ข้าว

เทคนิคการป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าวแบบปลอดสารพิษ

ถ้าพูดถึงแมลงศัตรูข้าวที่ชาวนาจะพูดถึงเป็นอันดับต้นๆคงหน้าไม่พ้นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ที่เคยสร้างวีรกรรมไว้ให้ชาวนาจดจำกัน เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2552 – 2553 ที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว ทั่วทุกพื้นที่ที่เป็นนาข้าวในประเทศไทย จนกลายเป็นวาระแห่งชาติในเวลานั้น ซึ่งการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จะระบาดในช่วงฤดูหนาว – ช่วงฤดูร้อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะชอบสภาพแวดล้อมที่มีความแห้งแล้ง ไม่ชื้น สร้างปัญหาให้กับเกษตรกรที่ทำนาเป็นอย่างมากในช่วงที่ทำนาในฤดูนี้ ดังนั้นเกษตรกรควรมีการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาโดยการศึกษาเกี่ยวกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเพื่อการรับมืออย่างถูกวิธี ผู้เขียนเลยขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้ทราบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นแมลงจำพวกปากดูด ตัวเต็มวัยมีลำตัวสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลปนดำ มีรูปร่าง 2 ลักษณะ คือ ชนิดปีกยาว และชนิดปีกสั้น ชนิดมีปีกยาวสามารถเคลื่อนย้ายและอพยพไปในระยะทางใกล้และไกล โดยอาศัยกระแสลมช่วย เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลส์ท่อน้ำท่ออาหารบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ ทำให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลืองแห้งลักษณะคล้ายถูกน้ำร้อนลวก แห้งตายเป็นหย่อมๆเรียก “อาการไหม้ ” โดยทั่วไปพบอาการไหม้ในระยะข้าวแตกกอถึงระยะออกรวง ซึ่งตรงกับช่วงอายุขัยที่ 2-3 ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว นาข้าวที่ขาดน้ำตัวอ่อนจะลงมาอยู่ที่บริเวณโคนกอข้าวหรือบนพื้นดินที่แฉะมีความชื้น

วิธีการจัดการกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว แบบชมรมเกษตรปลอดสารพิษ จะแนะนำให้ใช้ 1 ในผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5 เสือจุลิทรีย์ชีวภาพ คือเสือตัวที่4 ที่ชื่อ “คัทอ๊อฟ” ซึ่งเป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์บิวเวอร์เรีย บาสเซียน่า เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย ที่นำมาใช้ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช อาทิ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น หนอนกอ หนอนห่อใบ แมลงสิง แมลงหล่า ด้วงหมัดผัก ทั้งช่วงวัยอ่อนและวัยแก่ ขั้นตอนการทำงานหรือเข้าทำลายของจุลินทรีย์“คัทอ๊อฟ” นั้น จะแทรกเข้าไปตามเนื้อเยื่อที่อ่อน ๆ หรือตามของเหลวในตัวเพลี้ยหรือหนอนต่าง ๆ และเจริญเติบโตออกมาข้างนอกเมื่อพร้อมที่จะแพร่สปอร์ สปอร์จะมีสีขาวขุ่น เมื่อแมลงสัมผัสเชื้อ หลังจากสัมผัสเชื้อ 1 วันแมลงจะเริ่มป่วยและหยุดทำลายพืช และจะตายภายในระยะเวลา 3-5 วันสำหรับอัตราการใช้และเทคนิคการใช้ “คัทอ๊อฟ” ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ให้ผสม “คัทอ๊อฟ” ปริมาณ 50 กรัม กับน้ำ 20-25 ลิตร(1 ถังฉีด) หรือ “คัทอ๊อฟ” 500 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร นำไปฉีดพ่นในแปลงนาที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยการฉีดพ่นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรฉีดให้ละเอียด ฉีดให้เปียกชุ่ม(เหมือนฝนตก) โดยเฉพาะข้าวที่อยู่ในช่วงตั้งท้องเพราะข้าวช่วงนั้นจะหนาแน่น ถ้าฉีดแบบผ่านๆไม่ละเอียดอาจทำให้ตัวยา“คัทอ๊อฟ” ลงไปไม่ถึงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ชอบอาศัยอยู่ที่กอข้าว และควรใส่ ม้อยเจอร์แพล้นท์(สารจับใบ) ในอัตรา 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพ “คัทอ๊อฟ” ให้ทำงานได้ดีและเร็วขึ้นด้วยหลังจากฉีดพ่น จุลินทรีย์“คัทอ๊อฟ” 3 วันให้เกษตรกรไปแหวกดูกอข้าวในแปลงนา จะพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแห้งตายคาต้นข้าวโดยลักษณะจะเห็นเป็นใยสีข้าวเหมือนใยแมงมุมตามตัวเพลี้ยกระโดด และจะไม่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้ามาในแปลงนาที่ฉีด “คัทอ๊อฟ” ในระยะเวลาหลังจากนั้น 7-10 วันเป็นอย่างน้อย ข้อดีของเกษตรกรที่ใช้วิธีแบบชมรมเกษตรปลอดสารพิษ จะประหยัดทั้งค่ายา ค่าจ้างฉีด และผลผลิตก็ไม่เสียหายอีกด้วย……สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณจตุโชค จันทรภูมี (โทร.085-9205846) / LINE ID : tga001 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.02-9861680-2

เขียนและรายงานโดย นายจตุโชค จันทรภูมี (นักวิชาการ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
เสนอแนะติชม email : thaigreenagro@gmail.com