อรรถประโยชน์หินแร่ภูเขาไฟ, หินแร่ภูเขาไฟ

เก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยใช้สารอุดบ่อ

ปัญหาการขาดแคลนนั้น เกิดจากการไม่มีหรือขาดแคลนน้ำ สำหรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การอุปโภค บริโภค การเกษตร การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การอุตสาหกรรม การคมนาคมทางน้ำ เป็นต้น มีหลายท่านที่ประสบปัญหากับการเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง แล้วเก็บน้ำไม่อยู่ วันนี้ทางผู้เขียน จะมาแนะนำวิธีการ

แก้ปัญหาเพื่อเป็นวิทยาทาน และการใช้เครื่องมือสำหรับต้านภัยแล้ง โดยการใช้สารอุดบ่อ ร่วมกับหินแร่ภูเขาไฟ สเม็คไทต์ ในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อ หินแร่ภูเขาไฟ

100   โดยเริ่มแรกนั่นก็คือก่อนช่วงจะเข้าหน้าฝนให้ ขุดบ่อพื้นที่ที่ตัวเองขนาดก็ตามความต้องการของแต่ละท่าน ต่อมาก็ให้ขุดหน้าดินที่ก้นบ่อและขอบบ่อออกไว้

บนขอบบ่อลึกประมาณหนึ่งฝ่ามือ จากนั้นให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า สารอุดบ่อขนาด 2 กิโลกรัมผสมร่วมกับสเม็คไทต์ชนิดผง 100 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันและ

นำไปหว่านที่พื้นบ่อที่ได้นำหน้าดินออกไปนั่นเองเกษตรกรควรหว่านให้ทั่วทั้งบ่อแต่ควรจะเน้นที่พ้นบ่อให้มากกว่าขอบบ่อเพราะจุดที่จะเสียน้ำของบ่อนั่นก็คือพื้น

บ่อเพราะเป็นจุดที่มีแรงดึงดูดของโลกสูงนั่นเองครับ เมื่อทำการหว่านเสร็จแล้วให้นำหน้าดินมากลบทับและหารถมาบดทับให้แน่นจากนั้นเกษตรกรก็นำน้ำมาใส่

หรือรอน้ำในฤดูฝนก็ได้ครับ น้ำที่บ่อจะอยู่และไม่ลดหายไป ไม่รวมการระเหยจากแสงแดดนะครับ กรณีที่เกษตรกรมีบ่อที่ขุดไว้แล้วให้ทำการดูดน้ำออกให้แห้งและ

ทำตามวิธีข้างต้นก็จะทำให้มีน้ำใช้ในการเกษตรอย่างแน่นอนครับ พอถึงฤดูแล้งเกษตรกรก็จะมีน้ำในการทำการเกษตรโดยไม่ต้องเปลืองทุนที่จะต้องไปขุดบ่อบา

ดาลและหาซื้อน้ำมาใช้ในการเกษตร พืชของเกษตรกรก็จะเจริญเติบโตดีเหมือนๆเดิมครับ
เริ่มต้นการใช้สารอุดบ่อต้องเริ่มจากบ่อใหม่(บ่อเก่าก็ได้ แต่ต้องให้น้้าแห้งหรือทำให้น้ำเหลือน้อยที่สุด)
1. บ่อน้้าขุดใหม่จะเก็บน้้าให้อยู่นั้นต้องใช้เวลา 3-4 ปีโดยมีใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาใช้ประกอบเป็นหลักเช่น ขี้วัว ปุ๋ยคอกอื่นๆ ฟางข้าวอีเอ็ม(EM) และอินทรียวัตถุต่างๆ
2. การใช้สารอุดบ่อเพื่อต้องการให้มีน้้าใช้ในปริมาณที่พอใจในปีแรก
3. ลักษณะโครงสร้างของดินเช่น ดินเหนียว ดินร่วน ดินเหนียวปนทราย ดินทาย ดินลูกรังซึ่งต้องมีข้อมูลโครงสร้างของดินที่เราจะท้าการเก็บน้้าก่อน…เป็นอันดับต้นๆ…

