา  หงอนจนบวมแดง ต้องเกา คัน บางคนเรียกอาการนี้ว่าหวัดหน้าบวม เป็นหวัดไม่ได้ติดเชื้อ แต่ไก่ก็เครียดจัด และตายเมื่อก่อนคนเลี้ยงไก่เนื้อก็มีปัญหานี้  ไก่ในเล้าตายด้วยหวัดหน้าบวมเป็นจำนวนมากเมื่อใกล้จับขาย เพราะสะสมมูลไก่มากมาตั้งแต่เริ่มเลี้ยง


                แนวทางแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งนอกเหนือการเลี้ยงในเล้าไก่แบบอีแว้ป  คือ ใช้สเม็คไทต์ 3  กก.  ผสมอาหารไก่ 97  กก. ให้ไก่กินทุกมื้อ  มูลไก่จะไม่เหม็น ติดไฟกกให้มาก  เพื่อกระจายไก่ไปตามไฟกกไม่ต้องชุมนุมเบียดกันเพราะความหนาว  เมื่อไก่ตัวโตมีมูลไก่มาก  คอยจัดการอย่าให้มีกลิ่นเหม็น จะโดยการเก็บมูลไก่ออก หรือใช้สเม็คไทต์หว่านทับมูลไก่ทุกวัน  มิให้มีแอมโมเนียออกมารบกวนไก่  (พิทักษ์  แสงอาษา  08-9892-7187)


ที่มา : อ.ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ  นสพ.เดลินิวส์ ฉบับที่ 21,193 วันอังคาร ที่ 23ตุลาคม พ.ศ. .2550 หน้า 10.