จุลินทรีย์, โรคแมลงศัตรูพืช, คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

เทคนิคการทำมะม่วงนอกฤดูปลอดสารพิษ

มะม่วงมีสารแพคโคลบิวทราโซล สารแพคโคลบิวทราโซลเป็นสารที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของสาร GA ทำให้หยุดสร้างยอดอ่อน เมื่อหยุดการสร้าง

ยอดอ่อนก็ทำให้เกิดการสะสมแป้งและน้ำตาลส่วนใหญ่เราจะเก็บมะม่วงในช่วงเดือน เมษายน  หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วก็อาจจะต้องใส่ปุ๋ยบำรุงต้น กิ่ง ก้าน ใบ ตาม

สภาพแวดล้อมของมะม่วงในแต่ละท้องที่ ในแต่ละพื้นแผ่นดิน ที่มีความแตกต่างกัน แน่นอนครับว่าหลังที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ดินถูกดูดกินไปใช้เลี้ยง

ดอกผลและก็ถูกเก็บเกี่ยวผลผลิตออกไป ต้นละร้อยกิโล แปดร้อยกิโล สามร้อยกิโลก็ว่าไป ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตที่ออกจากสวน จากแปลงไป นำเอา

ปุ๋ย อาหารและความอุดมสมบูรณ์นั้นออกไปด้วย เมื่อเก็บเกี่ยวมะม่วงแล้วก็ต้อง บำรุง คนที่ทำมะม่วงเป็นสวนอินทรีย์ ทำแบบโคกหนองนาเล็กๆน้อยเนี้ยก็จะต้องบำ

รุงด้วยปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ที่มีส่วนประกอบของไนโตเจน ที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าเป็นดินทรายแล้วทำธุรกิจเกษตรทำเป็นอาชีพ เก็บ 5ไร่ 10 ไร่ ยังต้องบำรุง

ปุ๋ยยังชัดเจน อย่างก็ต้อง ต้องใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 , 16-16-16 รวมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก หรือรวมกับ 46-0-0 หลังจากที่เราได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เรา

ต้องบำรุงต้นให้มีความอุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะได้ทำการตัด แต่ง กิ่ง  การตัด แต่ง กิ่ง มะม่วงนอกฤดูมีความสำคัญ เพราะว่าเรามีความมุ่งมั่นที่จะได้ผลผลิตที่เต็มเม็ด

เต็มหน่วย อาหารทุกหยดทุกเม็ดต้องไม่ศูนย์เสียไปกับกิ่ง ก้าน ใบ ที่เป็นส่วนเกิน หรือเป็นกาฝาก เพราะว่าจะทำให้เราสินเปลืองปุ๋ยไปโดยปล่าวประโยชน์ เพราะฉะ

นั้นการบำรุงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว เราต้องตัดแต่ง กิ่ง ทรงพุ่ม ให้อยู่ในร่มเหงา กิ่งกระโดน กิ่งน้ำค้าง ก็ต้องตัดออกให้หมด เพื่อให้แสงแดดนั้นส่องถึงใบที่มี

คอลลาซิวสีเขียว ช่วยในเรื่องของการสังเคราะห์ เปลี่ยนพลังเป็นคอนบอน คาร์โบไฮเดรท และก็สังเคราะห์เป็นกรดอะมีโนต่างๆ ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของมะม่วงเรา

หลังจากที่เราตัด แต่ง กิ่ง และก็ดูแลก็ฉีดพ่นพวกจุลธาตุทางใบ 7 วัน/ครั้ง หรือ 15วัน/ครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมความอุดมสมบูรณ์ของต้นและที่สำคัญผมก็คิดว่า

องค์ความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงนั้นก็มีความสำคัญ ไม่ใช่หลับหูหลับตาฉีดบำรุง พ่น ปุ๋ยยาฮอร์โมน เป็นนกแก้วนกขุนทองตามที่เซลล์ได้

แนะนำ  หรือนั้นอาจจะทำให้กำไรของเรานั้นลดน้อยถอยลงได้ เพราะฉะนั้นการจะใส่ปุ๋ยในรอบต่อๆไปก้ต้องสังเกตุสีใบว่ามันเหลือง มันซีด หรือเซลล์มันขาดแคล

นอะไรหรือเปล่า แต่ถ้าใส่ปุ๋ยทางดินไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราปลูกมะม่วงเป็นมืออาชีพปลูกเป็นทำธุรกิจเพื่อขายเนี้ย การให้กลุ่มของธาตุลอง ธาตุเสริมอย่างพวก

เหล็ก ทองแดง แมกกานีท สังกะสี โบรอน ลิคเกิน ทองแดง ไคโตซาน ซิลิก้า ก็มีความจำเป็นก็ต้องฉีดพ่นด้วย เช่นเดียวกัน เราก็จะบำรุงล่อเลี้ยงไปประมาณสัก

เดือน กรกฎาคม สิงหาคม ในช่วงนี้ก็จะมีใบอ่อนแตกสร้างแม่ครัวปลุงอาหารขึ้นมาอาจจะเป็นสักรุ่นสองรุ่น เราก็ต้องทำการบำรุงฉีดพ่นสูตร 1-1-4 ในช่วงที่เดือนก

รกฎาคมกับสิงหาคม เพื่อสะสมอาหารหรือฉีดสูตร พวก 0-52-34 ในที่นี้ผมยังไม่อยากให้ใช้พวก ไพโอยูเรีย หรือพวกสารอื่นๆที่ทำให้ออกนอกฤดูแบบที่ประชาชน