โดยไม่คิดการระเหยของน้้า 3.1 ดินเหนียว ไม่อุ้มน้้า เก็บน้้าได้ตลอด แต่ต้องมีแหล่งน้้าไว้เติมเป็นระยะๆ(บาดาล) 3.2 ดินร่วน อุ้มน้้า เก็บได้เฉพาะช่วงฤดูฝน 3.3ดินเหนี

ยวปนทรายอุ้มน้้าได้แต่น้้าจะเหลือน้อยช่วงหน้าแล้ง3.4ดินทราย(มีทรายมาก)ไม่อุ้มน้้า.เก็บน้้าไม่ได้3.5ดินลูกรัง อุ้มน้้าได้แต่อุ้มน้้าได้น้อย -2-ดังนั้นหากดินเราเป็น

ข้อ 3.4 ให้ท้าเป็นข้อ 3.3 ได้จะดีมาก แล้วใช้สารอุดบ่อร่วมกับภูมิปัญญาดั้งเดิมโดยการหาดินเหนียว(ดินนา)มาผสมกับดินก้นบ่อเดิมโรยสารอุดบ่อแล้วบดอัดรวมถึงผ

นังด้านข้างบ่อ(เอียงน้อยจะโรยสารอุดบ่อได้ง่าย)เพื่อทำให้เป็นดินในบ่อเป็นดินเหนียวปนทราย(เป็นดินเปียก)และควรหนาพอสมควรวิธีการ…..1.โรยสารอุดบ่อ กลบ

ด้วยดิน แล้วบดอัดเติมน้้าใช้ฟางคลุมเพราะการบดอัดท้าให้สารอุดบ่ออัดแน่นกับเนื้อดินเมื่อเติมน้้าสารอุดบ่อจะเกิดเมือกขยายตัวไปอุดรอยต่อระหว่างโมเลกุลของดิน

ตามให้น้้าไม่รั่วซึมแต่ละรอบการโรยสารอุดบ่อไม่ต้องเยอะโรยให้ทั่วเนื่องจากเราต้องพลิกกลบ บด อัดอีกผงสารอุดบ่อจะสอดแทรกระหว่างโมเลกุลของดินพอสารอุด

บ่อเจอน้้าก็จะขยายตัวขึ้นอีกประมาณ 200 เท่าโมเลกุลของสารอุดบ่อจะไปเบียดเข้าในช่องว่างระหว่างโมเลกุลของดินและถ้าบดอัดแน่น(โรยสารอุดบ่อ แล้วพลิกกลบ

บดอัด มากกว่า 1 รอบ ยิ่งท้าให้สารอุดบ่อมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น)2.พอมีน้้าบ้างใช้ ยูเรีย 46-0-0 ประมาณ 1-2 กก.ละลายน้้า 10 ลิตร (ทั่วไป ใช้กับบ่อ 1 ไร่)สาดให้ทั่ว

บ่อ ช่วงเช้าสารละลายยูเรียจะลอยบนผิวน้้า แสงแดดก็จะท้าปฏิกิริยากับสารละลายยูเรียจึงเกิดแพลงตอนหากมีแดดจัดก็จะเกิดแพลงตอนเร็วภายใน4-5 วัน3.ใส่ขี้วัว2-3

กระสอบ ให้ทั่วบ่อหากน้้าตื้นสามารถลงไปยได้ก็จะดีมาก(บ่อใหญ่ ใช้รถไถลงบดอัดได้เลย วิ่งหลายรอบ เพียงเท่านี้ก็สามารถมีน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้แล้วครับ

 

 

ผู้เขียนบรรเจิด ยิ่งวงษ์(ฝ่ายส่งเสริมการตลาดภาคกลาง)

สอบถามเพิ่มเติม02-9861680-2 หรือ 092-7744902Hotline สายด่วน 084-5554205 -9