กล้วยไม้, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้แบบควบคุมสิ่งแวดล้อม


อุตสาหกรรมกล้วยไม้ของไทย เจริญก้าวหน้าอย่างมากสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดที่มีการส่งออก และไทยอยู่ในอันดับหนึ่งในการส่งออกดอกกล้วยไม้ของโลก โดยกล้วยไม้จากไทยมีความโดดเด่นทั้งในด้านสีสันและรูปร่างของดอก ซึ่งการส่งออกดอกกล้วยไม้และต้นกล้วยไม้มีปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยตลอด ตลาดต่างประเทศจะนิยมสั่งซื้อกล้วยไม้สกุลหวาย เนื่องจากสีสันสดใส และระยะเวลาในการใช้งานนาน ส่วนตลาดในประเทศ ขณะนี้ดอกกล้วยไม้เป็นที่นิยมมากขึ้นกว่าในอดีตเห็นได้จากในงานพิธีและเทศกาลต่าง ๆ ผู้จัดงานหันมาใช้ดอกกล้วยไม้กันมากขึ้น เนื่องจากมีระยะการใช้งานนานและราคาไม่แพง จากเดิมที่นิยมไม้ตัดดอกประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะดอกกุหลาบ ซึ่งเท่ากับว่าความต้องการกล้วยไม้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2549 ประเทศไทยส่งออกดอกกล้วยไม้สดปริมาณ 23,334 ตัน คิดเป็นมูลค่าถึง 2,581 ล้านบาท

 
 

fiogf49gjkf0d

 


                          ในส่วนของกล้วยไม้เมืองหนาวที่เป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศ คือ กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส สำหรับการนำมาใช้เป็นไม้กระถางเพื่อประดับตกแต่งสำนักงานและบ้านพักอาศัยทั่วไป นอกเหนือจากการตัดดอกสดมาใช้ ซึ่งในบางประเทศมีการผลิตกล้วยไม้ชนิดนี้ในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ประเทศไต้หวัน และญี่ปุ่น ประเทศไทยมีการผลิตกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสมานานกว่า 20 ปี แต่ส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างเพาะเมล็ดและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อส่งออกในรูปไม้ขวดไปที่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 430 ล้านบาท นอกจากนี้ยังส่งออกในลักษณะเป็นต้นกล้าและต้นที่ใกล้ออกดอกปีละประมาณ 2-3 ล้านต้น เนื่องจากการผลิตส่วนใหญ่จะเน้นเพื่อการส่งออกทำให้การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ชนิดนี้ในประเทศมีน้อยมาก สาเหตุที่ทำให้กล้วยไม้ชนิดนี้มีราคาสูงก็เนื่องมาจากการปลูกเลี้ยงที่ต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี จึงจะได้ต้นที่ให้ดอกที่สมบูรณ์สวยงาม และปัญหาการกลายพันธุ์และการติดไวรัสอันเนื่องมาจากขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งปัจจุบันกล้วยไม้จะเกิดการกลายพันธุ์สูงถึงร้อยละ 20 ของปริมาณกล้วยไม้ทั้งหมด


 


                           นายคุณาวุฒิ  บุญญานพคุณ ผู้จัดการโครงการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เล่าให้ฟังถึง โครงการนวัตกรรมระบบการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อกล้วยไม้เมืองหนาวแบบควบคุมสิ่งแวดล้อม ของผู้ประกอบการแห่งหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตเนื้อเยื่อกล้วยไม้พันธุ์ฟาแลนนอปซิส และพันธุ์กล้วยไม้เมืองหนาวทุกชนิดเพื่อการส่งออกที่ไม่มีการกลายพันธุ์และการติดไวรัส โดยดำเนินการผลิตอาหารวุ้นเพื่อการขยายพันธุ์กล้วยไม้ให้เหมาะสมกับแต่ละพันธุ์ ผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ที่ออกแบบเป็นพิเศษ


 


                             หัวใจหลักของความสำเร็จในระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาจากประสบการณ์ที่ยาวนานของผู้ผลิต คือ การควบคุมสิ่งแวดล้อมสำหรับระบบการเพาะเลี้ยงที่มีการคุมอุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มแสง และเวลา โดยทุกขั้นตอนการทำงานทำในอาคารปิดและเป็นห้องปลอดเชื้อโรค นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคพิเศษบางประการในการเร่งการเจริญเติบโตโดยไม่ต้องใช้ฮอร์โมนที่ทำจากสารเคมี มีการควบคุมการเปลี่ยนถ่ายอาหารซึ่งปรับปรุงขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับสายพันธุ์และมีความเสถียรมากที่สุด


 


                             ในด้านของต้นทุนการผลิตสามารถลดต้นทุนได้ถึง 7 เท่า หากเปรียบเทียบกับการว่าจ้างเพาะพันธุ์ในต่างประเทศ และมีอัตราสูญเสียน้อย กว่าร้อยละ 3 ของปริมาณทั้งหมด ซึ่งแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตจะมุ่งสู่การลดน้ำหนักในการส่งออกโดยการเปลี่ยนมาใช้ขวดพลาสติกทดแทนการใช้ขวดแก้วที่มีต้นทุนสูงกว่า กระบวนการเหล่านี้จะทำให้เกิดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ของประเทศไทยให้เป็นผู้นำในตลาดโลก


 


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 26 ธันวาคม 2550
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=50638&NewsType=2&Template=1