คนทั่วไปทำ เราสามารถทำในรูปแบบที่ปลอดภัยได้ สูตร 1-1-4 เรามีสัดส่วน อัตราที่ใช้แจก สูตรสะสมใบแก่ให้พร้อมกันทั้งสวน เราต้องใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎา

คมกับสิงหาคม ในช่วงถ้าเพื่อนๆได้อ่านในครั้งก่อนเกี่ยวกับการเรื่องเปิดดอกให้ติดตั้งยอดถึงโคน ก็จะใช้หลักการเดียวกันว่าเราก็ต้องทำความสะอาดโคนต้น ทำ

ไมต้องใช้สูตรเรโช ไนโตรเจน 1 ฟอสฟอรัส 1  เคหรือโพแทสเซียม 1 เพราะว่าเราต้องการให้ มะม่วงนั้นมีการออกดอกพร้อมเพียงกันทั้งสวน แล้วถ้าบังเอิญมีฝนน

อกฤดู เราอาจจะต้องใช้สูตรยับยังใบอ่อนป้องกันผลร่วงเพราะว่าในช่วงนี้บางทีก็มีฝนหลงฤดู เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาที่เราทำมะม่วงเป็นอาชีพ  สูตรยังยังใบอ่อน

เนี้ยก็จะมี สูตร 0-52-34 โพแทสซียม ฟอสเฟต นั้นเอง  อัตราประมาณสัก 30 กรัม  และก็ 0-0-50 โพแทสเซียมซัลเฟต 50 กรัม แล้ว บวก น้ำตาลทราย 50 กรัม

ฮอร์โมนไข่  50 ซีซี และไคโตซาน ประมาณ 10 ซีซี แล้วก็ผสมในน้ำ 20 ลิตร เวลาเราเจอฝนหลงฤดู ส่วนทางดินเราจะใช้ปุ๋ยละลายช้า 1-1-4  แล้วเราก็แดบำรุง

ทางใบด้วยโยการใช้ กลุ่มของจำพวกจุลธาตุ หรือสารสกัดจากเปลือกกุ้ง กระดองปู แกนปลาหมึก เผื่อบำรุงใบให้ได้รับทั้งธาตุรองธาตุเสริม ช่วงนี้เราอาจจะบำรุง

ถ้ามีช่อดอกเกิดขึ้น จะมีปัญหามากถ้าในกรณีที่มี เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยไฟไรแดงของแนวชีวภาพเราจะใช้พวกบูเวเรียกับเมธาไรวียม บูเวเรียกับเมธาไรเซียมนั้น

ชื่อการค้าจะชื่อว่า คัทอ๊อฟ,ฟอร์แทรน ประมาณสัก 45 วัน มักเกิดช่อดอกสิ่งที่เราจะระมัดระวังหรืออ่อนประสบการณ์ช่วงนี้จะมีเพลี้ยไฟไรแดง เราอาจจะต้องฉีด

พ่นด้วยสารสกัดจากกระเทียมพริกไทยดำหรือน้ำหมักจากข่าแก่เพื่อป้องกันเพลี้ยไฟไรแดง สูตรป้องกันเพลี้ยไฟไรแดงของเราก็จะมี กระเทียม 2 ขีด พริกไทยดำ

1 ขีด พริกป่น 1 ขีด น้ำส้มสายชู 500 ซีซี และก็หมักกับแอลกฮอร์หรือเหล้าขาว500สี เอามาฉีดในการป้องกันเพลี้ยไฟที่เราไม่สามารถมองได้ด้วยตาป่าวเห็น ใน

ระยะที่สร้างช่อดอกแล้วก็ดูแลไปจนผลมะม่วง ถ้ามีเพลี้ยโรคแมลงราไร แต่ถ้าเป็นแฟนชมรม เราก็รู้จักกันดีในกลุ่ม 5 เสือจุลินทร์ชีวภาพ ในการป้องกันกำจัดโรค

และแมลง หรือว่ามีปัญหาของแมลงศัตรูพืชเข้ามาวางไข่ก็ป้องกันด้วยขมิ้นชัน ไพร่ ฟ้าทะลายโจร ตระไคร้หอม ก้านพลู เอามาใส่ เอามาฉีดพ่นเพี่อไม่มีให้มีโรค

แมลงศัตรูพืชมารบกวน พอติดผลเท่าไข่เป็ด ในช่วงนี้มีความสำคัญเช่นเดียว เราอาจจะต้องใช้กระดาษหรือถุงกระดาษในการห่อ เราก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผล

ผลิตมะม่วงนอกฤดูในช่วงสิงหาคมกับกันยายนได้หนึ่งรุ่น ได้เก็บเกี่ยวผลมะม่วงที่ออกนอกฤดุกาลได้แล้วเนี้ย เราก็จะสามารถนำปุ๋ยสูตรเสมอหรือยูเรียพรมน้ำ

พอชื้นเป็นปุ๋ยละลายช้าคลุกผสมกับตัวภูไมท์หรือพูมิช หว่านลงไปบำรุงรอบที่สอง ถ้าปีนั้นบังเอิญในช่วง พฤศจิกายน ธันวาคม  มกราคม มีความหนาวมาก

เพียงพอมะม่วงชุดที่เก็บเกี่ยวนอกฤดูกาลนี้ เข้าก็จะมีความสามารถในการสะสมอาหารในความหนาวเย็นและก็ไปผลิดอกออกผล ในช่วงมกราคม กุมภาพันธ์

การดูแลบำรุงป้องกันรักษาก็จะเหมือนในช่วงที่เราทำให้เกิดการออกดอกนอกฤดูกาล ในช่วงกรกฎาคมกับสิงหาคม หากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถสอบ

ถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

 

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือ โทร 084-5554210 Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com