พืชผักพืชไร่อื่นๆ, พืชผัก-พืชไร่

“เผือก”กับเทคนิคการดูแลให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ


ปัจจุบันนี้ ภาคเกษตรค่อนข้างจะเงียบเหงาซบเซาลงเยอะเลย
หันไปทางไหนก็เจอแต่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ที่เป็นข่าวดังที่สุดก็คงเป็นมะนาว
ที่มีข่าวต่างๆนาๆออกมา ขนมาทิ้งเป็นตันๆมั่งละ ขนมาแจกกันมั่งล่ะ
ขายยกกระสอบกันมั่งละ เห็นแล้วก็อดถอนหายใจยาวๆไม่ได้
และที่มีข่าวตามๆกันมาก็คงจะเป็นกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหว้า หอมทอง
กล้วยไข่ ทั้งเลี้ยงด้วยหน่อหรือว่าเพาะเลี้ยงด้วยเนื้อเยื่อ ราคาตายหมด
จากหวีละเกือบ 100 บาท เหลือ 20-30 บาท คนปลูกคอตกตามๆกันไม่ต่างจากชาวมะนาว
เห็ดแล้วก็หดหู่ใจครับ ว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น ยังไงก็สู้ๆกันต่อไปครับ
ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป ครับพี่น้องชาวไทย…….

      

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แปลงเผือก     ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แปลงเผือก

วันนี้นำเรื่องราวของพืชผักหรือบางคนคิดว่าเป็นผลไม้
นั้นก็คือเผือก มานำเสนอให้กับท่านทั้งหลายได้ทราบข้อมูลถึงความน่าสนใจ
อย่าพึ่งเมินและหันหน้าหนีกันครับ อ่านศึกษาสูกันไปเรื่อยครับ
แล้วความสำเร็จจะมาเยือนทุกท่านเอง……….เผือกเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจที่คนที่อยากหันมาทำเกษตรทั้งเป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริม
น่าจะทดลองปลูกดู คนไทยนิยมบริโภคเผือกเพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติดี
เป็นพืชหัวที่เป็นพืชอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง
หัวเผือกจะมีส่วนประกอบจำพวกแป้งและแร่ธาตุต่าง ๆ
ส่วนใบประกอบไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุ ซึ่งใบเผือกสามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย
ปัจจุบันเผือกกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง
ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย 
ประเทศไทยมีการปลูกเผือกอยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ส่วนจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกที่สำคัญ
ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา สุรินทร์ สระบุรี อยุธยา
สิงห์บุรี ปราจีนบุรี นครนายก นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี สุพรรณบุรี ชุมพร
และสุราษฎร์ธานี 
โดยเผือกที่นิยมปลูกมากที่สุดคือเผือกหอม แต่ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกเผือกนั้นจะพบปัญหาเรื่องหัวของเผือกมีขนาดเล็ก
น้ำหนักน้อย
โดยการเพิ่มแป้งและขนาดเป็นปัญหาหลักๆของเกษตรกรที่ปลูกเผือกเลยก็ว่าได้
รองลงมาก็ปัญหาจากโรคและแมลง ดังนั้นวันนี้ทางผู้เขียน(ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)
ก็จะมาอธิบายเทคนิคการเพิ่มแป้งและเพิ่มน้ำหนักมาให้เกษตรกรผู้ปลูกเผือกได้นำไปทดลอง
ทดสอบดูว่าจะได้ผลจริงไหม
อันดับแรกของการปลูกเผือกก็จะต้องเช็คตรวจสภาพดินที่จะนำเผือกลงเพาะปลูกนั่นเองครับ
โดยดินจะต้องร่วนซุนค่า
PH ของดินจะต้องอยู่ที่ 5.8-6.3
เผือกจะได้รับปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆได้อย่างเต็มที่
อันดับต่อมาคือการใส่ปุ๋ยโดยการใส่ปุ๋ยต้องใส่เดือนละ 1 ครั้งพร้อมการพรวนดินโคนต้นและการกำจัดวัชพืช
โดยการฉีดปุ๋ยช่วงแรกให้ใช้สูตร 46-0-0 เพื่อเร่งต้นประมาณ 50-100 กรัม/น้ำ 20
ลิตร และอาจจะฉีดธาตุรองธาตุเสริม(ซิลิโคเทรซ+ไคโตซาน
MT) ทางใบเพิ่ม
เพราะเผือกต้องการปุ๋ยมาก ดินจะต้องชุ่มชื้นตลอด การใส่ปุ๋ยรอบ 2 ควรจะใช้สูตร
6-32-32 เพื่อเพิ่มแป้งและเกร็ดสุดท้ายคือการขยายหัวให้ใหญ่และมีน้ำหนักคือ
ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 กับ 0-52-34
ผสมร่วมกันแล้วฉีดพ่นตอนช่วงก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 15 วัน
โดยสูตรนี้จะเร่งขยายหัวให้ใหญ่และมีน้ำหนักมากโดยจะสังเกตเห็นดินที่โคนต้นนั้นแตกแยกออกมานั่นเป็นเพราะหัวเผือกนั้นใหญ่ขึ้นมานั่นเอง
เกษตรกรท่านใดที่จะทดลองก็สามารถนำไปทดลองกันได้นะครับพืชจำพวกมันสำปะหลังก็สามารถใช้ได้ครับสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
นายจตุโชค จันทรภูมี(ผู้เขียน) โทร0859205846 /
LINE ID : tga001 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
โทร.029861680-2

       

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไคโตซานของชมรมเกษตรผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ซิลิโคเทรซ

เขียนและรายงานโดย :
นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

แนะนำติชม : thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *