การเกษตร, ข่าวเกษตร

เกษตรสร้างสรรค์ : กฟผ.กับน้ำมันปาล์ม(1)

fiogf49gjkf0d

การบริหารจัดการกับน้ำมันปาล์มของกระทรวงพาณิชย์กลายเป็นเรื่องน่าสังเวช เพราะแทบไม่ได้ใช้สติปัญญาบริหารจัดการประการใด

ข้าราชการประจำ ทั้งปลัดฯ อธิบดี
ล้วนฟังแต่นักการเมืองที่ไม่มีความรู้เรื่องปาล์มแม้กระผีกอย่างเดียว
เอาคนไม่รู้มานำคนที่พอรู้มั่ง ไม่รู้มั่ง
ความหายนะจึงเกิดขึ้นได้เสมอในแผ่นดินนี้

ตอนนี้ทำท่าหายนะกันทั้งวงการ ตั้งแต่เกษตรกร โรงสกัด และโรงกลั่น
เพราะสต๊อกน้ำมันปาล์มกำลังท่วม 3.6 แสนตัน อยู่ในมือโรงกลั่น 1.4 แสนตัน
โรงสกัด 1.2 แสนตัน และคลังรับฝาก 1 แสนตัน

ราคาน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปจากที่กำหนด32 บาท/ขวด ขายกันที่ 28 บาทกันแล้ว
กระทรวงพาณิชย์อาจดีใจว่า คุมค่าครองชีพได้
แต่มันกลับสร้างปัญหาให้เกษตรกรต้นทาง
เพราะเวลาจะรับซื้อผลปาล์มสดจากชาวสวน ใครๆก็ต้องเอาราคาปลายทางมาคำนวณ
และกำหนด ซึ่งก็จะเป็นราคาที่ทรุดต่ำลงเรื่อยๆ

นี่เป็นผลจากการปิดก๊อกราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มสำเร็จรูป
เพียงเพราะนักการเมืองหวังรักษาสถานภาพของตัวเองว่า
เป็นผู้ใส่ใจดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยมองข้ามไปว่า
อีกด้านหนึ่งเป็นการเบือนกลไกตลาด

จริงๆ การบิดเบือนกลไกตลาดใช่จะเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป ดังเช่น
ราคาน้ำมันปาล์มโลกตกต่ำลง
รัฐบาลก็สามารถแทรกแซงราคาได้เพื่อช่วยชาวสวนปาล์มไม่ให้เดือดร้อนเกินไปแต่
การบิดเบือนกลไกตลาดควรเป็นเรื่องชั่วคราว และทำเท่าที่จำเป็น
ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำถาวรอย่างที่ทำในประเทศไทย
ซึ่งรังแต่จะนำไปสู่ความเสียหายมากกว่า

fiogf49gjkf0d

เมื่อการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน(ไม่ใช่น้ำมันปาล์ม)ช่วยบรรเทาความเดือด
ร้อนของชาวสวนได้ระดับหนึ่ง
รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์กลับเมินเฉยที่จะแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องหรือไม่มี
ปัญญาแก้ไข
วันนี้สต๊อกน้ำมันปาล์มที่บวมเกินกว่าระดับความมั่นคงที่กำหนดไว้ 2
แสนตันกำลังกลายเป็นหอกทิ่มแทงรัฐบาลในไม่ช้า

ปริมาณสต๊อกเป็นเรื่องที่ต้องพอดีพอเพียง เมื่อกำหนดไว้ที่ 2 แสนตันแล้ว การปล่อยให้สต๊อกล้นก็จะเป็นปัญหา พอๆ กับสต๊อกขาดเช่นกัน

อันที่จริงช่วงปลายปี 2555 สมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย
ได้ยื่นหนังสือต่อนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ขอให้พิจารณาแก้ปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 100,000
ตันนำไปผสมน้ำมันเตาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

กฟผ. เร่งศึกษาความเป็นไปได้ โดยใช้โรงไฟฟ้ากระบี่ และปรับปรุงอุปกรณ์รองรับ โดยแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2556

อันที่จริง กฟผ.ตั้งใจจะเก็บโรงไฟฟ้ากระบี่
ซึ่งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงเป็นโรงไฟฟ้าสำรอง หลังจากโรงไฟฟ้าจะนะ 2
จ.สงขลา ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิง เปิดจ่ายไฟในช่วงกลางปี 2557

อย่างน้อยที่สุด ต้องถือว่า กฟผ.ยังมีใจในเรื่องนี้
เพราะราคาน้ำมันปาล์มดิบราคา 25 บาท/กิโลกรัม
เพื่อที่จะให้ความร้อนเท่ากับน้ำมันเตา ต้องใช้ต้นทุนเป็น 26.44 บาท/ลิตร
สูงกว่าราคาน้ำมันเตา 4.14 บาท/ลิตร โดย กฟผ.คาดว่า นับแต่เดือนมีนาคม 2556
จนถึงสิ้นปีในเดือนธันวาคม 2556 จะใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นส่วนผสมน้ำมันเตา
รวม 10,000 ตัน

โดยจ่ายเงินเพิ่ม 43 ล้านบาท สำหรับดูดซับน้ำมันปาล์มดิบจากระบบ 10,000 ตัน

ปริมาณนี้ไม่มาก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพยายามแก้ไขปัญหา
อย่างน้อยโรงไฟฟ้ากฟผ.
ก็เป็นส่วนหนึ่งของแสงสว่างปลายอุโมงค์สำหรับชาวสวนปาล์ม
นอกเหนือจากการผลิตไบโอดีเซลที่ทำอยู่

แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่กฟผ.หรือสมาคมฯคิดอ่านลงมือทำตามลำพัง เพราะยังมีปัจจัยเกี่ยวข้องอื่นรวมอยู่ด้วย

พอใจ สะพรั่งเนตร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ แนวหน้า ฉบับวันที่ 24 เมาายน 2556

http://www.naewna.com/local/49398