โรคและศัตรูพืชผักพืชไร่, พืชผัก-พืชไร่

เทคนิคการใช้จุลินทรีย์ “คัทออฟ (cut off)” ปราบเพลี้ยอ่อนฤดูหนาว

ประเทศไทยกรายย่างเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ปี พุทธศักราช 2561 หลายเมืองต่างจังหวัดเริ่มทยอยหนาว คนแต่เก่าก่อนมักจะพูดว่า ถ้าปีไหนหนาวนาน ปีนั้นผลหมากรากไม้จะติดดอกออกผลดี ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก (Supply) ถ้าผู้บริโภคมีความต้องการน้อย (Demand) ราคาก็จะถูก แต่ถ้าความต้องการในการบริโภคมีสูงกว่าผลผลิต ราคาผลิตผลภาคการเกษตรในปีนั้นก็จะแพง….แต่ส่วนใหญ่อะไรที่ถูกผลิตออกมามาก ๆ มักจะราคาตกต่ำ โดยเฉพาะผลิตผลภาคการเกษตร

อากาศที่หนาวเย็น ส่งผลให้พืชส่วนใหญ่หยุดการใช้ไนโตรเจนไปโดยปริยาย เนื่องด้วยความชุ่มชื้นของสภาพดินจะลดน้อยถอยลงไปตามฤดูกาล ในฤดูฝนน้ำฝนเป็นตัวทำละลายแร่ธาตุไนโตรเจนจากอินทรียวัตถุที่ย่อยสลายด้วยกระบวนการทางธรรมชาติโดยจุลินทรีย์จึงทำให้มีไนโตรเจนไปหล่อเลี้ยง กิ่ง ก้าน ใบ ให้เขียวสดใสอยู่ตลอดเวลา ไนโตรเจนที่ส่งผลให้กิ่ง ก้าน ใบ ของพืชของอวบอ้วน จึงเป็นปัญหาเรื่อง “หนอน” หรือกลุ่มศัตรูพืชปากกัดที่จะเข้าทำลาย

 

 

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวและแล้ง  ผืนดินรอบโคนต้นและทรงพุ่มแห้ง พืชจึงได้รับไนโตรเจนน้อยและเปลี่ยนแปลงไปสะสมแป้งและน้ำตาลแทน กระบวนการนี้ถ้า ไนโตรเจนน้อยกว่าคาร์บอน พืชก็จะเจริญและพัฒนาไปเป็นตาดอกได้ง่าย เกษตรกรจึงมักนิยมใช้ฮอร์โมนไข่ น้ำตาลทราย ปุ๋ยโมโนโพแทสเซียมไนเตรท ปุ๋ยโพแทสเซียมเข้ามาช่วยกระตุ้นให้พืชออกดอกได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้

ความหวานของพืชในช่วงฤดูกาลนี้ ดึงดูดให้กลุ่มแมลงปากดูดเข้ามาสร้างอาณาจักรในเรือกสวนไร่นาของเรา โดยเฉพาะกลุ่มเพลี้ยอ่อน ซึ่งสามารถออกไข่ขยายพันธุ์ได้คราวละ 200-300 ฟอง เมื่อตัวอ่อนฟักออกจากไข่ และเกาะกลุ่มรวมตัวทับซ้อนกันอย่างหนาแน่น เกษตรกรที่ใช้สารเคมีฉีดพ่นแล้วไม่ได้ผลก็มาจากสาเหตุนี้ด้วยเช่นกัน คือยาเคมีทำลายได้แต่ตัวพ่อแม่ที่อยู่ด้านบน แต่ไม่สามารถซึมซาบลงมาฆ่าตัวอ่อนที่อยู่ด้านล่างได้ ยิ่งจ้างคนงานที่ฉีดพ่นสารเคมีด้วยความฉาบฉวย ทำแบบขอไปที เดินเร็วเกินไป ยิ่งทำให้ผลลัพธ์ก็ยิ่งแย่ลงไปอีก

การแก้ปัญหาเรื่องนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงเปลี่ยนจากอาวุธธรรมดา มาเป็นอาวุธชีวภาพ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสามารถแพร่กระจายขยายพันธุ์ส่งผลทำให้เพลี้ยอ่อนนั้นตายแบบยกรังได้เช่นเดียวกัน การใช้จุลินทรีย์บิวเวอร์เรีย ที่มีชื่อการค้าว่า “คัทออฟ (cut off”) โดยเสริมด้วยตัวทำลายคราบไขมันของเพลี้ยเสียก่อน โดยการใส่สารจับใบ (ชื่อการค้า “ม้อยเจอร์แพล้นท์”) หรือ “ไบโอฟิล์ม 200” หรือบางคนอาจจะชอบ น้ำยาล้างจานก็ได้ (แต่ปัจจุบันสารจับใบคุณภาพดีราคาเหมาะสมก็มีให้เลือกมากมาย) ลงไปเสียก่อน แล้วจึงเติมเชื้อสำเร็จรูป “บิวเวอร์เรีย (Beauveria Bassiana spp.)” ลงไปในอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 3 – 7 วัน สปอร์ของ “บิวเวอร์เรีย (Beauveria Bassiana spp.)” เมื่อผสมกับสารจับใบจึงมีประสิทธิภาพในการเกาะยึดกับตัวเพลี้ยอ่อนและความชื้นที่ซึมซาบเข้าสปอร์ได้ง่ายจึงทำให้เกิดการเจริญเติบโตงอกเป็นเส้นไยทะลุทะลวงทำลายกลุ่มก้อนของประชากรเพลี้ยอ่อนลงไปได้โดยง่าย โดยคุณสมบัติที่เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถแพร่กระจายได้

 

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com