การเกษตร, ข่าวเกษตร

เพลี้ยจักจั่นปีกลายหยัก บุกนาข้าวที่ลำพูน

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560
ที่ผ่านมานายนิรุทธ์ ลังการ์พินธุ์ เกษตรอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ได้มอบหมายให้
นายสุนทร ตะนาวศรี และ นางสาวภาวิณี ตาจุมปา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร
สำนักงานเกษตรอำเภอลี้
เข้าตรวจสอบพื้นที่นาข้าวที่ได้รับแจ้งจากเกษตรกรว่าเกิดการระบาดของศัตรูพืชเมื่อวันที่
29 สิงหาคม 2560
ที่ผ่านมานายนิรุทธ์ ลังการ์พินธุ์ เกษตรอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ได้มอบหมายให้
นายสุนทร ตะนาวศรี และ นางสาวภาวิณี ตาจุมปา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร
สำนักงานเกษตรอำเภอลี้
เข้าตรวจสอบพื้นที่นาข้าวที่ได้รับแจ้งจากเกษตรกรว่าเกิดการระบาดของศัตรูพืช
  ในพื้นที่ตำบลศรีวิชัย
อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลศรีวิชัย
จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นพบการระบาดของเพลี้ยจักจั่นปีกลายหยัก
กินพื้นที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร และได้แนะนำการป้องกันกำจัดให้เกษตรกร
และจะรายงานให้ทางเทศบาลตำบลศรีวิชัยรับทราบเพื่อหาแนวทางในการป้องกันกำจัดระยะยาวต่อไป

สำหรับเพลี้ยจักจั่นปีกลายหยักในตัวเต็มวัยจะมีลักษณะคล้ายเพลี้ยจักจั่นสีเขียว
แต่ขนาดจะเล็กกว่า มีลำตัวยาวประมาณ
2 มิลลิเมตร
สีขาว ปีกสองข้างมีลายหยักสีน้ำตาลเป็นทาง เพศเมียวางไข่บริเวณเส้นกลางใบของข้าว
ประมาณ
100-200 ฟอง วางไข่เดี่ยว ๆ ระยะไข่นาน 4-5 วัน ตัวอ่อนมีสีขาว ในขณะที่เพลี้ยจักจั่นมีสีเขียวอ่อน ตัวอ่อนมี 5 ระยะ เพลี้ยชนิดนี้สามารถเข้าทำลายต้นข้าวได้ตั้งแต่ระยะเตรียมกล้า
ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจนใบข้าวซีดเหลือง ถ้ามีปริมาณมาก ๆ
ก็จะทำให้ใบข้าวและทั้งต้นแห้งไหม้
และตัวของเพลี้ยสามารถเป็นพาหะนำโรคใบสีส้มได้ด้วย คือต้นข้าวจะมีอาการสีแสดจากปลายใบที่ใบล่างและจะเป็นสีแสดทั่วทั้งใบยกเว้นเส้นกลางใบ
ใบที่เป็นโรคทั้งใบจะม้วนจากขอบใบทั้งสองข้างเข้ามาหาเส้นกลางใบทำให้ใบแห้งในที่สุด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อสังเกตประการหนึ่งว่า
เพลี้ยจักจั่นจะเข้าระบาดมากที่สุดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวที่ค่อนข้างหนาแน่น
และต้นข้าวมีการเจริญเติบโตดีอวบอ้วนเขียวมากเกินปกติ ซึ่ง
จะตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมของเกษตรกรที่ชอบใช้เมล็ดข้าวในการเพาะปลูกมากกว่า
1 ถังครึ่งต่อพื้นที่ 1 ไร่
และนิยมใช้ปุ๋ยยูเรียที่มีการผสมกับหินแร่ภูเขาไฟ
ตามคำแนะนำของผู้จำหน่ายปุ๋ยมากเกินไป
 ซึ่งช่วยทำให้เป็นปุ๋ยเกิดการละลายช้า
โดยที่บางครั้งเกษตรกรนำมาใช้ในระยะที่ยังไม่ถูกช่วงเวลาที่เหมาะสม
และนิยมใส่ในระยะที่ข้าวยังไม่เกิดการแตกกอ
ทำให้เนื้อปุ๋ยมีความเข้มข้นและมากเกินไป
เมล็ดข้าวที่เริ่มงอกออกมาแต่ยังไม่แตกกอจึงดูดกินเข้าไปมากจนเกิดอาการเฝือใบ

สำหรับเพลี้ยจักจั่นปีกลายหยัก
หากมีปรากฏในแปลงนาข้าว เมื่อเกษตรกรสังเกตพบเบื้องต้นสามารถป้องกันได้ด้วยตนเอง
ด้วยการใช้แสงไฟล่อแมลงทำการล่อในแปลงช่วงกลางคืน จากนั้นนำมาทำลาย
ส่วนการป้องกันทำได้ด้วยการปลูกข้าวในแปลงปลูกพร้อม ๆ กัน
หากแปลงใดเคยผ่านการระบาดของเพี้ยชนิดนี้มาแล้วหลังเก็บเกี่ยวควรปล่อยพื้นนาว่างไว้ระยะหนึ่ง
ไม่ควรทำการเตรียมแปลงเพื่อปลูกข้าวอีกทันทีเพื่อตัดวงจรชีวิตของเพลี้ย
และควรพิจารณาเลือกปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานเพลี้ย เช่น ข้าวพันธุ์ กข4 กข9 กข21 กข23 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 ชุมแพ 60 เก้ารวง 88 แก่นจันทร์ นางพญา 132 พวงไร่
ซึ่งจะทำให้เพลี้ยไม่เข้ามารบกวนและเกษตรกรไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติมเพื่อซื้อสารเคมีเข้ามากำจัดอีกด้วย.

 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  ฉบับวันที่ 8/9/60

เว็ปที่มา
https://www.dailynews.co.th/agriculture/596730

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *